เปิดรายชื่อที่ดินแพงสุดปี57 สยามสแควร์ตารางวาละ 1.7 ล้าน

สยามครองแชมป์ที่ดินแพงสุด ตารางวาละ1.7 ล้าน

info-ที่ดิน

วันนี้(16 มิ.ย.) ศูนย์ข้อมูลลวิจัยและประเมิณค่าอสังหริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส เป็นบริษัทที่มีการเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุดและเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ได้เปิดเผยข้อมูลว่า จากการที่มีการสร้างรถไฟฟ้าขึ้นส่งผลกระทบต่อราคาที่ดินอย่างชัดเจน ซึ่งราคาที่ดินที่อยู่ในย่านธุรกิจใจกลางเมือง ที่มีรถไฟฟ้าสองสายตัดผ่าน อย่างสยามแสควร์ ถือเป็นที่ดินที่แพงที่สุดของประเทศไทยในขณะนี้ ตกเป็นเงินสูงถึง 1,700,000บาทต่อตารางวา แต่เดิมเมื่อปี2537 ที่ดินที่ดังกล่าวมูลค่า 400,000บาทต่อตารางวา

แต่ที่ดินย่านสีลมซึ่งเป็นศูนย์รวมธุรกิจการเงิน ในอดีตเป็นย่านทีเคยมีราคาที่ผิดที่แพงกว่าย่านสยามแสควร์ คือ450,000บาทต่อตารางวา แต่ในปัจจุบันกลับมีอัตราที่เพิ่มขึ้นช้ากว่า เนื่องจากมีรถฟ้าตัดผ่านเพียงสายเดียว และย่านเยาวราชนั้นแต่เดิมเคยเป็นที่ดินที่แพงที่สุด ตกเป็นเงินสูงถึง 700,000บาทต่อตารางวาเมื่อปี แต่ในปัจจุบันถือเป็นที่มีอัตราการเพิ่มน้อยที่สุดหากเทียบกันในย่านธุรกิจใจกลางเมือง เพราะราคาที่ดินย่านเยาวราชขณะนี้ตกเป็นเงิน 1,000,000บาทต่อตารางวา เพราะยังไม่เคยมีรถไฟฟ้าผ่านแต่๘ระนี้กำลังก่อสร้าง

ในส่วนของเขตที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองซึ่งเป็นอีกบริเวณหนึ่งที่น่าสนใจอย่างบริเวณท้องฟ้าจำลอง ถนนสุขุมวิทเดิมในปี2537  เดิมราคาที่ดินตกอยู่ที่ 220,000 บาทต่อตาราวา  แต่ปัจจุบันมีอัตราที่เพิ่มขึ้นสูงถึง 850,000 บาทต่อตารางวา เช่นเดียวกันที่ดินบริเวณกล้วยน้ำไท ถนนพระรามที่ 4  เดิม ราคาที่ดินตกอยู่ที่ 200,000 บาทต่อตารางวา

ซึ่งหากเปรียบเทียบกันก็ถือว่าในอดีตที่ดินทั้งสองแห่งมีราคาที่ใกล้เคียงกันมาก แต่ปัจจุบันที่ดินบริเวณกล้วยน้ำไท ถนนพระรามที่ 4  มีอัตราการเพิ่มน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด ตกเป็นเงิน 350,000 บาทต่อตารางวาเท่านั้นเอง ซึ่งสาเหตุอัตราการเพิ่มมูลค่าของที่ดินสองแห่งนี้ต่างกัน เนื่องจากปัจจุบันบริเวณท้องฟ้าจำลอง ถนนสุขุมวิท มีรถไฟฟ้า แต่ที่ดินบริเวณกล้วยน้ำไท ถนนพระรามที่ 4  ยังไม่มีรถไฟฟ้าตัดผ่าน

Mthai news 

ปณิธาน แฉ! มีแรงงานต่างด้าวผิดกม. แฝงไทยถึง 3 ล้าน จี้ คสช.จัดระเบียบ

ปณิธาน เผย ปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอยู่ในประเทศไทยมากถึง 3 ล้านคน ระบุ คสช.ต้องจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว พร้อมแจงต่างชาติให้เข้าใจเรากำลังจัดระเบียบใหม่ เชื่อวิกฤติจะเป็นโอกาสทำแรงงานเถื่อนเข้าระบบถูกกฎหมาย

แรงงานต่างด้าว, ยอดแรงงานเถื่อน, ปณิธาน วัฒนายากร, กัมพูชากลับประเทศ, คสช.จัดระเบียบแรงงาน

วันนี้ 18 มิ.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. จัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในประเทศว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่เคยมีมติคณะรัฐมนตรี  รับหลักการให้มีการจัดระเบียบตามข้อเสนอของสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.มาแล้ว และถือเป็นโอกาสดีที่ คสช.จะได้ดำเนินการให้เกิดความเรียบร้อย เพราะปัจจุบันมีแรงงานผิดกฎหมายอยู่ในประเทศไทยประมาณ 3 ล้านคน

