นักข่าวดัง ชวนเที่ยวไทย แม้จะมีการใช้ กฎอัยการศึก

Michael Yon เชื่อ กฎอัยการศึก ลดความตรึงเครียด เพิ่มความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ชวนนักท่องเที่ยว-นักลงทุนมาไทย

ไมเคิล ยอน, Michael Yon, กฎอัยการศึก

วานนี้ (22 พ.ค. 57) Michael Yon ผู้สื่อข่าวต่างชาติที่เข้ามาประจำการติดตามสถานการณ์ทางการเมืองของไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเห็นภายหลังผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศใช้กฎอัยการศึกดูแลความสงบเรียบร้อยในประเทศไทย ไปเมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยระบุว่า กฎอัยการศึกที่เกิดขึ้นในไทยไม่ใช่การปฏิวัติอ่อนๆ แต่เป็นการเข้ามาอย่างถูกที่ถูกเวลา เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ทางการเมืองให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว และนักลงทุน

Thailand: Martial Law-Light
ประเทศไทย: กฏอัยการศึกแบบเบาบาง

กฏอัยการศึกที่กำลังเกิดขึ้นที่นี่ ไม่เหมือนกับในจินตนาการของใครบางคน เพราะนี่เป็นแบบละมุนละม่อมจนถ้าใครบางคนที่ไม่ได้ติดตามสนใจ หรือไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ (หรือแม้ว่าจะอยู่ในกรุงเทพฯ) อาจจะไม่สังเกตเห็นเลย

กองทัพก้าวเข้ามาเป็นตัวกลางเพื่อความสันติ พลเอกประยุทธ (ผู้บัญชาการทหารบก) ได้ “เชิญ”ทุกฝ่ายให้เข้าร่วมเจรจา มิเช่นนั้น ประเทศไทยอาจจะติดอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีทางออกทางการเมืองไปอีกนาน ทั้งนี้ยังไม่มีการปฎิวัติรัฐประหาร หรือ ปฎิวัติอ่อนๆ เกิดขึ้นในประเทศไทยแต่ประการใด

มันปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจที่จะเดินทางมาเยือน

The martial law unfolding here is not like some people may imagine. It is so soft that if someone is not paying attention, and not in Bangkok (or even in Bangkok), she is unlikely to notice. The Army is stepping in to broker peace. Basically General Prayuth (top Army commander) is ‘inviting’ all sides to negotiations. Otherwise Thailand is caught in perpetual political deadlock. There has been no coup or so-called soft-coup.

It is safe for travelers or business people to visit.

MThai news

แม้ยามนี้คนไทยก็รักทหาร น่ารักอ่ะ(English) Welcome soldiers, Chill out with the Martial Law..(English)

ทหารหล่อบอกด้วย เทรนด์ฮิตโซเชียลกับสถานการณ์ กฎอัยการศึก

ทหารหล่อบอกด้วย เทรนด์ฮิตโซเชียลดังไกลถึงสื่อนอก

คุณชายอดัม แจงชาวเน็ตต่อกระแสต้าน ‘ทราย เจริญปุระ’ หนังพระนเรศวร

วันนี้(22 พ.ค.) หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล หรือคุณชายอดัม โอรสของหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล หรือ ท่านมุ้ย ได้โพสข้อความผ่านทางเฟซบุ๊คกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์ต่อต้านทราย เจริญปุระ หนึ่งในนักแสดงนำภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช   ซึ่งหลายคนมองว่าไม่เหมาะสม โดยมีการนำไปโยงกับเรื่องทัศนคติการเมืองส่วนตัว โดยคุณชายอดัม เผยว่า

pooyingnaka20061030_155737

ภาพยนตร์เป็นสื่อบันเทิง ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง คนทำหนัง นักแสดงมีความคิดเห็นทางการเมืองได้ เป็นสิทธิและเสรีภาพของเขาตราบใดที่อยู่ในกฏหมาย แต่เมื่ออยู่ในโลกของภาพยนตร์แล้ว มันจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัวของใคร เพราะภาพยนตร์ก็คือภาพยนตร์

นักแสดงทุกคนไม่ว่าจะคิดอะไร เป็นใครบนโลกนี้ เมื่ออยู่ในหนังแล้วเขาก็คือ “แก้วเปล่า” เหมือนกันหมด สุดแท้แต่บทบาทหรือสิ่งที่ผู้กำกับจะหยิบยื่นให้เขาเล่น …. ดังนั้นนักแสดงคือมืออาชีพทางการแสดงผู้ถอดหัวโขนของตนแล้วไปสวมหัวโขนของคนอื่น

