4องค์กรวิชาชีพสื่อ ระดมสมอง กำหนดบทบาทในวิกฤติ

4 องค์กรวิชาชีพสื่อระดมสมองผู้บริหารองค์กรสื่อทุกแขนง ร่วมหาแนวทางการทำงาน ภายใต้สถานการณ์ 78164

นาย ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า องค์กรวิชาชีพสื่อ 4 องค์กร ประกอบด้วยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้เชิญบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ และสถานีโทรทัศน์ทั้งฟรีทีวีและทีวีดิจิตอลมาปรึกษาหารือเรื่องการทำหน้าที่ สื่อมวลชนภายใต้สถานการณ์การบริหารประเทศของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดังนี้

1.เห็นว่า นักข่าว ผู้ประกาศข่าว ผู้ดำเนินรายการรวมทั้งผู้ปฏิบัติงานด้านข่าวที่เกี่ยวข้องสื่อมวลชนทุกแขนง สามารถทำหน้าที่รายงานข่าวได้ตามปกติแม้ว่าต้องทำหน้าที่สื่อมวลชนใน บรรยากาศที่เสรีภาพถูกจำกัดบ้างก็ตาม และให้ตระหนักถึงสถานการณ์พิเศษในช่วงนี้

แต่ถ้าการทำหน้าที่โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ นำเสนอข้อมูลอย่างรอบด้านให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทำหน้าที่ด้วยความสุจริต ตรงไปตรงมา ตามจริยธรรมของวิชาชีพสื่อมวลชนก็จะได้รับการคุ้มครอง ประกาศฉบับต่างๆ ของ คสช. ก็ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด

2.เพื่อประโยชน์ในการรับรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ของประชาชน ที่ประชุมเห็นควรเสนอให้ คสช. จัดระบบในการแถลงข่าวให้ชัดเจน มีการกำหนดเวลาการแถลงข่าวในแต่ละวัน และเปิดโอกาสให้นักข่าวได้ซักถามอย่างตรงไปตรงมา ให้เคารพสิทธิ์ซึ่งกันและกันเพราะหากประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างถูก ต้อง ไม่มีความเคลือบแคลงสงสัย ก็จะมีส่วนช่วยทำให้สถานการณ์ประเทศกลับสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว

3.สำหรับ จุดมุ่งหมายในการปฏิรูปประเทศ ทั้งด้านโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ ซึ่งเป็นเป้าหมายร่วมกันของคนไทยที่เกิดจากวิกฤติของประเทศครั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นว่า การปฏิรูปประเทศต้องกระทำบนพื้นฐานที่ทุกคน ทุกฝ่าย มีส่วนร่วม และเห็นว่า เสรีภาพในการแสดงออกและการแสดงความคิดเห็นของประชาชนนั้น มีความสำคัญและต้องเปิดโอกาสให้สื่อมวลชน เพื่อการปฏิรูปประเทศด้วย

เปลี่ยนเวลาเคอร์ฟิว00.01-04.00น. มีผล28พ.ค.

ประกาศ ฉ.42/2557 เรื่องแก้ไขห้วงเวลา ห้ามออกนอกเคหะสถาน จาก 22.00-05.00 เป็น 00.01-04.00 น. เริ่ม 28 พ.ค.นี้ 540355-01

ประกาศ คสช. ฉบับที่ 42/2557 เรื่องแก้ไขห้วงเวลา ห้ามออกนอกเคหะสถาน ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2557 ลงวันที่ 22 พ.ค. 2557 เรื่องห้ามออกนอกเคหะสถาน โดยห้ามบุคคลใดทั่วราชอาณาจักร ออกนอกเคหะสถาน ภายในเวลา 22.00-05.00 ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2557 เว้นแต่ได้รับอนุญาต
จาก พนักงานเจ้าหน้าที่ และตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 8 /2557 ลงวันที่ 22 พ.ค.2557 เรื่องข้อยกเว้น ห้ามออกนอกเคหะสถานนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาต่อผลกระทบการดำเนินชีวิตของประชาชน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงขอแก้ไข ห้วงเวลาออกนอกเคหะสถาน และแนวทางปฏิบัติดังนี้

1. ห้ามมิให้บุคคลใดทั่วราชอาณาจักร ออกนอกเคหะสถาน ในเวลา  00.01-04.00 ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. 2557 เป็นต้นไป เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่

2. การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในการรับส่งเงิน และทรัพย์สินมีค่าของธนาคาร ให้ยังคงปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 4/2557 ลงวันที่ 23 พ.ค. 2557 เรื่อง อนุญาตให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยการรับส่งเงินของธนาคาร เดินทางในห้วงเวลากลางคืน และพกพาอาวุธ เพื่อประกอบธุรกิจได้

3. การปฏิบัติของผู้ประกอบธุรกิจการขนส่ง ในห้วงเวลาที่ห้ามออกนอกเคหะสถาน ให้ยังคงปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงแห่งชาติ 17/2557 ลงวันที่ 24 พ.ค. 2557 เรื่องการอนุญาตให้ขนส่งสินค้า ในห้วงเวลาที่ห้ามออกนอกเคหะสถาน

ประกาศ ณ วันที่ 26 พ.ค. 2557

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

มหาดไทยสั่งเด้งข้าราชการระดับสูง9ตำแหน่ง

มหาดไทย  เด้ง ข้าราชการระดับสูง 9 ตำแหน่ง  ย้าย ผู้ว่าฯขอนแก่น นั่ง ผู้ตรวจฯ ให้ผู้ว่าฯเชียงใหม่ ไป สระบุรี มีผล 2 มิ.ย. กระทรวง มหาดไทย ออก คำสั่ง ที่ 279/2557 เรื่องให้ข้าราชการรักษการในตำแหน่ง เพื่อให้การปฏิบัติราชการของกระทรวงมหาดไทยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 57  และมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551  จึงให้ข้าราชการรักษาการในตำแหน่ง จำนวน 9 ราย ดังนี้1.นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้รักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
2.นายกำธร ถาวรสถิตย์  ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ให้รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น
3.นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ให้รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท
4.นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี
5.นายสุริยะ ประสาทบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ให้รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
6.นาย สมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง  สำนักงานปลัดกระทรวง ให้รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตาก
7.นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ให้รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง
8.นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ให้รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
9.นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ให้รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 2  มิถุนายน 2557 เป็นต้นไป

นายวิบูลย์ สงวนพงษ์  ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่ง ณ วันที่ 27 พ.ค. 2557

540360-01 540360-02