รวบครูพละหื่น อนาจารด.ญ.วัย 7 ขวบ อ้างอยากลอง

ตำรวจสมุทรปราการ จับอดีตครูพละทำอนาจารเด็ก 7ขวบระหว่างสอนว่ายน้ำ อ้างเพิ่งทำครั้งแรก อยากลอง

ครูพละ, อนาจารเด็ก, ข่มขืน, ข่าวจังหวัดสมุทรปราการ

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (27 มิ.ย.57) เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองพระประแดง จ.สมุทราปราการ ได้นำกำลังเข้าจับกุมนายพัสกร ปรมาวัชราภูมิ อายุ 38 ปี อดีตครูสอนวิชาพละศึกษาของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในอ.พระประแดง หลังก่อเหตุพยายามกระทำอนาจาร ด.ญ.วัย 7ขวบคนหนึ่งระหว่างการสอนว่ายน้ำเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา ด้วยการจับมานั่งตักก่อนจะเอาก้นของเด็กถูไปที่อวัยวะเพศ

ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การสารภาพว่า ได้ลงมือก่อเหตุดังกล่าวจริง เนื่องจากอยากลองพฤติกรรมเช่นนี้ดู เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวไว้สอบสวนเพิ่มเติม ก่อนจะแจ้งข้อหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

MThai News

ตึกถล่มอินเดีย ตายแล้ว 7 คน

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุตึกถล่มในเมืองหลวงของ อินเดีย เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 7 คนแล้ว เจ้าหน้าที่เร่งเดินหน้าค้นหาผู้ติดอยู่ใต้ซากตึก

ตึกถล่ม, อินเดีย, ตึกถล่มอินเดีย

นิวเดลี 28 มิ.ย.- ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุตึกที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรม ถล่มในเมืองหลวงของอินเดียในวันนี้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 7 คนแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเดินหน้าค้นหาผู้ที่ติดอยู่ในซากตึกดังกล่าวต่อไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจอินเดีย เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่สามารถช่วยผู้รอดชีวิตจากซากปรักหักพังของตึกดังกล่าวได้ 5 คนแล้ว และเชื่อว่ายังมีอีก 2 คนติดอยู่ในซากตึก 4 ชั้นที่ก่อสร้างมาแล้ว 50 ปี ตำรวจกล่าวว่า บ้านในบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของคนจนเป็นส่วนใหญ่ ได้รับการก่อสร้างโดยไม่มีการขออนุญาตจากทางการ และใช้วัสดุก่อสร้างที่ต่ำกว่ามาตรฐาน.

สำนักข่าวไทย

จอม เพชรประดับ ประกาศยุติทำหน้าที่สื่อมวลชนในไทย

จอม เพชรประดับ ประกาศยุติทำหน้าที่สื่อมวลชนในไทย บอกทนไม่ได้ที่ต้องทำหน้าที่ภายใต้การยึดอำนาจบริหารประเทศจากทหาร

จอม เพชรประดับ, สื่อมวลชน, คสช, รัฐประหาร

รายงานข่าวแจ้งว่า พิธีกร และผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง นายจอม เพชรประดับ ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกลาออกจากการทำหน้าที่เผ็นสื่อมวลชนในประเทศไทย ก่อนปรากฏตัวสัมภาษณ์พิเศษ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการองค์กรเสรีไทย เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมาโดยนายจอม ได้เผยถึงสาเหตุของการลาออกดังกล่าว ว่า

จดหมาย จาก จอม เพชรประดับ……ณ สถานที่อันเงียบเหงา

เดือนกว่าของการทำรัฐประหาร เป็นความสว่างในตวงตา ที่กลับมาเห็นความจริงของประเทศไทยอย่างเด่นชัดอีกครั้ง ความจริงที่ว่า คือความขัดแย้งในหมู่ชนชั้นนำหรือบุคคลชั้นสูง ซึ่งได้ทำลายอนาคตของคนไทย และประเทศไทยลงไปอย่างน่าเสียดายอย่างยิ่ง ความจริงข้อนี้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยถูกนำมาวิเคราะห์ ไม่เคยนำมาศึกษา ไม่เคยนำมาเพ่งมองให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ และนำไปสู่การกำหนดอนาคตประเทศว่าจะอยู่อย่างไรในโลกยุคปัจจุบัน

เป็นความจริงที่พูดคุยกันหลังไมค์ วิเคราะห์กันหลังฉาก ตามเอกลักษณ์ของสังคมไทยที่เป็นสังคมต่อหน้าคือความเท็จ ลับหลังคือความจริง การไม่พยายามศึกษาวิเคราะห์ความเป็นจริงของประเทศ เพื่อนำไปสู่การวางฐานของประเทศให้มั่นคงถาวรในอนาคตนี่่เอง นอกจากจะไม่สามารถทำให้ประเทศไทย เข้มแข็ง แข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ได้อย่างน่าภาคภูมิใจแล้ว ยังไม่สามารถสร้างความเป็นปึกแผ่นมั่นคงภายในประเทศได้ด้วย แม้ว่าเราจะผ่านบทเรียนอันเลวร้าย ผ่านประวัติศาสตร์การต่อสู้ที่เจ็บปวดมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง

ความเป็นจริงที่เด่นขึ้นอีกครั้งก็คือ กลุ่มชนชั้นสูง หรือชนชั้นนำของประเทศไทยที่ยึดกุมทรัพยากร อำนาจ และความเป็นประเทศไทยไว้ เพียงกลุ่มเดียวหรือเพียงไม่กี่กลุ่มนี้ กำลังอ่อนล้า อ่อนล้าทั้งปัญญา และอ่อนล้าทางร่างกาย จึงเต็มไปด้วยความสับสน และขัดแย้งกันเองอย่างรุนแรง

