เงิบ! ภาพงูกินเต่า แท้จริงเป็นงานศิลปะ – เพจดังแถลงขอโทษ

งูกินเต่าแชร์ว่อนเน็ต ที่แท้เป็นงานศิลปะ เพจดังแถลงขอโทษไม่เช็คข่าวให้ดี

10342912_317637281719633_6245902584304961724_n

จากกรณีที่แฟนเพจของรายการโทรทัศน์ช่องหนึ่งได้มีการแชร์ภาพอ้างว่าเป็นงูกินเต่าที่เขาใหญ่ ตายทั้งคู่ ซึ่งต่อมาชาวสังคมออนไลน์ ระบุว่าเป็นงานประติมากรรมผลงานศิลปะของศิลปินชื่อ ชัชวาล อ่ำสมคิด  ที่ส่งเข้าร่วมงานประกวดศิลปกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2556 ซึ่งผลงานดังกล่าวทำมาจากการใช้หัวตะปูตอกจนมีลักษณะคล้ายของจริง ซึ่งงานชิ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงกิเลสและความโลภของมนุษย์ ซึ่งชาวสังคมออนไลน์ได้แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่เพจดังกล่าวโพสภาพและข้อมูลผิด ทำให้หลายนำไปแชร์ต่อจนเกิดความเข้าใจผิด

ล่าสุดแฟนเพจดังกล่าวได้แถลงขอโทษต่อชาวสังคมออนไลน์แล้ว โดยมีข้อความดังนี้

“…ตามที่ทางสถานี ได้มีการแชร์และโพสภาพงูกินเต่ามาจากอินเตอร์เนต ทางทีมงานต้องขอชี้แจงเกี่ยวกับการแชร์ภาพ ”งูกินเต่า” ซึ่งเป็นผลงานที่ได้รับรางวัลศิลปกรรมแห่งชาติเมื่อปีที่แล้วค่ะ

ทั้งนี้ต้อง ”ขออภัยทุกๆท่าน ที่เกิดจากความผิดพลาดของ ทีมงานในการแชร์ภาพมาจากเฟสบุ๊คซึ่งไม่คัดกรองข่าวสารข้อเท็จจริงทำให้เกิด การสับสนและเข้าใจผิด รวมถึงทำให้ข้อมูลที่แท้จริงของภาพนั้นคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงไป”

ทางสถานีต้องขออภัยทุกๆท่านในความผิดพลาดของทีมงานมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ และไม่มีเจตนาที่จะละเมิดสิทธิ์ของบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของผลงานใดๆทั้งสิ้นค่ะ

เบื้องต้นในวันจันทร์ทางทีมงานจะดำเนินการแก้ไขในความผิดพลาดของการโพสรูปดังกล่าว พร้อมทั้งทำหนังสือขออภัยไปยังเจ้าของผลงานค่ะ….”

MThai News

กปปส.เผยฏิบัติการตามล่าครม. กดดันให้ออกจากตำแหน่ง

เลขาธิการ กปปส. ปราศรัย ยัน 19-20 พ.ค. บุกหา “นิวัฒน์ธำรง” และ ครม. จี้ลาออก ย้ำ ทวงคืนอำนาจอธิปไตยตั้งแต่ 18 พ.ค.เป็นต้นไป และจบวันที่ 26 พ.ค. ประกาศชัยชนะในวันที่ 27 พ.ค.ทันที

538194-01

บรรยากาศการชุมนุมของ กลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. ที่บริเวณด้านหน้าองค์การสหประชาชาติ ล่าสุด กำลังคึกคัก ประชาชนร่วมนุมนุมอย่างคับคั่ง ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้ขึ้นเวทีกล่าวย้ำกำหนดการในการปฎิบัติการทวงคืนอำนาจอธิปไตยตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.นี้ และจะจบสิ้นในวันที่ 26 พ.ค. ส่วนวันที่ 27 พ.ค. จะเป็นวันแห่งชัยชนะของมวลมหาประชาชน โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการนัดประชุมเครือข่ายสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อกำหนดแผนและแบ่งหน้าที่ในการปฎิบัติการ

และจะเชิญอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มาประชุมด้วย จากนั้นในวันที่ 19 พ.ค. ทางมวลมหาประชาชนจะดาวกระจายออกไปตามหารักษาการรัฐมนตรีที่ยังเหลืออยู่ให้ลาออกจากตำแหน่ง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็จะตามไปทุกที่ โดยชุดแรกที่จะต้องตามหาคือ อาทิ

นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ปฎิบัติการรักษาการนายกรัฐมนตรี นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รักษาการรองนายกรัฐมนตรี นายพงศ์ศักดิ์ รัตนพงศ์ไพศาล รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายจารุพงค์ เรืองสุวรรณ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรววมหาดไทย นายชัยเกษม นิติสิริ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการคมนาคม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

นางเบญจา หลุยเจริญ รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายยรรยง พวงราช รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และนายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพราะบุคคลเหล่านี้ไม่มีอำนาจชอบธรรมตามกฎหมายและเป็นอุปสรรคของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยจะใช้ชุดเคลื่อนที่เร็วในการออกตามหา และมีอีกชุดที่จะคอยประสานกับผู้ให้เบาะแส

