เศรษฐีบุรีรัมย์ถือแบงค์50 เดินขอแลก40บาท

เศรษฐีบุรีรัมย์ เดินให้ประชาชนนำเงิน 40 บาท มาแลกกับ 50 บาทของตน เผยอยากแบ่งปัน เพราะมีมากเพียงพอ 241105

วันนี้(19 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงาน นายเสริมเกียรติ กัลป์เจริญศรี อายุ 64 ปี เศรษฐีเจ้าของธุรกิจหอพักและสินเชื่อที่ จ.บุรีรัมย์ ได้นำธนบัตรฉบับละ 50 บาท เย็บติดกับถุงพลาสติกที่บรรจุรูปถ่ายตนเองและข้อความ “เบอร์ 4 ขอทดแทนคุณ ขอเป็นฝ่ายค้าน” และหมายเลขโทรศัพท์ มาเดินแลกกับเงินจำนวน 40 บาท ในย่านต่างๆ ของเขตเทศบาลเมืองบุรีรีมย์ ส้รางความประหลาดให้ผู้พบเห็น อีกทั้งบางคนไม่ทราบว่าเป็นธนบัตรจริงหรือไม่ แต่พอทราบว่าจริง จึงพากันมาแลกเงินกันอย่างคึกคัก

นายเสริมเกียรติ เปิดเผยสาเหตุที่นำธนบัตร 50 บาท มาเดินแลกกับเงินจำนวน 40 บาท เพราะมองว่าตนมีเงินเพียงพอแล้ว จึงอยากแบ่งปันให้กับผู้ที่มีน้อยกว่า เพราะเคยผ่านความยากลำบากมาก่อน และอยากให้ทุกคนได้เห็นคุณค่าของการใช้จ่าย โดยมองว่าหากมีเงิน 2 แสนบาท สามารถไปเที่ยวต่างประเทศได้ 2 คน แต่หากนำมาให้คนยากจน คนละ 10 บาท จะได้มากถึง 2 หมื่นคน โดยมองว่าหากเอาไปเปรียบเทียบกับการใช้จ่ายไปกับสินค้าราคาแพงก็จะได้เพียงไม่กี่ชิ้น แต่หากซื้อในราคาถูกก็จะได้ในจำนวนที่มากขึ้น และสามารถแบ่งปันไปสู่คนอื่นๆ ได้อีก

ทั้งนี้ จากข้อความ “เบอร์ 4 ขอทดแทนบุญคุณ ขอเป็นฝ่ายค้าน” สอบถามได้ความว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างไร เป็นเพียงข้อความที่นายสมเกียรติคิดขึ้นมาเอง ความว่าใช้เป็นข้อความประชาสัมพันธ์ธุรกิจ อย่างไรก็ตาม เศรษฐีร้อยล้านคนนี้ เคยสร้างความฮือฮามาแล้วครึ้งหนึ่ง ในปี 49 จากการแปะป้ายประกาศรับสมัครลูกเขย ทำให้มีหนุ่มโสดทั้งในและต่างจังหวัดแห่มาสมัครเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งต้องรื้อป้ายดังกล่าวออก ก่อนที่เรื่องจะค่อยๆ เงียบหายไป

241106

ขอบคุณภาพจาก ข่าวสด
MThai News

จบเกียรตินิยม ไม่ช่วยให้ทำงานเก่ง ดนตรี กีฬาสำคัญกว่า

ผลวิจัยชี้ ดนตรี กีฬาและงานอดิเรกมีความสัมพันธ์อย่างสูงต่อการพัฒนาทักษะการทำงาน แนะ องค์กรอย่ารับคนที่เกรดอย่างเดียว

url

วันนี้(19พ.ค.) รศ.ดร.อรรณพ ตันละมัย คณบดีวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า ได้ร่วมกับบริษัทจ็อบท็อปกันและซุปเปอร์เรซูเม่ ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับสมรรถนะในการทำงานที่สัมพันธ์กับงานอดิเรก ดนตรี กีฬา ที่ส่งผลต่อการพัฒนาทักษะ พบว่า ดนตรี กีฬาและงานอดิเรก ช่วยพัฒนาความสามารถของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี

