MThai Buster ถกประเด็นนศ.แกล้งตกบันไดตาย

ช่วง MThai Buster ออกอากาศในรายการ Good Morning Thailand ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 6.00 น.- 08.00 น. ทางช่อง MONO29 โดยเป็นช่วงที่นำเสนอข่าวและประเด็นที่ถูกพูดถึงบนสังคมออนไลน์ ซึ่งประจำวันที่ 7 พ.ค. เป็นเรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์กันของชาวสังคมออนไลน์ที่มีต่อการแชร์ภาพนักศึกษาแสร้งตกบันไดตาย จากเหตุแผ่นดินไหวที่เชียงราย และ การแชร์ภาพเบอร์เกอร์ปีศาจสูง 5.4 ฟุต ของชาวสังคมออนไลน์ต่างประเทศ

ช่วง MThai Buster เริ่มนาทีที่ 52.00 เป็นต้นไป

ประเด็นที่ 1

จากกรณีที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อคหลายครั้งในเขตภาคเหนือ โดยศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ที่ เบริเวณ ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย  ซึ่งหลายจังหวัดได้รับผลกระทบด้วย เช่น ลำปาง พะเยา น่าน เชียงใหม่

1

ล่าสุดชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้โพสภาพทำท่าคล้ายตกบันได พร้อมระบุว่า ตกใจแผ่นดินไหว วิ่งหนีตกบันได คอหัก เสียชีวิต ซึ่งภาพนี้ถูกแชร์ขึ้นในช่วงที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวพอดี โดยได้มีการส่งต่อบนสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก รวมไปถึงมีแฟนเพจดังอีกหลายแฟนเพจนำไปแชร์ต่อด้วย

ชาวสังคมออนไลน์ตรวจสอบพบว่าภาพดังกล่าวเป็นการโพสขึ้นมาเล่นๆ เท่านั้น โดยหลายฝ่ายบอกว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาล้อเล่น เนื่องจากอาจจะทำให้คนอื่นแตกตื่นตามไปด้วย รวมไปถึงอาจทำให้ศูนย์ให้ความช่วยเหลือเกิดสับสนไปด้วย

“…ยกตัวอย่างความคิดเห็นของสมาชิกท่านหนึ่ง บอกว่า เราว่าน้องเค้าแล้วก็ไม่ผิด แต่มันไม่ควรค่ะ คิดดูว่ามีใครต้องวุ่นวายกี่คน ยิ่งสถานการแบบนี้ด้วย หน่วยกู้ภัยทำงานหนักนะคะ คงไม่มีเวลาเช็คที่มาที่ไปหรอกค่ะ อย่างประเทศญี่ปุ่น ถ้าเกิดแผ่นดินไหว ก่อนอพยพออกจากบ้านเอง ยังต้องแปะโน๊ตไว้หน้าประตูเลย ว่าออกไปแล้ว เพราะเมื่อหน่วยกู้ภัยมาถึง จะได้ไม่เสียเวลาค้นหาที่บ้านนี้ ประมาณนั้น…”

แต่อีกฝ่ายก็ออกมาบอกว่าเรื่องแบบนี้โทษนักศึกษาฝ่ายเดียวไม่ได้เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาที่โพส เล่นๆขำ แต่ที่มาเป็นประเด็นใหญ่แบบนี้ เพราะแฟนเพจดังเอาไปแชร์ต่อนั่นเอง  เรื่องนี้ความผิดมันอยู่ที่แฟนเพจที่เอาไปแชร์ต่อ ไม่ตรวจสอบให้รอบคอบว่าภาพนั้นเป็นภาพที่ทำขึ้นมาหลอก ซึ่งได้มีการนำเรื่องนี้ไปเปรียบเทียบกับนิทานเรื่องเด็กเลี้ยงแกะด้วย โดยบอกว่าถ้าเกิดเหตุร้ายขึ้นจริงๆ จะทำให้ไม่มีใครเชื่อและคิดว่าเป็นการโกหก  ซึ่งล่าสุดเจ้าของภาพดังกล่าวได้ออกมาขอโทษและลบภาพเจ้าปัญหาทิ้งไปแล้ว แต่ก็มีคนแคปไปเผยแพร่ต่ออีกจำนวนมาก

ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์อีกกลุ่มหนึ่งได้มีการเรียกร้องให้ผู้ใช้เฟซบุ๊คตรวจสอบภาพและข่าวก่อนแชร์ออกไป เนื่องจากบางภาพเป็นข่าวลวงและบางภาพเป็นเหตุการณ์เก่าหรือเกิดขึ้นที่ต่างประเทศ ซึ่งการแชร์ภาพโดยขาดการตรวจสอบอาจจะทำให้เกิดความสับสนในการรับรู้ข่าวสารและการระวังภัยได้

