คสช.ยกเลิกเคอร์ฟิวหัวหิน,ชะอำ,พังงา,กระบี่

คำสั่ง คสช.ฉบับที่ 54 ประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว บางพื้นที่เพิ่มเติม อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี, อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์, จ.กระบี่ และ จ.พังงา 542681-01

ประกาศคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 54/2557 เรื่องยกเลิกการห้ามออกนอกเคหะสถานในบางพื้นที่เพิ่มเติม เนื่องจากสถานการณ์ ในบางพื้นที่คลี่คลายลง และไม่ปรากฏแนวโน้มของสถานการณ์ที่รุนแรง ดังนั้น เพื่อเป็นการผ่อนคลายมาตรการที่รุนแรง และส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน  จึงให้ประกาศยกเลิกห้ามออกนอกเคหะสถาน ในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี, อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์, จ.กระบี่ และ จ.พังงา

ทั้งนี้สำหรับพื้นที่อื่นๆ ให้ยังคงประกาศคณะรักษาความสบแห่งชาติฉบบที่ 3/2557 เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ต่อไป

จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน

ประกาศ ณ วันที่ 6 มิถุนายน พุทธศักราช 2557

พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

วัชรพล ออก 10 คำสั่งด่วน!ตำรวจทุกนายทั่วประเทศ เร่งปฏิบัติตามทันที

พล.ต.อ.วัชรพล รักษาราชการแทน ผบ.ตร.ออกคำสั่งด่วนวิทยุ 10 ข้อ ทำงานเน้นความมั่นคงดูความปลอดภัย ให้ทุกนายมีศักดิ์ศรี พอเพียงอุทิศตัวทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุข พร้อมเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปตำรวจ

ปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ, รักษาการ ผบ.ตร., พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, ผบ.ตร.ออกคำสั่งตำรวจ, ตำรวจไทย

วันนี้ 6 มิ.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรักษาราชการแทน ผบ.ตร. มีวิทยุในราชการตำรวจ ด่วนที่สุด ที่ 0001(ศปก.ตร.)/265 ลงวันที่ 5 มิถุนายน ถึงผู้บัญชาการ และผู้บังคับการทุกหน่วย

โดยอ้างหนังสือ คสช. ที่ระบุเจตนารมณ์ นโยบายหัวหน้าคณะ คสช. เพื่อให้การปฏิบัติบริหาราชการของหัวหน้าคสช. เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพในแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ จึงกำชับการดำเนินการที่สำคัญดังนี้

1.ให้ข้าราชการตำรวจทุกนาย ร่วมขับเคลื่อนเดินหน้า ด้วยการติดตาม กำกับดูแลและประเมินผลร่วมกับ คสช.เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผล โดยยึดเป็นหน้าที่ ความรับผิดชอบ และให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

2.ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างรายการตามพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2557 โดยยึดกรอบวินัยทางการเงินการคลัง ยึดกรอบของระเบียบและกฎเกณฑ์ที่มีความโปร่งใส ไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ผูกขาด และมีคามเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

3.เร่งสร้างทัศนคติ และความเข้าใจถึงความสำคัญด้านความมั่นคงของประเทศ และแสวงหาความร่วมมือจากประชาชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง ดูแลความปลอดภัยด้านความมั่นคงในทุกพื้นที่ เพื่อป้องกันมิให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินโดยรวม

4.สร้างความเข้มแข็ง ปลูกฝังทัศนคติความเป็นไทย ซึ่งมีจารีตประเพณี ประวัติศาสตร์อันงดงามน่าภูมิใจ มีศีลธรรม มีคุณธรรม เพื่อให้สังคมไทย มีความเข้มแข็ง เสียสละ เผื่อแผ่ แบ่งปันอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ สามัคคี สำนึกในความเป็นไทย ถึงแม้จะมีความเห็นแตกต่าง เคารพกฎหมาย รักษาระเบียบวินัยของตนเอง ช่วยดูแลเฝ้าระวังในขั้นต้น ลดความขัดแย้ง การบังคับใช้กฎหมายต่อประชาชนต้องเป็นไปอย่างเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการสร้างความขัดแย้ง