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเป้าหมายให้คนไทยเรียนรู้ประวัติศาสตร์และเรียนรู้ความผิดพลาดจากความแตกแยกของชาติจนบ้านเมืองต้องพ่ายแพ้สงคราม หากคุณเป็นคนที่เข้ามาดูด้วยมโนภาพและอคติจากความรู้สึกว่าชาติจะต้องแบ่งแยกเป็นสองฝ่ายเสมอไม่ว่าประการใด ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คงไม่ตอบสนองโจทย์ของผู้ชมคนนั้นๆตั้งแต่ต้นแล้ว

หากพี่ทรายเป็นคนล้มเจ้าจริง ก็ควรจะไปฟ้องดำเนินคดีทางกฏหมายมากกว่าการพูดอยู่บนอินเตอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว เพราะตรงนี้มีกฏหมายรองรับอยู่แล้วและภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายมานานชาติแล้ว12 ปีก่อนการเมืองจะปะทุอีก

โดยส่วนตัวแล้ว หากคุณไม่ทำหนังโดยมีข้อความทางการเมืองหรือยุยงเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นสาระของตัวหนังเองอยู่แล้ว… ภาพยนตร์ไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และควรมีหน้าที่ที่จะรองรับเป้าหมายของข้อความ/เนื้อหาที่ผู้กำกับและคนเขียนบทอยากนำเสนอเท่านั้น เป็นเอกเทศจากเรื่องทางการเมือง …. ผมก็มีความคิดเห็นทางการเมือง แต่ผมจะไม่นำมันเข้ามาอยู่ในหนังของผม

ยิ่งการเป็นคนสาธารณะ เป็นดารา เป็นนักแสดง เป็นคนทำงานสื่อ เป็นนักข่าว เป็นนักร้อง นักดนตรี คนบันเทิงควรจะเริ่มสงวนท่าทีในเรื่องการเมืองให้อยู่ในพื้นที่ส่วนตน (โซเชี่ยลเน็ตเวิร์คไม่ใช่พื้นที่ส่วนตนนะครับ) เพราะเราคือต้นแบบและแม่พิมพ์ของยุคสมัยของมหาชน การเมืองมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ แต่ภาพลักษณ์เราไม่ได้เปลี่ยนไป คนเชื่อเราอย่างไร เขาก็จะเชื่อเราอย่างนั้นไปจนวันตาย

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

หนัง » ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

สมรภูมิสุดท้าย โดย “สงกรานต์ เดอะวอยซ์” ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ เพลงประกอบ “ยุทธหัตถี”

 

3นักแสดง เสี่ยงตายลุยกองเพลิงจริง ฉากมหาศึกนันทบุเรง จุดพลิกผันแห่งมหาสงคราม 2แผ่นดิน

 

ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยุทธหัตถี (30ที่นั่ง)

ตัวอย่างภาพยนตร์ฉบับเต็ม ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยุทธหัตถี

สุดสลด พ่ออุ้มศพลูกเดินประจานหมอ ทำคลอดแม่-ลูกตายคู่

พ่ออุ้มศพลูกตายมาแล้ว 2 วัน เดินประจานหมอทำคลอดแม่-ลูกตายคู่ อ้างหมอไม่ใส่ใจ

2
จากกรณีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมีข่าวชายอุ้มศพลูกประท้วง สาเหตุที่หมอทำคลอดทำเด็กและแม่เสียชีวิต ล่าสุด วันนี้(22 พ.ค.) ชาวสังคมออนไลน์ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอนี้อีกครั้ง โดยเป็นเหตุการณ์ที่ ชายคนหนึ่งอุ้มศพเด็กที่เสียชีวิตไปแล้ว 2 วัน พร้อมกับกลุ่มชาวบ้านถือป้ายและพวงหรีดประท้วงโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ซึ่งป้ายดังกล่าวเขียนว่า ขอความเป็นธรรมแก่นางพรทิพย์ บุดดีดำและด.ช.อัศวิน อินทวงศ์ บุตรชาย

ชายคนที่เป็นพ่ออุ้มศพลูกพร้อมร้องไห้ ตะโกนขอความเป็นธรรมให้โรงพยาบาลรับผิดชอบที่ทำให้ทำให้ลูกชายและภรรยาของตนตาย โดยผู้เป็นพ่อเผยว่า แพทย์ที่ดูแลไม่ให้ความสนใจ ตรวจแค่ครั้งเดียวและตอนแรกบอกว่าจะทำคลอดด้วยการผ่าเอาเด็กออก

แต่พอถึงวันคลอดกลับบอกว่าให้คลอดธรรมชาติและสอดยาให้ พอภรรยาของตนปวดก็ให้พยาบาลมาฉีดยาให้ โดยที่หมอไม่มาฉีดเอง จากนั้นภรรยาของตนก็ชักจนกระทั่งเสียชีวิต หลังจากนั้น 30 นาที หมอจึงมาพาเอาศพลูกออกมา   ซึ่งตนเป็นคนจนๆ ไม่มีปาก ไม่มีเสียงอะไร จึงต้องมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม

MThai News