ประเด็นที่ 2

เป็นเรื่องราวของชาวสังคมออนไลน์ในต่างประเทศ ที่แห่แชร์ภาพของ PIE-SCRAPER หรืออีกชื่อหนึ่งคือ เบอร์เกอร์ปีศาจ ซึ่งมีความสูงกงว่า 5.4ฟุตและให้พลังงานมากถึง30,000 แคลอรี่ โดยหากกินมันเข้าไปทั้งหมดจะสามารถมีพลังงานเพียงพอต่อการใช้ชีวิตมากถึง 2 สัปดาห์ หรือถ้าหากเทียบการเผาผลาญร่างกายด้วยการวิ่งอาจจะต้องวิ่งไกลเกือบ 500 กิโลเมตรเลยทีเดียว

3

โดย PIE-SCRAPER เป็นเมนูเบอร์เกอร์ที่มีความสูงที่สุดในฌโลก ประกอบด้วยชีสเบอร์เกอร์กว่า 10 ปอนด์ เนื้อวัวกว่า 11 ปอนด์ รวมไปถึงไส้กรอกม้วนเบคอน สปาเก็ตตี้ ผัก หัวหอม มะเขือเทศด้วย

เมนูเบอร์เกอร์ปีศาจนี้ รังสรรค์โดยนายจอนห์ คลากสัน เจ้าของร้านMister Eater’s Eating Emporium ในประเทศอังกฤษ โดยเขาต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงในการประกอบให้เบอร์เกอร์มีขนาดสูงเป็นหอคอยอย่างนี้และแต่ละชั้นของเบอร์เกอร์มีความแตกต่างกันไปตามชั้น บางชั้นเป็นพาย สเต็ก เห็ด เบคอน คาโบนาร่า ลูกชิ้น มันฝรั่ง ซึ่งรสชาติก็จะแตกต่างกันออกไปด้วย

เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานสุดยอดอาหารมาไว้หนึ่งเดียวกัน ซึ่งปัญหาของการกินเบอร์เกอร์ชิ้นนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่ากินยังไงให้หมด แต่อยู่ที่ว่าจะเอาเข้าปากยังไงมากกว่า ซึ่งมีคนบอกว่าให้แบ่งออกมากินทีละชั้นๆ ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะทานหมด แถมถ้าเอามากินทีละชั้น อาจจะไม่ได้อารมณ์ของเบอร์เกอร์ด้วย

โดยเจ้าของร้านบอกว่าเป็นการทำขึ้นมาเล่นๆเท่านั้น ในตอนนี้ยังไม่มีแพลนว่าจะวางขายจริงแต่อย่างใด

4

ข่าวอื่นๆ ในรายการ Good Morning Thailand ประจำวันที่ 7 พ.ค.

– เฝ้าระวังอันตรายจากแผ่นดินไหว
– ไข่ไก่ขยับขึ้นฟองละ 10-20 สตางค์
– สำรวจความเสียหายหลังแผ่นดินไหวเชียงราย
– บรรทุกเกินทำเรือ “เซวอล”ล่ม
– กิจกรรมสำหรับเด็กๆ ในญี่ปุ่น
– แพนเค้กแจงน้องหมาบุกบ้านเพื่อนบ้านรอบ4
– กรีน ปลื้ม เคลลี่ พาเยี่ยมญาติที่สหรัฐ
– น้องเนย  ณิศศา เกตุระหงส์  Miss Tiffany’s Universe 2014 พร้อมเหล่าเพื่อนนางงาม เยือน MONO29

55555

วีรพัฒน์ ชี้ ข้อสังเกต คดีศาลรธน.ฟันยิ่งลักษณ์ พ้นนายกฯ

วันนี้(7 พ.ค.) จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัย กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ไม่ชอบโดยกฎหมาย ซึ่งล่าสุด นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ ได้เผยเกี่ยวกับข้อสังเกตเกี่ยวกับคดีศาลรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า

084

– นางสาวยิ่งลักษณ์ กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาจริงหรือ ?

