นายกสมาคมธุรกิจไทย-อินเดีย ระบุ เตรียมใช้งบส่วนตัว ขออาสาเดินทางไปทำความเข้าใจมิตรประเทศ ถึงสถานการณ์บ้านเมืองใน 6ประเทศ มั่นใจจะสร้างความมั่นใจในการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว พร้อมขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์-ทหาร ทำประเทศกลับมาเป็นประเทศ

วานนี้ 27 พ.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสาธิต เซกัล นายกสมาคมธุรกิจไทย-อินเดีย อดีตแกนนำ กปปส.สีลม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า ขอกราบคารวะพ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่เคารพรักทุกท่าน ก่อนอื่นขอชื่นชมพี่น้องทหารที่เข้ามาควบคุมสถานการณ์บ้านเมืองที่ปั่นป่วน เนื่องจากเกิดความไม่สงบจนทำให้ประชากรผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิตเป็นจำนวนยี่สิบกว่าคนและยังมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนหลายร้อยคน
กระผมเชื่อว่าพลเอกประยุทธ ท่านมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหานานาชนิดของบ้านเมือง และจะนำความสงบ ความเจริญก้าวหน้ามาสู่ประชาชนอย่างรวดเร็ว กระผมขอชื่นชมบทบาทของท่านในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และนำประเทศไทยที่รักยิ่งของพวกเราให้กลับมาเป็นประเทศที่ประชากรอยู่เย็นเป็นสุข มีโอกาสในการดำเนินชีวิตโดยไม่โดนคุกคาม มีรายได้ดี การค้าเจริญเติบโต
ส่วนด้านต่างประเทศ กระผมเชื่อว่าจะมีนักลงทุนจากต่างประเทศจะหันมาลงทุนในบ้านเรามากขึ้น ในด้านการท่องเที่ยวทุกอย่างจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เนื่องจากประเทศไทยยังเป็นประเทศที่มีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวดีกว่าอีกหลายประเทศ มีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกประการ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวต่างประเทศชื่นชมและนิยม และสิ่งสำคัญที่สุดพ่อแม่พี่น้องชาวไทยต้อนรับชาวต่างประเทศด้วยความอบอุ่นและจริงใจ จึงทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักและเรียกประเทศไทยเป็นสยามเมืองยิ้ม
ในช่วงสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป กระผมจะอาสาเดินทางไปประเทศอินเดียและประเทศข้างเคียงอีกห้าประเทศ เพื่อทำความเข้าใจให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้รู้ถึงสถานการณ์ที่แท้จริงของประเทศไทย เพื่อให้ประเทศดังกล่าวได้มีความมั่นใจ ในการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น ถือว่าเป็นหน้าที่ของกระผมในฐานะชาวต่างประเทศที่มาอาศัยแผ่นดินไทยอยู่มาร่วมห้าสิบกว่าปีแล้ว และในฐานะผู้นำนักธุรกิจของภาคเอกชน ในการเดินทางครั้งนี้กระผมจะใช้ค่าใช้จ่ายส่วนตัวเพื่อแสดงความจริงใจและความบริสุทธิ์ใจ
กระผมขอขอบคุณและชื่นชมท่านพลเอกประยุทธและคณะที่ได้ประกาศมาตรการในการเทิดทูนและปกป้องสถาบันพระมาหากษัตริย์ที่เป็นที่รักและเคารพของพ่อแม่พี่น้องชาวไทยและของพวกเราชาวต่างประเทศที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย การจาบจ้วงสถาบันเป็นสิ่งที่รับไม่ได้และจะต้องมีการจับกุมผู้ดูหมิ่นและจาบจ้วงอย่างเด็ดขาด
กระผมเคยแสดงความกังวลในเรื่องนี้กับท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุดในวันที่ท่านได้เปิดสัมมนาเพื่อหาทางออกให้ประเทศไทย กระผมจึงต้องขอขอบคุณมาอีกครั้ง ว่าวันนี้สิ่งที่กระผมอยากเห็นได้ปรากฏขึ้นมาแล้ว สถาบันพระมหากษัตริย์จะต้องยั่งยืนอยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไป เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในการปกป้องอธิปไตยและการอยู่รอดของประเทศ ที่ไม่ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของอาณานิคมและยังมีบทบาทสำคัญในด้านสังคม ศาสนา เป็นสถาบันที่ผูกมัดให้ชาวไทยเป็นหนึ่งเดียวมาตลอด
MThai News





