ชัชชาติ ยก ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกในดวงใจ

วันนี้(8 พ.ค.)นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ค กรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่ง โดยเผยว่า

10307219_696914400369415_7639026715749583996_n

ผมได้มีโอกาสร่วมงานกับท่านนายกยิ่งลักษณ์ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 18 ม.ค.55 และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 27 ต.ค.55 ซึ่งทั้งสองครั้ง ท่านนายกยิ่งลักษณ์เป็นผู้ให้โอกาส ทาบทามและนำชื่อผมกราบบังคมทูลฯ

ตลอดเวลาที่ทำงานร่วมกัน ท่านนายกเป็นผู้นำที่เก่ง เข้มแข็ง จับประเด็นเร็ว ท่านให้ความสำคัญกับงานของกระทรวงคมนาคม มีการประชุมเพื่อติดตามความก้าวหน้า และร่วมแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง งานต่างๆที่กระทรวงคมนาคมทำ ไม่ว่าโครงการระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้า รถไฟ รถเมล์ การลงไปแก้ปัญหาต่างๆ อย่างใกล้ชิด ล้วนแต่สะท้อนนโยบายที่ท่ายนายกได้มอบไว้ และก็มีบางครั้งที่ท่านตำหนิว่าผมทำงานช้า ทำให้เราต้องเร่งทำงานให้หนักขึ้น

ท่านนายกยิ่งลักษณ์เป็นผู้ที่ให้เกียรติผู้ร่วมงาน ท่านเรียกผมติดปาก “ดร.ชัชชาติ” ตอนช่วงที่มีปัญหาเรื่องการชุมนุม และนำไปสู่การยุบสภา ผมได้ตามท่านไปตรวจราชการต่างจังหวัดหลายครั้ง ครั้งหนึ่งที่จังหวัดเชียงใหม่ ท่านได้พูดกับผมว่า “ดร.ชัชชาติ เราทำงานขอให้ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง ปูไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง แต่เราต้องทำตามระเบียบ หลักการ เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว ประเทศจะเดินต่อไม่ได้”

ท่านยังคงเป็นนายกในใจผมตลอดไปครับ

คำนูณ ชี้ชัด นิวัฒน์ธำรง ไม่ใช่นายกฯ เดินหน้าจัดเลือกตั้งไม่ได้

คำนูณ ชี้ชัด นิวัฒน์ธำรง ไม่ใช่นายกฯ เดินหน้าจัดเลือกตั้งไม่ได้ ชี้ แค่รองนายกฯปฏิบัติหน้าที่รักษาการแทนนายกรัฐมนตรี

 คำนูญ ,ส.ว.สรรหา ,นิวัฒน์ธำรง ,เลือกตั้ง ,นายกรัฐมนตรี

วันนี้ 8 พ.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวระบุว่า นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์ ซึ่งเป็นรักษาการนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถทำหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะการเดินหน้าจัดการเลือกตั้ง

เนื่องจาก พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556 มาตรา 5 กำหนดให้ ‘นายกรัฐมนตรี’ และประธานกกต.เป็นผู้รักษาการณ์ตามพระราชกฤษฎีกา เช่นเดียวกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการเลือกตั้ง ที่ 2/2557 วินิจฉัยโดยเสียงข้างมากให้การกำหนดวันเลือกตั้งใหม่เป็นอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกันของ ‘นายกรัฐมนตรี’ และประธานกกต.

รวมทั้งคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2557 วินิจฉัยว่าพระราชกฤษฎีกายุบสภา พ.ศ. 2556 เฉพาะในส่วนกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปให้เป็น 2 กุมภาพันธ์ 2557 (มาตรา 4) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

โดยการกำหนดเลือกตั้งใหม่ทดแทนเป็นอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกันของ ‘นายกรัฐมนตรี’ และประธาน กกต. ประเด็นที่ต้องพิจารณา คือ ขณะนี้ ไม่มี ‘นายกรัฐมนตรี’ มีแต่ ‘รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี’ เท่านั้น ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่แทนไม่สามารถกระทำแทนได้ในทุกเรื่อง

MThai News

ชูวิทย์โพสต์ โดนเข้าจนได้ ศาลตัดสินยิ่งลักษณ์พ้นสภาพนายกฯ

ชูวิทย์โพสต์ โดนเข้าจนได้ ศาลตัดสินยิ่งลักษณ์พ้นสภาพนายกฯ

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, ยิ่งลักษณ์พ้นสภาพนายกฯ, ข่าวยิ่งลักษณ์

เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (7 พ.ค. 57) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเห็นหลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีพ้นสภาพนายกฯ จากกรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยระบุว่า

“โดนเข้าจนได้”

ผลจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้นายกฯยิ่งลักษณ์กระเด็นตกเก้าอี้ เท่ากับเป็นการเพิ่มอ็อกซิเจนให้ม็อบสุเทพหายใจได้มากขึ้น แต่นั่นยังไม่ใช่ “สุญญากาศ”

เมื่อไม่สามารถมีนายกฯคนกลาง ก็ไม่ต้องมีนายกฯชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชิณวัตร ไม่ซ้ายไม่ขวา แต่ถึงเวลาที่ยิ่งลักษณ์ต้องไป อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเอง ในการเป็นนายกฯหญิงคนแรก และยังเป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมผู้หญิงคนแรก แต่ก็ตกเก้าอี้โดยศาลรัฐธรรมนูญ แบบเดียวกับนายกฯสมัคร และนายกฯสมชาย

มันเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่ประเทศของเราใช้ระบอบประชาธิปไตย แต่ทุกครั้งนายกฯหลุดจากเก้าอี้ ด้วยคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่นายกฯไทยจะไปจากเก้าอี้โดยการโหวตไม่ไว้วางใจในรัฐสภา

แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำตัดสิน แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ม็อบยังอยู่ที่ถนนและท่องคาถา “รัฏฐาธิปัตย์” คุณอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ยังคงมองหานายกฯคนกลางเพื่อปฏิรูป รัฐบาลยังมองหาการเลือกตั้ง นานาประเทศมองหาว่าเมื่อไหร่ประเทศไทยจะมีรัฐบาลถาวรเสียที ประชาชนคนไทยมองหาความสงบเพื่อจะได้ใช้ชีวิตปกติสุขอย่างที่เคยเป็น

ทุกๆคนต่างเฝ้ารอสิ่งที่ตัวเองต้องการ อย่างที่นักการเมืองชอบพูด “ให้เวลาเป็นเครื่องตัดสิน ว่าจะทำอะไรต่อไป” จากไทยรักไทย พลังประชาชน จนถึงเพื่อไทย คงไม่ต้องเดาแล้วกระมังว่าจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้น

MThai News