ทหารคุม อ.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ มาส่งกองปราบ แจ้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.

ทหารคุม อ.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ มาส่งกองปราบ แจ้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ด้านทนายนปช.ยื่น 2 หมื่นประกันตัว

BqY2AraCIAAhgeS.jpg large

จาก กรณีทางทหารได้ควบคุมตัว นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ ไปยังกองปราบปราม หลังได้ฝ่าฝืนคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กรณีไม่ไปรายงานตัวตามหมายเรียก

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (18 มิ.ย.) ที่กองปราบปราม เมื่อเวลา 10.30 น.เจ้าหน้าที่ทหารกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ คุมตัว นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหนึ่งในกลุ่มนิติราษฎร์ มาส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหา กรณีไม่ไปรายงานตัว ฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. หลังทหารควบคุมตัวนายวรเจตน์ได้ เมื่อมาถึงนายวรเจตน์ มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มและปฎิเสธไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชนก่อนถูกคุมตัวเข้าห้องสอบสวนเพื่อสอบปากคำทันที

ขณะที่ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดของข้อหาที่จะแจ้ง นายวรเจตน์ซึ่งต้องประสานข้อมูลกับทหารกรมพระธรรมนูญก่อน แต่เบื้องต้นคาดว่าจะแจ้งเพียงข้อหาไม่ไปรายงานตัวข้อหาเดียวและเมื่อแจ้งข้อหาเสร็จคาดว่าจะคุมตัวส่งฝากขังศาลทหารกรุงเทพ วันนี้

ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการกลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน หรือ กนส. ได้เดินทางมายังกองปราบปราม พร้อมระบุว่า ได้รับการประสานจากครอบครัวของนายวรเจตน์ ให้ช่วยดูแลคดี ซึ่งหากวันนี้พนักงานสอบสวนส่งตัวนายวรเจตน์ฝากขังศาลทหารกรุงเทพ ทางทนายความก็ได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 2 หมื่นบาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราว พร้อมระบุเหตุผลว่าก่อนหน้านี้ นางพัชรินทร์ ภาคีรัตน์ ภรรยา  นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ ก็ได้เข้ายื่นเอกสารขอเลื่อนรายงานตัวต่อ คสช. เนื่องจากนายวรเจตน์ป่วย ไม่สามารถเข้ามารายงานตัวด้วยตนเองได้ จึงเชื่อได้ว่านายวรเจตน์ไม่มีเจตนาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.

BqYdbrdCMAAPTUQ

MThai News

 ขอบคุณภาพประกอบจากทวิตเตอร์ @NoteBUJR

เตรียมชง คสช.สอบ เพิ่มอีก 3 เมกะโปรเจกต์เม็ดเงินนับแสนล้าน

ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น เตรียมส่งเรื่อง คสช. ตรวจสอบเพิ่ม 3 โครงการขนาดใหญ่ นับแสนล้านบาท หลังใช้งบประมาณสูงส่อทำทุจริต พร้อมเตรียมชง 8 แนวทางเร่งด่วนก่อนปูทางปฏิรูปประเทศ

จัดซื้อเครื่องบินการบินไทย, ขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น, ประมนต์ สุธีวงศ์, คสช., ตรวจสอบโครงการ

วานนี้ 17 มิ.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เตรียมที่จะเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ให้ตรวจสอบโครงการเมกะโปรเจกต์อีก 3 โครงการ เพิ่มเติมจาก 8 โครงการ ที่ คสช. สั่งตรวจสอบไปก่อนหน้าแล้ว เนื่องจาก เห็นว่าเป็นโครงการที่ใช้เงินงบประมาณจำนวน มากในการดำเนินการ และอาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่นได้โดย 3 โครงการดังกล่าว ได้แก่

1.การจัดซื้อฝูงบินใหม่ของ บมจ. การบินไทย มูลค่า 2.4 แสนล้านบาท

2. โครงการผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ชุมชน 800 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการ 4 หมื่นล้านบาท

และ 3 การขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 ที่จะใช้งบประมาณปี 2558 ดำเนินการ