งานอิดเรกหลายอย่างจะสะท้อนความเป็นตัวตนและลักษณะนิสัยของคนที่ชอบงานเหล่านั้น รวมถึงสะท้อนให้เห็นสมรรถนะในการทำงานด้วย เช่น คนเล่นเทนนิสจะเป็นคนที่ทำงานเชิงรุก คนที่ชอบทำอาหารจะเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์และการลองผิดลองถูก คนที่ชอบเล่นฟุตบอลจะรู้จักขั้นตอนการฝึกฝนและการทำงานเป็นทีม คนที่เล่นหมากล้อมจะรู้จักการวางแผนคิดหน้า คิดหลัง และการเล่นดนตรีจะบ่งบอกความพยายามในการฝึกฝน ฝึกซ้อม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องชี้วัดที่สะท้อนขีดความสามารถในการทำงานของแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน ซึ่งจะต่างกับนักเรียน นักศึกษาที่มุ่งเน้นด้านวิชาการอย่างเดียว ทำให้แม้เรียนได้เกรดดีก็ไม่อาจจะทำงานเก่งได้เพราะนั่นเป็นเพียงผลการทดสอบทางวิชาการเท่านั้น

ทั้งนี้ผลงานวิจัยชิ้นดังกล่าว เป็นการเก็บกลุ่มตัวอย่างจำนวน 20,260คน เมื่อปี2550และเก็บผลวิเคราะห์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551 – 2556 ทำให้พบว่า ดนตรี กีฬาและงานอดิเรกมีความสัมพันธ์อย่างสูงต่อการพัฒนาทักษะการทำงาน ซึ่งในอนาคตฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัท/องค์กรควรมองจุดนี้ให้มากและไม่ควรตัดสินเฉพาะผลการศึกษาเพียงอย่างเดียว

MThai News

จตุพร ดอดไปศาลแล้ว หลังถูกออกหมายจับคดีหมิ่นอภิสิทธิ์

ศาลอาญาออกหมายจับ จตุพร ประธาน นปช. หลังทนายความขอเลื่อนนัดสืบพยานจำเลย ฐานหมิ่นประมาท อภิสิทธิ์ 

16

วันนี้(19 พ.ค.) ศาลอาญาได้ออกหมายจับนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หลังผิดนัดสืบพยานจำเลยในคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กรณีเมื่อวันที่ 11 ต.ค.52 และ 17 ต.ค.52 นายจตุพรได้ขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวหาในทำนองที่ว่านายอภิสิทธิ์ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นคนสั่งฆ่าประชาชนและขัดขวางการยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้เมื่อถึงเวลานัดทนายความของนายจตุพรได้แถลงต่อศาลขอเลื่อนการสืบพยานจำเลยออกไปก่อน เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันเกิดความวุ่นวาย ประกอบกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้ประกาศตามล่ารัฐมนตรีรักษาการเพื่อบีบบังคับให้ลาออก ประกาศดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อนายจตุพรซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง และนายจตุพรยังต้องดูแลการชุมนุมที่ถนนอักษะให้ปลอดภัย จึงขอเลื่อนการสืบพยานออกไปสักระยะ ซึ่งศาลได้สอบถามทนายโจทก์แล้ว ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นัดก่อนหน้านี้ศาลได้กำชับแล้วว่าหากนายจตุพรไม่มาศาลโดยอ้างว่าป่วยหรือสาเหตุอื่นที่ไม่สมควรจะถือว่ามีเจตนาประวิงคดี คดีนี้ทางทนายจำเลยก็ได้แถลงต่อศาลว่ามีพยานปากเดียวคือนายจตุพรถือว่าเป็นพยานสำคัญ ส่วนที่นายจตุพรอ้างเหตุไม่ปกติ ไม่กล้ามาเบิกความนั้น แต่เหตุเพียงเท่านี้ยังไม่เพียงพอให้รับฟังได้ และเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จึงให้ออกหมายจับนายจตุพรเพื่อนำตัวมาสืบพยานจำเลยในวันที่ 26 พ.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ที่ผ่านมา รายงานข่าวได้แจ้งว่า นายจตุพร ได้เดินทางไปศาลอาญาแล้ว หลังถูกออกหมายจับ โดยนายจตุพรให้เหตุผลที่ไม่เดินทางไปตามนัดก่อนหน้าว่า เพื่อป้องกันเหตุเผชิญหน้ากับกลุ่มพระพุทธะอิสระที่อาจเกิดขึ้นได้ จึงส่งทนายเข้าเลื่อนแจงต่อศาลดังกล่าว 

MThai News