การที่มีผู้ร้องว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้โยกย้ายตำแหน่งนายถวิล เปลี่ยนสี อันมีลักษณะกระทำการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญและต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่ปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวอยู่นั้น การกระทำการต้องห้ามเช่นว่านั้นจะเกิดขึ้นได้ ต้องครบเงื่อนไข 2 ประการ คือ

(1) นายกฯ ยิ่งลักษณ์ กระทำการย้ายนายถวิลโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย และ
(2) นายกฯ ยิ่งลักษณ์ กระทำการย้ายนายถวิลเพื่อตักตวงผลประโยชน์ส่วนตนที่ขัดต่อส่วนรวม ให้กับตนเอง หรือผู้อื่น

อย่างไรก็ดี ศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษาถึงที่สุดแล้วว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ มีอำนาจชัดเจนที่จะย้ายนายถวิลได้ เพียงแต่ได้ใช้อำนาจผิดพลาดในเชิงดุลพินิจ กล่าวคือ ได้ทำการย้ายไปโดยไม่ได้อธิบายเหตุผลชัดเจนเพียงพอ ศาลปกครองสูงสุดจึงพิพากษาให้การย้ายที่มีอำนาจนั้นเป็นการใช้อำนาจในส่วนดุลพินิจที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งย่อมต่างไปจากการย้ายที่ไม่มีอำนาจ นอกจากนี้ ศาลปกครองสูงสุดยังไม่ได้พิพากษาตามคำกล่าวอ้างว่ามีการกระทำที่ส่อการทุจริตตักตวงหรือเอื้อประโยชน์ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจากการย้ายตำแหน่งที่ว่านั้นแต่อย่างใด

แม้คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดดังกล่าวจะไม่ผูกพันศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่ศาลรัฐธรรมนูญพึงต้องเคารพความเป็นที่สิ้นสุดของคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในส่วนที่เป็นประเด็นกฎหมายปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญจึงควรระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่เข้าไปวินิจฉัยคดีใดให้ขัดแย้งกับคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด อันจะเป็นการก้าวล่วงอำนาจระหว่างศาลอันจะทำลายระบบกฎหมายในที่สุด

ดังนั้น เมื่อศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงในทางปกครองเป็นที่ยุติแล้วว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ มีอำนาจที่จะย้ายนายถวิล เพียงแต่ใช้ดุลพินิจไม่ถูกต้องเพราะอธิบายเหตุผลไม่ชัดเจน อีกทั้งไม่ได้มีหลักฐานการทุจริตตักตวงผลประโยชน์ การกระทำของนางสาวยิ่งลักษณ์ จึงไม่ครบองค์ประกอบการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ และไม่มีเหตุให้นางสาวยิ่งลักษณ์ต้องพ้นจากตำแหน่งแต่อย่างใด

– ศาลมีอำนาจวินิจฉัยให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ พ้นจากตำแหน่งซ้ำซ้อนได้หรือไม่ ?

การยุบสภาเมื่อเดือนธันวาคม 2556 ได้ส่งผลให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว แต่รัฐธรรมนูญได้บังคับให้ต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปชั่วคราว จนกว่าจะมีการเลือกตั้งและมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ จึงทำให้เกิดคำถามตามมาว่า ณ วันนี้ ศาลจะยังสามารถวินิจฉัยให้นางสาวยิ่งลักษณ์พ้นจากตำแหน่งซ้ำซ้อนได้อีกหลังยุบสภาไปแล้วหรือไม่

ประเด็นนี้มีความเห็นทางกฎหมายเป็นสองทาง ทางหนึ่งเห็นว่า เมื่อนางสาวยิ่งลักษณ์พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว จึงไม่มีตำแหน่งที่จะวินิจฉัยให้พ้นได้ซ้ำอีก ดังนั้น ศาลจึงไม่มีวัตถุแห่งคดีให้พิจารณา และไม่อาจรับคดีไว้วินิจฉัยได้ ในขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่า หากนางสาวยิ่งลักษณ์ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่ต่อไป หากมีการกระทำการที่ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ศาลก็ตรวจสอบได้ เพราะยังคงมีการใช้อำนาจอยู่

เรื่องนี้ ยังตีความถกเถียงกันได้ทั้งสองทาง เพราะในทางหนึ่งชัดเจนว่านางสาวยิ่งลักษณ์ได้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปแล้ว แต่ควรสังเกตว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 181 ที่มีผลบังคับให้นางสาวยิ่งลักษณ์ต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปนั้น แท้จริงแล้วเป็นบทบัญญัติที่กล่าวถึง “คณะรัฐมนตรี” ทั้งคณะ โดยไม่ได้เจาะจงถึงรัฐมนตรีรายบุคคล ดังนั้น จึงอาจพิจารณาได้ว่า หากผู้ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีรายหนึ่งรายใดกระทำการต้องห้ามขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว และได้ส่งผลให้เกิดการขัดกันแห่งผลประโยชน์อันไม่อาจถูกระงับการที่ต้องห้ามนั้นได้ ศาลก็อาจตีความกฎหมายอย่างแยบยลและลึกซึ้งเพื่อวินิจฉัยกรณีต้องห้ามมิให้นางสาวยิ่งลักษณ์ปฏิบัติหน้าที่ต่อได้เช่นกัน กล่าวคือ มิได้วินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งซ้ำซ้อน แต่เป็นการวินิจฉัยไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวเป็นรายบุคคล แต่หลักการสำคัญที่ศาลจะล่วงละเมิดมิได้ก็คือ บรรดารัฐมนตรีที่เหลือยังคงถูกบังคับให้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ในนาม “คณะรัฐมนตรี” ต่อไป และอาจเลือกรัฐมนตรีรายหนึ่งปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งและได้ “คณะรัฐมนตรี” ใหม่มาแทน

– คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจะส่งผลต่อการเมืองไทยอย่างไร ?

ณ เวลานี้ วิธีการเดียวที่จะหลีกเลี่ยงการนองเลือดและทำให้ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้นั้น ศาลจะต้องไม่ใช้อำนาจในทางที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และต้องปล่อยให้ปัญหาการเมืองแก้ไขด้วยการเมือง ซึ่งก็คือการที่ทุกฝ่ายต้องตกลงร่วมใจให้การปฏิรูปและการเลือกตั้งสามารถเดินหน้าควบคู่ไปพร้อมกัน โดยไม่ยึดถือเรื่องใดให้อยู่เหนือกว่าอีกเรื่องหนึ่ง

หากสุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญตัดสินขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญให้คณะรัฐมนตรีที่ปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวในปัจจุบันไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ก็อาจนำไปสู่สภาวะที่กติกาบ้านเมืองตกอยู่ในสภาพไร้ความหมาย มีการแก่งแย่งชิงอำนาจของกลุ่มการเมืองและมวลชนที่ขัดแย้งขยายตัวรุนแรง จนอาจเกิดกรณีที่มีผู้เปรียบเปรยไว้ว่าเป็นการ “ยกปัตตานี มาไว้ที่กรุงเทพฯ” กล่าวคือ แม้อาจมีทหารยืนอยู่ตามท้องถนน แต่ก็จะมีความรุนแรงทั้งบนดินและใต้ดิน ฆ่ากันตายรายวัน จนอาจเป็นยุคมืดของแผ่นดินไทยในที่สุด.

MThai News

เผยคลิป หนุ่มกระโดดจากล้อเครื่องบิน หลังเกาะนาน 5ช.ม. ไปฮาวาย

MThai News: สำนักข่าวต่างประเทศเผยแพร่คลิปนาทีที่วัยรุ่นชายวัย 15 ปี กระโดดลงจากซุ้มล้อ (wheel well) เครื่องบิน หลังจากที่ยึดเกาะมานานถึง 5 ชั่วโมงครึ่งจากรัฐแคลิฟอร์เนียไปยังรัฐฮาวาย จนกลายเป็นข่าวฮือฮา เมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา

1 article-2622056-1DA107E000000578-538_634x470

ทั้งนี้หนุ่มสุดบ้ารายนี้ มีชื่อว่า Yahya Abdi ในคลิปเผยให้เห็นช่วงที่เครื่องร่อนลงจอดแล้ว Yahya Abdi กระโดดลงมาลงที่พื้นคอนกรีต เขานั่งอยู่ราว 13 วินาที ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆแล้วค่อยๆเดินไปอย่างโซเซ ก่อนจะเดินไปหาพนักงานขับรถในลานจอดสนามบินพูดคุยกันสักครู่แล้วเดินจากไป

ขณะที่เพื่อนๆของ Yahya Abdi ระบุว่าเขาอาศัยอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยงที่แคลิฟอร์เนีย แต่เขาเหงาและคิดถึงแม่ที่อยู่ในเอธิโอเปียจึงอยากเดินทางไปหา แต่หลังเกิดเหตุการณ์นี้พ่อก็มารับตัวเขากลับไป

MThai News

…………………………………………………………………………….

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

article-2609270-1D3B9AC200000578-337_634x422-450x300 โคตรบ้า! โจ๋มะกันเกาะล้อเครื่องบิน นานกว่า 5 ชม. ถึงจุดหมายปลอดภัย

…………………………………………………………………………….

2 article-2622056-1DA107D000000578-630_634x462

3 article-2622056-1DA107E800000578-629_634x470

4 article-2622056-1DA107E400000578-209_634x472

article-2622056-1D9371A800000578-361_634x449

article-2622056-1D5333CB00000578-243_306x423