ทั้งนี้ นายประมนต์ กล่าวว่า แนวทางในการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างโครงการขนาดใหญ่ของ คสช. ในขณะนี้นับว่าเป็นประโยชน์ที่จะทำให้ประเทศปราศจากคอร์รัปชั่นได้ แต่ต้องการเห็นการเอาจริงเอาจังในระยะยาวที่มีแผนในการตรวจสอบอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน ส่วนการแก้ไขปัญหาการทำงานของรัฐวิสาหกิจ ที่ไม่ถูกแทรกแซงจากการเมืองโดยเด็ดขาด

ส่วนแนวทางในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นที่เคยได้เสนอไปก่อนหน้านี้ ทางองค์กรจะเป็นเจ้าภาพในการเปิดเวทีระหว่างภาคธุรกิจและเอกชนทั้งหมด เพื่อหาข้อสรุปแนวทางการปฏิรูปประเทศที่ภาคเอกชนอยากเห็นในเร็ว ๆ นี้ เพื่อให้ทันต่อการจัดตั้งสภาปฏิรูปประเทศของ คสช. ในเดือนสิงหาคม -กันยายน เบื้องต้นได้เสนอ 8 มาตรการเร่งด่วนได้แก่

1. สร้างความไว้วางใจและมีส่วนร่วมของประชาชน 2. รัฐเป็นผู้นำในการสร้างวัฒนธรรมการต่อต้านคอร์รัปชั่น 3. สนับสนุนโครงการสร้างมาตรฐานที่โปร่งใสในกระบวนการของรัฐ 4. แก้ปัญหาคอร์รัปชั่นในรัฐวิสาหกิจ 5. แก้ปัญหาเรียกสินบนในการออกใบอนุญาติ 6.แก้ปัญหาคอร์รัปชั่นที่ต้นตอและช่วยให้มาตรการอื่น ๆ ปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ 7. แก้ปัญหาประชาชนโดนเอารัดเอาเปรียบ และ 8 . การสร้างมาตรการทางกฎหมายติดตามจับกุมลงโทษคนโกงอย่างมีประสิทธิภาพ

MThai News

หยุดแล้ว ! ทนาย เผย บก.ลายจุด พร้อมร่วมมือหาทางออกประเทศ ยุติการเคลื่อนไหวการเมือง

ทนาย เผย หลังได้พูดคุยกับ บก.ลายจุด ขอยุติการเมืองหาทางออกให้ประเทศเพื่อประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด

An anti-coup protester, Sombat Boonngamanong, gestures while escorted by soldiers and policemen as he arrives at the military court in Bangkok

วานนี้ (17 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอานนท์ นำภา ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งทำคดีประกันตัวให้นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ผู้ต้องหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. และกฎหมายอาญา ม.116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนได้พูดคุยกับนายสมบัติ ค่อนข้างเผื่อใจหากต้องถูกคุมขังเป็นเวลานาน แต่ยังมีความกังวลเรื่องสวัสดิภาพของครอบครัว โดยเฉพาะลูกสาวซึ่งอยู่ในวัยเรียนหนังสือ

นายอานนท์ เปิดเผยอีกว่า ทั้งนี้ นายสมบัติมีความหวังว่าจะได้รับโอกาสประกันตัวในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ ซึ่งจะครบ 12 วันในการฝากขังผัดแรก หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนที่ศาลทหารไม่อนุญาตให้ประกันตัวเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา

“ อย่างไรก็ตาม นายสมบัติยืนยันว่าการต่อต้านรัฐประหารก่อนถูกจับกุมนั้น เป็นการแสดงออกอย่างสันติวิธี เมื่อถูกจับแล้วและถูกคุมขังมาจนถึงขณะนี้ ก็จำเป็นต้องมองไปข้างหน้า เพราะการรัฐประหารเสร็จสิ้นแล้ว ต่อจากนี้เป็นเรื่องการตีโจทย์เพื่อหาทางออกของประเทศร่วมกันว่าแนวทางใดจะ เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด ซึ่งนายสมบัติพร้อมยุติการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะไม่ต้องการเห็นใครถูกจับกุมหรือถูกคุกคามอีก และนายสมบัติยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อความปรองดอง สมานฉันท์และเพื่อให้สังคมก้าวไปข้างหน้าได้ “ ทนาย บก.ลายจุด กล่าวทิ้งท้าย

MThai News