ทั้งนี้จึงขอให้เข้าใจว่าไม่ได้ไปคุกคาม ขมขู่ แต่ไปเพื่อขอร้องให้ลาออก และจะขอให้ข้าราชการในทุกกระทรวง ทบวง กรม ลุกขึ้นคัดค้านไม่รับคำสั่งของรัฐบาลชุดนี้ พร้อมกับขอให้ขึ้นป้ายหน้าไว้ด้านหน้าสำนักงานด้วย

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 22 พ.ค. จะมีการประชุมหัวหน้ากระทรวง ทบวง กรม หากกระทรวงใดปลัดกระทรวงมาไม่ได้ก็ให้ส่งตัวแทนมา เพื่อมาหารือว่าจะทำอย่างไรในการที่จะเกลี้ยกล่อมให้ข้าราชการหลุดพ้นจากระบอบทักษิณ จากนั้นตั้งแต่วันที่ 23-26 พ.ค.จะเป็นการปฎิบัติการใหญ่ในการทวงคืนอำนาจ และวันที่ 27 พ.ค.จะเป็นวันประกาศชัยชนะเท่านั้น

ทั้งนี้ ได้เชิญชวนประชาชนให้ออกมาร่วมกัน ยืนยันจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจะไม่มีการนัดหมายอีกหลังวันที่ 27 พ.ค. รวมถึงชาวนาถ้าอยากได้เงินรับจำนำข้าวให้ขับรถอีแต๋นมาเลย และเมื่อได้นายกรัฐมนตรีของประชาชนแล้ว สัญญาจะจ่ายเงินค่าจำนำข้าวให้ภายใน 30 วัน แต่หากไม่มาขอบอกว่าอีก 6 เดือนก็ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้แน่นอน และประเทศนี้จะไม่มีนายกรัฐมนตรีไปอีก 6 เดือน

กรณ์ โพสต์เหน็บ “ใคร (ใช้เงิน) กู้เก่ง?”

กรณ์ โพสต์เหน็บ “ใคร (ใช้เงิน) กู้เก่ง?”

กรณ์ จาติกวณิช, เงินกู้

วันนี้ (17 พ.ค. 57) นายกรณ์ จาติกวณิช พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค Korn Chatikavanij แสดงความเห๋นทางการเมือง โดยระบุว่า

ใคร (ใช้เงิน) กู้เก่ง?

ในขณะที่การต่อสู้ทางการเมืองเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย เรามาทบทวนความท้าทายทางเศรษฐกิจที่รอเราอยู่ครับ

สมัยผมเป็นรัฐมนตรีคลัง พรรคเพื่อไทยชอบกล่าวหาว่าเรา ‘เก่งแต่กู้’ และอ้างว่าเมื่อมีอำนาจเขาจะบริหารประเทศโดยไม่ต้องกู้ เอาเข้าจริงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ตลอดระยะเวลา ๒ ปี ๙ เดือน ๒ วัน เพิ่มหนี้สาธารณะประมาณ ๑.๒๔ ล้านล้าน

ถ้าบวกกับการขาดทุนในบัญชีจำนำข้าวอีกประมาณ ๕ แสนล้านก็เท่ากับสร้างหนี้เพิ่มให้ประเทศไทยทั้งสิ้น ๑.๗๔ ล้านล้าน เทียบกับช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นประมาณ ๐.๘๓ ล้านล้านเท่านั้น ทั้งๆที่ต้องกระตุ้นช่วยแก้วิกฤติเศรษฐกิจ

การกู้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ‘ประสิทธิภาพการใช้เงินกู้’ นั้นลดลงไปอย่างมากระหว่างสองรัฐบาล นักเศรษฐศาสตร์เขาเรียกว่า ‘debt intensity’ คือตัววัดว่าต้องใช้หนี้เพิ่มขึ้นเท่าไรจึงจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นได้

– จากข้อเท็จจริงคือ GDP ของไทยเพิ่มขึ้น ๑.๕ ล้านล้านบาท ด้วยหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น ๐.๘๓ ล้านล้านในสมัยอภิสิทธิ์ (เศรษฐกิจขยายตัวเกือบสองเท่าเทียบปริมาณหนี้ที่เพิ่มขึ้น หรือ 2 คูณ multiplier effect)

– มาดูช่วงยิ่งลักษณ์ GDP เพิ่มขึ้น ๑.๖ ล้านล้าน แต่หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ๑.๗ ล้านล้าน (เศรษฐกิจขยายตัวน้อยกว่าหนี้ที่เพิ่มขึ้น หรือ mulitiplier effect ติดลบ)

ตามสถิตินี้ชี้ให้เห็นว่าการใช้เงินกู้มีประสิทธิภาพที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเพราะกู้มาใช้ผิดที่ผิดทางหรือเป็นเพราะทุจริตรั่วไหลก็ตาม และนี่ยังไม่นับรวมหนี้ครัวเรือนของประชาชนที่เพิ่มขึ้นในช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ถึง ๓.๓ ล้านล้านบาท แต่กลับไม่ส่งผลในการเพิ่มกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ

ทั้งหมดเป็นปัญหาสำคัญที่พวกเราต้องเตรียมแก้ไขครับ มิเช่นนั้นคนไทยจะมีหนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่รายได้อยู่กับที่

MThai News