แฟนเพจ ทีวีชุมชน ข่าวสารออนไลน์ จ. เพชรบุรี และ ประจวบฯ รายงานข่าวว่า ได้เกิดเหตุปลานับหมื่นตายยกสระวัดดังจากน้ำเสีย คาดว่าอากาศร้อนทำให้มูลปลาและเศษอาหารที่ทับถมอยู่ใต้สระเกิดความร้อนทำปฎิกิริยากันจนกลายเป็นก๊าซทำให้ปลาขาดอ๊อกซิเจนน๊อคทั้งสระ

ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า ที่วัดสิทธิสังฆาราม หรือวัดหนองคราม หมู่ 2 ตำบลปราณบุรี อำเภอปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปลาที่ทางวัดเลี้ยงไว้ในสระเกิดตายเป็นจำนวนมาก จึงเดินทางไปตรวจสอบพบปลานานาชนิดขนาดใหญ่ทั้งปลาตะเพียน ปลานิลภายในสระน้ำรอบวิหารหลวงพ่อโสธรตายลอยแพส่งกลิ่นเหม็นทั่วนับหมื่นตัว ขณะที่พระลูกวัดก็ช่วยกันใช้สวิงช้อนปลาตายใส่ตะกร้าน้ำหนักรวม 3-4 ตันเพื่อนำไปกลบฝังยังหลุมที่ใช้รถแบ๊คโฮว์ขุดเตรียมไว้
จากการสอบถามพระสุชาติ สุชาโต อายุ 53 ปี พระลูกวัดที่ดูแลวิหารเล่าว่าพบเห็นปลาเริ่มทยอยตายตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมาและเริ่มลอยแพขึ้นอืดเป็นจำนวนมากจึงแจ้งให้ทางพระครูสุนทรกิตติวัฒน์ เจ้าคณะตำบลหนองตาแต้ม เจ้าอาวาสวัดสิทธิสังฆาราม ทราบและสั่งการให้นำปลาที่ตายไปฝังกลบ
ด้านนายบุญมี สำมณีปศุสัตว์อำเภอปราณบุรี กล่าวว่าหลังจากได้เข้ามาตรวจสอบพบว่ามีปลาตายจำนวนมากส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากที่มีประชาชนนำอาหารประเภทขนมปังบูดมีเชื้อรา อาหารปลา มาโยนเลี้ยงให้ปลากิน และสะสมกับมูลปลาจนเกิดก๊าซเน่าเสียเพราะอากาศร้อน ปลาขาดอ๊อกซิเจนหายใจเกิดอาการน๊อกน้ำตายเป็นจำนวนมาก หลังจากแนะนำคงต้องสูบน้ำออกจากบ่อ ดูดเลนออกและโรยปูนขาวฆ่าเชื้อก่อนจะนำปลาชุดใหม่มาปล่อยเลี้ยงต่อไป ขณะเดียวกันประชาชนที่ทราบข่าวต่างบ่นเสียดายปลาไปตามๆกัน
สำหรับวัดสิทธิสังฆาราม ได้รับคัดเลือกให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างในปี พ.ศ.2539 และเป็นวัดพัฒนาดีเด่นในปี พ.ศ.2542 ปัจจุบันมีประชาชนชอบพาลูกหลานไปให้อาหารปลาภายในสระวัดเป็นจำนวนมาก
ภาพ/ข่าว/สมบัติ ลิมปจีระวงษ์



พ.ต.อ. อภิชาต ไชยบุญเรือง ผู้กำกับ สภ.เพ จ.ระยอง เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น . ถึงกรณีเหตุมีกลิ่นสารเคมีฟุ้งกระจายบริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง โดยมีกลิ่นฉุนคล้ายยาฆ่าแมลงลอยเข้ามาบริเวณชุมชนดังกล่าว ส่งผลให้ประชาชนและชาวบ้านต้องอพยพออกมาพักที่บริเวณสนามกีฬาบ้านฉาง ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนก็ยังไม่มีการอพยพออกมา เพราะมีความเป็นห่วงทรัพย์สินของตนขณะที่ล่าสุดกลิ่นเหม็นยังคงไม่จางหาย โดยเจ้าหน้าที่ยังอยู่ในระหว่างการเข้าตรวจสอบหาสาเหตุและที่มาของกลิ่นดัง กล่าว เพื่อที่จะได้เร่งทำการแก้ไขและควบคุมสถานการณ์ต่อไป
