เสี่ยร้านครื่องดนตรี เครียดโดนไล่ที่ โดดน้ำหวังฆ่าตัวตาย

ผู้จัดการร้านขายเครื่องดนตรี เครียดโดนไล่ที่ทำกิน โดดน้ำหวังฆ่าตัวตาย บริเวณท่าเรือวัดจีจินเกาะ จนท.เร่งค้นหา

10339543_710333695670553_8445724955790715437_n

พ.ต.ท.ประภัศ เขียวประภัสสร พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สน.ปากคลองสาน เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากนายพลกร อัศวโสภณ อายุ 24 ปี บุตรชายนายชัชวาล อัศวโสภณ หรือเฮียโต อายุ 55 ปี ว่าบิดาของตัวกระโดดน้ำที่บริเวณที่เรือวัดจีจินเกาะ แขวงและเขตคลองสาน จึงประสานไปยังชุดประดาน้ำของมุลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มาร่วมตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบว่า นายชัชวาล เดินทางมาที่ท่าน้ำดังกล่าวได้ทำการสักการะศาลเจ้าที่ริมน้ำ ก่อนที่จะหย่อนตัวลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนที่จะหายตัวไป ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลางมหาเป็นเวลา 5 ชม. แต่ก็ไม่พบจึงทำการยุติการค้นหา จากการสอบสวนนายพลกร กล่าวว่าครอบครัวของตนขายเครื่องดนตรีและตั้งอยู่ในเวิ้งนาครเขษม มากว่า 100 ปีแล้ว

เชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้บิดาของตนคิดสั้นนั้น น่าจะมาจากการที่ ที่ดินที่ทำมาหากินมากว่า 100 ปีถูกไล่ที่ ซึ่งมีกำหนดให้ย้ายออกในปี พ.ศ.2560 และปัญหาจากเงินลงทุนร้านใหม่กว่า 10 ล้านบาท โดยบิดาคงกังวลและเครียดจึงคิดสั้นเช่นนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะทำการค้นหา และตรวจสอบสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง

เบนซ์ติดแก๊ส ไฟลุกท่วม เผาวอดทั้งคัน

หนุ่มบริษัทเอกชน โชคดีรอดตาย หลังขับรถเบนซ์เข้าอู่สายน้ำมันเกิดหลุด วิ่งหนีก่อนเพลิงลุกไหม้ท่วมห้องเครื่อง 537136-03

เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงเทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีไฟลุกไหม้รถเบนซ์ บริเวณสี่แยกศักดิ์ชาย 1 ต.พลับพลา อ.เมือง จ.จันทบุรี ขอให้เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิง ช่วยเดินทางมาดับเพลิงไฟไหม้รถให้ด้วย ที่เกิดเหตุเมื่อเดินทางไปถึง พบไฟกำลังลุกไหม้รถอย่างหนัก เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงจึงช่วยกันระดมฉีดน้ำ หลังใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก็สามารถดับไฟที่ลุกไหม้รถได้ ตรวจสอบพบว่า เป็น รถเบนซ์ สีน้ำเงิน เลขทะเบียน กก-5998 กรุงเทพมหานคร

ทราบชื่อคนขับคือ นายเอกชัย นิยมศรี อายุ 51 ปี ทำงานอยู่ที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด จากการสอบถาม นายเอกชัย ทราบว่าตนเองได้ขับรถมาจากตำบลแสลง เพื่อที่จะนำรถเข้าอู่ที่หมู่บ้านคลองเตย ตำบลพลับพลา แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุสายน้ำมันเกิดหลุด

ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถบริเวณห้องเครื่องด้านหน้า หลังตนเองเห็นกลุ่มควันจึงได้รีบจอดรถข้างทางและวิ่งหนีออกมาจากรถทันที เพราะด้านท้ายรถได้มีการติดแก๊สด้วย ก่อนที่ไฟจะลุกท่วมรถ ทั้งนี้โชคดีที่ตนเองวิ่งหนีออกมาจากรถได้ทันเวลาก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่ หน่วยดับเพลิงมาช่วยดับไฟดังกล่าว

537136-01 537136-02

เตือนภัย ห้ามใช้โทรศัพท์ช่วงฝนตก เสี่ยงฟ้าผ่า

สธ. เตือนภัยช่วงฝนตกฟ้าคะนอง ห้ามใช้ “ฮัลโหล ทั้งมือถือ โทรศัพท์บ้าน ท่องเน็ต” เสี่ยงฟ้าผ่า!!

537117-01
นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เตือน ห้ามประชาชนใช้โทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์บ้าน รวมทั้ง การเล่นอินเตอร์เน็ต ขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง เสี่ยงถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตได้ เนื่องจากโทรศัพท์จะเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าเข้ามาที่มือถือ หรือมาตามสายโทรศัพท์ เผย ในรอบ 5 ปี พบผู้บาดเจ็บจากฟ้าผ่า 180 ราย เสียชีวิต 46 ราย เกือบครึ่งเป็นเกษตรกร รองลงมาเป็นนักเรียน นักศึกษา แนะหากเส้นขน หรือเส้นผมลุกชัน ขณะที่อยู่ใต้ก้อนเมฆฟ้าฝนครึ้ม

ถือเป็นสัญญาณเสี่ยงภัย พร้อมแนะนำแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สิน 9 ประการ อาทิ ให้หลบในที่ปลอดภัย ห้ามยืนใต้ต้นไม้ ห้ามกางร่ม หลีกเลี่ยงการสัมผัสโลหะทุกชนิด และเน้นย้ำหากพบคนถูกฟ้าผ่า ให้รีบปฐมพยาบาล แตะตัวได้ ไม่มีกระแสไฟหลงเหลือเหมือนถูกไฟฟ้าชอร์ตทั่วไป

นายแพทย์ณรงค์ เปิดเผยว่า ในช่วงหน้าฝนนี้มักมีข่าวประชาชนเสียชีวิตจากฟ้าผ่าอยู่เนือง ๆ โดยเฉพาะช่วงนี้ สภาพอากาศร้อนอบอ้าวและมีความชื้นสูง หากมีพายุฝน ฟ้าคะนองจะมีโอกาสเกิดฟ้าผ่าได้ง่าย ดังนั้น ในช่วงฤดูฝนประชาชนจึงมีโอกาสอย่างมากจากการถูกฟ้าผ่า ซึ่งผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นชาย และอยู่ในวัยแรงงานอายุ 20 – 49 ปี หากแยกตามอาชีพจะพบว่าเกษตรกรถูกฟ้าผ่ามากอันดับ 1 ร้อยละ 46 รองลงมาเป็นนักเรียน นักศึกษา ร้อยละ 40 และผู้ใช้แรงงานร้อยละ 9  เหตุมักเกิดในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. สถานที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็น นา ไร่ สวนโดยพบว่า ผู้บาดเจ็บการถูกฟ้าผ่าในปี 2555 ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมด้วยร้อยละ 11 สูงขึ้นจากปี พ.ศ. 2554 ประมาณ 3 เท่าตัว