อาการหวาดกลัวว่า อำนาจ โภคทรัพย์ และผลประโยชน์ทั้งหลาย ที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวยึดถือ ครอบครองมาเป็นเวลานาน กำลังจะถูกแย่งชิง แบ่งปัน หรือยึดครองโดยกลุ่มบุคคลอื่่น หรือ แม้แต่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศตัวจริง เป็นความหวาดกลัวอย่างที่สุดของ บุคคลกลุ่มนี้

การแก้ปัญหาเพื่อขจัดความหวาดกลัวของบุคคลชนชั้นนำเหล่านี้ คือการสร้างหลุมดำขนาดใหญ่ขึ้นในใจกลางประเทศ ด้วยหวังที่จะให้หลุมดำ ดูดกลืนเอาความหวาดกลัวของพวกตนให้หมดสิ้นไป แต่การแก้ปัญหาแบบสิ้นปัญญาเช่นนี้ กลับทำให้ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศต้องมาพลัดตกลงไปในหลุมดำแห่งหายนะนี้ด้วย นี่คือความเป็นจริงที่เจ็บปวดใจของคนไทย

การแก้ปัญหาด้วยการรัฐประหาร จึงเป็นความต้องการของชนชั้นนำผู้มีอำนาจและบุคคลชั้นสูงในสังคมไทย ที่ต้องการจะรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของตัวเองไว้ให้นานที่สุดเท่่านั้น ไม่ได้หวังที่จะปฎิรูปประเทศให้คนไทยได้ภาคภูมิใจในความเป็นเจ้าของประเทศอย่างแท้จริง หรือไม่ได้ต้องการที่ีจะหยิบยื่นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ให้กับประชาชนแต่อย่างใด

ดูเหมือนว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเขาไม่ได้สร้างสังคมไทยให้น่าอยู่ ไม่ได้สร้างอนาคตของประเทศให้สดใส เพื่อลูกหลานไทยในอนาคต เหมือนอย่างที่ได้โฆษณาเอาไว้แต่อย่างใด

ดังนั้น จะแน่ใจได้อย่างไรว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ไม่ใช่เครื่องมือหนึ่งของชนชั้นนำ ที่ออกมาเพื่อทำหน้าที่่พิทักษ์ รักษาอำนาจและผลประโยชน์ของชนชั้นนำจะคาดหวังได้อย่างไรว่า คสช. จะนำพาประเทศก้าวข้ามหุบเหวแห่งหายนะ หรือหลุมดำที่ชนชั้นนำสร้างขึ้น เพื่อนำความสงบสุขมาสู่สังคมไทย

เกือบ 30 ปีของการทำหน้าที่สื่อสารมวลชน เพื่อสะท้อนความจริงของสังคมไทย หลายครั้ง ภาพสะท้อนของสังคมไทยที่ออกจาก กระจกใบนี้อาจจะพร่ามัว แต่หลายครั้งกระจกใบนี้่ ก็ทำหน้าที่สะท้อนความเป็นจริงของสังคมไทยได้อย่างชัดเจน แม้จะถูกกระทำย่ำแย่ ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพจนเกือบจะยืนหยัดอยู่ไม่ได้

สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความเป็นประชาธิปไตย คือ อุดมการณ์อันสูงสุดที่ผู้เขียนพยายามรักษาและหวงแหนในการประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชน ตลอดมาเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ถึงเวลานี้ ด้วยอำนาจที่มาจากปลายกระบอกปืน อำนาจเผด็จการทหารที่เข้มแข็งรุนแรงมากกว่าทุกครั้ง คงถึงเวลาที่จะสารภาพว่า ความอดทนอดกลั้น ได้มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว

เพราะนอกจากต้องอดทน อดกลั้่น ที่อยู่ในฐานะผู้ถูกกระทำแล้ว การเห็นภาพประชาชนผู้รักประชาธิปไตย เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายออกมา เรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นคนบนท้องถนนแล้วถูกจับกุม ถูกกระทำย่ำยีอย่างไร้ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ต่อหน้าสื่อมวลชนจำนวนมาก ที่ทำมาหากินอยู่บนหลักสิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรม แต่กลับช่วยอะไรไม่ได้

อีกทั้งผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนโดยส่วนใหญ่ กลับสยบยอมต่อการทำลายจิตวิญญาณแห่งวิชาชีพของตนเอง ยิ่งทำให้สะท้อนใจว่า แล้วจะทนอยู่ในฐานะนักสื่อสารมวลชน ที่ทำตัวเหมือนคนโกหกหลอกลวงตัวเอง และหลอกลวงคืนอื่นต่อไปได้อย่างไร

ณ สถานที่อันสงบเงียบแห่งนี้ จึงขอประกาศดัง ๆ ว่า “ข้าพเจ้า..นายจอม เพชรประดับ สื่อมวลชนอิสระ ขอยุติบทบาทการทำหน้าที่สื่อสารมวลชนในประเทศไทย ตั้งแต่บัดนี้ จนกว่าคนไทยทั้่งประเทศจะได้รับสิทธิเสรีภาพกลับคืนมา และจนกว่า ประเทศไทยจะกลับมาปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงอีกครั้ง

ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจตลอดมา …… สวัสดีครับ”

MThai News