ทหารสิบนาย ตบเท้าขึ้นโรงพัก แจ้งความ ม็อบต้านรัฐประหาร ทำร้ายร่างกาย

ผบ.ทหารม้านำ 10 ทหาร แจ้งความ สน.พญาไท เอาผิดม็อบ ที่ทำร้าย เจ้าหน้าที่และทรัพย์สินราชการ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 540870-01

พ.อ.สมบัติ ธัญญะวัน ผู้บังคับการกรมนักเรียนโรงเรียนทหารม้า ศูนย์กลางทหารม้า สระบุรี พร้อม ผู้ใต้บังคับบัญชารวม 10 นาย เดินทางมาแจ้งความที่ สน.พญาไท ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหารที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัย สมรภูมิ เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังกลุ่มผู้ชุมนุมฝ่าฝืนประกาศคำสั่งของ คสช. และใช้กำลังทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในบริเวณดังกล่าว และทำลายทรัพย์สินทางราชการ

พ.อ.สมบัติ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บกว่า 10 คน ทหาร 1 ในจำนวนนี้ถูกขว้างด้วยของแข็งไม่ทราบชนิดที่ดวงตาซ้าย จนเส้นเลือดฝอยในตาแตก ต้องพักรักษาตัวใน ร.พ.พระมงกุฎฯ

ทั้งนี้ ขอเตือนผู้ชุมนุมทุกกลุ่มยุติการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนประกาศ คสช.โดยเด็ดขาด เพราะทหารออกมาเพื่อยุติปัญหาความไม่สงบ ความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง เพื่อให้ประชาชน คนไทยทุกคนดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุขเท่านั้น

ตะลึง สามีที่อยู่กินกันมา9ปี แท้จริงเป็นหญิงแปลงเพศ

วันที่ 29 พ.ค. หนังสือพิมพ์สิงคโปร์ เลี่ยนเหอ วานเป้า รายงานว่า นางชัว ซูฟง ชาวสิงคโปร์ วัย 47 ปี กล่าวหา นายไฉ่ วุนวุ่ย วัย 50 ปี ผู้เป็นสามีว่าเขาแต่งงานกับเธอเพราะหวังทรัพย์สมบัติ เหตุจากหลังคบกันจนแต่งงานมารวม 9 ปี นายไฉ่พยายามหาข้ออ้างหลบหลีกที่จะมีเพศสัมพันธ์กับเธอ จนในปี 54 เธอได้ตัดสินใจฟ้องหย่าสามี ก่อนจะพบว่านายไฉ่ เป็น ผู้หญิงแปลงเพศ  โดยมีชื่อเดิมว่า มาร์กาเร็ต

699393

ในรายงานระบุว่า ทั้งคู่คบหากันตั้งแต่ปี 2545 จากการรู้จักกันจากอินเทอร์เน็ต หลังจากนั้นทั้งคู่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันขณะที่ยังไม่ได้แต่งงาน เป็นเวลา 7 ปี โดยตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน นายไฉ่เพียงแค่จับมือและจูบนางชัวเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดล่วงเกิน ทำให้ฝ่ายหญิงเกิดความรู้สึกประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษ ต่อมาในปี 2552 ทั้งคู่ได้แต่งงานกัน โดยนายไฉ่พยายามหาข้ออ้างที่จะไม่มีเพศสัมพันธ์กับนางชัว ทั้งอ้างว่าเหนื่อยจากงาน หรือหนีไปนอนห้องพ่อกับแม่

ซึ่งนางชัวมีแผนจะซื้ออพาร์ทเม้นต์มูลค่า 730,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 24 ล้านบาท) ในชื่อของเธอ แต่นายไฉ่ต้องการให้เป็นการซื้อที่ใช้ชื่อร่วมกันจึงแต่งงานกับเธอ นอกจากนี้นางชัวกล่าวว่า เธอเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในบ้าน และนายไฉ่ก็มักยืมเงินเธอซึ่งมูลค่าคร่าว ๆ คือ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3 ล้านบาท) แม้ขณะนี้ทั้งคู่จะหย่ากันแล้วแต่ก็ยังมีคดีฟ้องร้องเรื่องการแบ่งสินสมรสอยู่

ทั้งนี้ ในรายงานระบุอีกว่า นายไฉ่รู้สึกอึดอัดกับอดีตภรรยา เนื่องจากเธอมักจะข่ม ตะโกน กลั่นแกล้งพ่อแม่ของเขา และชอบทำให้เขาขายหน้าคนอื่นเสมอๆ โดยการแต่งงานของทั้งคู่ถือว่าเป็นโมฆะ เนื่องจากนายไฉ่นั้นเป็นผู้หญิงแปลงเพศ

699394

699395

699396
MThai News

อังเกลา ขึ้นแท่น สตรีทรงอิทธิพลที่สุดในโลก อีกครั้ง -ยิ่งลักษณ์ หลุดโผแล้ว

วันนี้(30 พ.ค.) นิตยสารฟอร์บส์ นิตยสารด้านการเงินและธุรกิจชื่อดังของอเมริกาได้เผยผลการจัดอันดับ100 สตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก โดยในปีนี้อันดับ 1 คือ อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงของเยอรมัน ซึ่งเธอได้รับเลือกให้เป็นสตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกมาแล้วถึง 9 ครั้ง 

14013304141401330429l

อันดับ 2 เป็นของ  นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ อันดับ3 เมลินดา เฟรนช์ เกตส์  ภรรยาของบิล เกตส์ อันดับ 4 นาง ดิลมา รุสเซฟฟ์ ประธานาธิบดีบราซิล

อันดับ5 คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการบริหารกองทุนการเงินระหว่างประเทศ อันดับ6 ฮิลลารี คลินตัน อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ อันดับ7 แมรี บาร์รา ซีอีโอของบริษัท เจเนอรัล มอเตอร์ส, อันดับ8 มิเชล โอบามา สุภาพสตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐฯ อันดับ9 เชอริล แซนด์เบอร์ก ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเฟซบุ๊ก อันดับ 10 เวอร์จิเนีย โรเมตตี ซีอีโอของไอบีเอ็ม

ในขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ติดอันดับที่ 31และเคยติดอันดับที่ 30 ในปี 2012 อันดับที่ 59 ในปี2011 ซึ่งถือเป็นการติดโผ3ปีซ้อน แต่ปรากฎว่าในปีนี้ ไม่มีรายชื่อติดอันดับ 100 สตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

Mthai News