5.ข้าราชการตำรวจทุกนาย ต้องมีความพึงพอใจ มีเกียรติยศ ศักดิ์ศรี มีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงเกียรติ เป็นข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อุทิศตัวทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุข เพื่อประโยชน์สุขของสังคมโดยรวมและเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

6.ส่งเสริมระบบคุณธรรมในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย โดยเตรียมการปรับปรุง แก้ไข กฎหมาย กฎระเบียบ คำสั่ง คำชี้แจงให้ทันสมัย และมีระบบป้องกันการคัดสรรค์แต่งตั้งในระบบอุปถัมภ์ที่ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือผู้ใดเข้ามาครอบงำข้าราชการหรือระบบราชการ

7.บูรณาการการเตรียมเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนทั้ง 3เสาหลัก ด้านการเมืองและความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคมวัฒนธรรม ให้สอดคล้องกัน มุ่งเน้นผลประโยชน์ของชาติและความร่วมมือตามกรอบข้อตกลงต่างๆที่ประเทศไทยให้สัตยาบันไว้แล้ว

8.พัฒนากลไกและเครื่องมือที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนการแก้ปัญหาภัยคุกคามข้ามชาติ เช่น การก่อการร้าย ปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติเป็นต้น

9.สนับสนุนการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ให้ความสำคัญกับการรักษาพื้นที่ป่า โดยเฉพาะตามแนวชายแดน

10.เตรียมการปฏิรูปโครงสร้าง และการบริหารจัดการ เพื่อให้ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรม ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น และมีการกระจายอำนาจ โดยให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

MThai News

เจ้าของสวนปาล์มคืนทองคำหนักกว่า100บาท

เจ้าของสวนปาล์มพัทลุง นำทองคำโบราณหนักกว่า 100 บาท คืนผ่านผู้ว่าฯ ด้านกรมศิลปากร นำเก็บไว้เพื่อศึกษา ทอง ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดพัทลุงชั้น 5 นายวิ ทับแสง พร้อมครอบครัว และญาติ รวม 8 ราย ได้เดินทางมามอบทองคำโบราณ เช่น กำไร ต่างหู ทองคำแผ่น น้ำหนักรวมกว่า 100 บาท ที่ขุดพบในสวนปาล์มของตนเอง ที่บริเวณบ้านทุ่งอ้อ ม.7 ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง โดยผ่านทาง นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง นายอนันต์ ชูโชติ. ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ร่วมกันเป็นสักขีพยาน ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กว่า 50 นาย

นายอนันต์ กล่าวว่า ทองคำดังกล่าวเป็นทรัพย์ในดิน และเป็นสมบัติของชาติ ที่ไม่มีใครสามารถแสดงความเป็นเจ้าของ การที่เจ้าของสวนปาล์มมามอบคืนให้ถือเป็นเรื่องที่ดี และทางราชการจะคิดมูลค่าให้ตามความเหมาะสม และหลังจากนี้ทางกรมศิลปากร จะได้นำไปเก็บไว้ เพื่อศึกษาหาที่มาที่ไปของทองคำโบราณ ว่าเกิดขึ้นในยุคสมัยใด

ส่วนขั้นตอนการดำเนินการขุดที่สวนปาล์มจุดพบทองคำนั้น พรุ่งนี้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร พร้อมกำลังทหารจะลงพื้นที่ เพื่อดำเนินการขุด ว่าทองคำโบราณมีอีกหรือไม่ พร้อมทั้งวิเคราะห์หาชั้นดินว่า ทองคำที่พบเกิดจากการฝัง หรือดินตะกอนสะสม เพื่อหาประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นให้แน่ชัดอีกครั้ง แต่คาดว่าน่าจะใช้เวลาแรมเดือน