ทั้งนี้ กลุ่มที่เข้ามานานแล้วประมาณ 200,000 คนนั้นไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แต่กลุ่มที่เฝ้าระวังเป็นแรงงานจากพม่า ลาว เวียดนามประมาณ 2 ล้านคน รวมถึงกลุ่มโรฮิงญาที่ค่อนข้างมีปัญหา เข้าใจว่าเริ่มมีการเปิดให้ทยอยลงทะเบียนแสดงตัวตนเพื่อจดทะเบียนจัดระเบียบเข้าสู่ระบบปกติ โดยแรงงานดังกล่าวจะได้รับการคุ้มครองดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานด้วย และจะทำให้ภาพพจน์ของไทยในสายตาต่างชาติดีขึ้น

โดยจำเป็นที่จะต้องมีการสื่อสารกับต่างชาติ ทั้งประเทศต้นทางและนานาชาติเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน เพราะที่ผ่านมายังมีความเข้าใจผิด และเกิดการตื่นตระหนกอยู่  เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการได้สำเร็จ เพราะมีศักยภาพในการดำเนินการมากขึ้น มีสายบังคับบัญชาในเรื่องการดูแลพรมแดนและดูแลแรงงานชัดเจนขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตนเข้าใจว่าคสช.พยายามเร่งรัดกระตุ้นให้เอกอัครราชทูตชี้แจงทำความเข้าใจ และต้องสื่อสารให้ชัดเจนว่าไม่ใช่เป็นการกวาดล้างกดดันประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นการนำเข้าระบบ และก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความร่วมมือจากนายจ้าง หรือประเทศต้นทางในการระบุตัวตน กระบวนการค่อนข้างซับซ้อน แต่เชื่อว่าน่าจะพลิกวิกฤติตรงนี้ให้เป็นโอกาส เอาแรงงานที่กลับไปแล้วเข้าระบบอย่างถูกกฎหมาย

รวมถึงใช้โอกาสนี้ชี้แจงกับต่างประเทศด้วยว่า เรากำลังจัดระเบียบใหม่ ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการลงทะเบียนแรงงานต่างด้าวคือเรื่องนายหน้า หรือมีเรื่องความไม่เข้าใจในการกรอกเอกสาร ซึ่งเคยเป็นช่องโหว่ในอดีตที่ต้องแก้ไขด้วยและถ้าทำได้จะเป็นโอกาสของประเทศไทย โดยทหารมีกำลังมาก สามารถจัดจุดตรวจ จุดลงทะเบียน ได้

MThai News

ชาวนา เฮ! คสช.เคาะช่วยลดต้นทุนปลูกข้าว 500 บาทต่อไร่

รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจคสช. ระบุ ที่ประชุมช่วยเหลือชาวนา มีมติ ลดต้นทุนการปลูกข้าวชาวนา 500 บาทต่อไร่ แต่ไม่เกินครอบครัวละ 15 ไร่ ในปีการผลิต 57 – 58 โดยเตรียมเสนอเรื่องให้ พล.อ.ประยุทธ์ รับทราบ ก่อนประกาศเป็นคำสั่ง

คสช.ลดต้นทุนปลูกข้าว, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช., ชาวนา, จำนำข้าว

วันนี้ 18 มิ.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหาร ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมรับฟังปัญหาเรื่องข้าว และแนวทางช่วยเหลือชาวนาแทนโครงการรับจำข้าวร่วมกับตัวแทนชาวนา ปลัดกระทรวง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร อธิบดีกรมการค้าภายใน และตัวแทนจากโรงสีว่า

ที่ประชุมฯ มีความเห็นตรงกันว่าจะช่วยเหลือชาวนาทั่วประเทศ ในรอบการผลิต ปี 2557 และ ปี 2558 จากเดิมที่ชาวนามีต้นทุนไร่ละประมาณ 4,000 บาท ผู้ประกอบการยินดีที่จะปรับลดต้นทุนการผลิต เช่น ค่าสารเคมี ค่าปุ๋ย และค่าเมล็ดพันธุ์ เบื้องต้น กำหนดตัวเลขว่าจะปรับลดตันทุนลงไร่ละอย่างน้อย 500 บาท แต่จะช่วยเหลือครัวเรือนละ15 ไร่

โดยในเย็นวันนี้จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อพล อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.หากเห็นชอบ ก็จะมีคำสั่งออกมาทันที

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีการหารือเรื่องแนวทางการให้กู้ยืมเงินกับชาวนา ซึ่งได้ขอความร่วมมือจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ให้เปิดพื้นที่ให้ชาวนากู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำ รวมทั้งจะมีการหาแนวทางรักษาระดับราคาข้าวปี2557-2558 โดยที่ประชุมวันนี้ไม่มีการหารือเรื่องเงินชดเชยชาวนา เนื่องจากมาตราการที่ร่วมกันหารือถือเป็นแนวทางที่ทุกฝ่ายน่าจะพึงพอใจ

MThai News