หมอไทย รับ เจอเชื้อดื้อยาพุ่ง-ไร้ยาต้าน ชี้ สถานการณ์น่าห่วง

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผย ไทยเจอเชื้อดื้อยาพุ่งมากขึ้น รวมโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ชี้ สถานการณ์น่าเป็นห่วง ระบุตลอด  20 ปีที่ผ่านมายังไม่มียาตัวใหม่รักษาได้ เสี่ยงทำคนไทยตายด้วยโรคปกติ ไม่ใช่โรคร้ายแรง  

นพ.อภิชัย-มงคล-อธิบดีกรมวิทย์, ยาต้านไวรัส, เชื้อดื้อยา, โปรแกรมฮูเน็ต, โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
(น.พ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์)

วานนี้ 18 มิ.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.พ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การวิเคราะห์ข้อมูลผลการทดสอบความไวของเชื้อต่อยาต้านจุลชีพด้วยโปรแกรม WHONET” ว่า ขณะนี้ปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในประเทศไทยค่อนข้างน่าเป็นห่วง ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลของศูนย์เฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ สถาบันวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทย์ฯ ร่วมกับเครือข่ายโรงพยาบาล 60 แห่งทั่วประเทศ พบว่าเชื้อหลายชนิดมีแนวโน้มการดื้อยามากขึ้นเป็นลำดับ

โดยเชื้อที่มีอัตราการดื้อยาสูง คือ เชื้อสเตร็ปโตค็อกคัส นิวโมเนียอี (Streptococcus pneumoniae) ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบในเด็กอายุไม่เกิน 5 ขวบ มีการดื้อยามากขึ้นจาก 47% ในปี 2541 เพิ่มเป็น 65.6% ในปี 2556 เชื้อเอ็นเทอโรค็อคคัส ฟีเชียม (Enterococcus faecium) มีอัตราดื้อยา vancomycin จากเฉลี่ย 0.8% ในรอบ 10 ปี (2545-2555) เพิ่มเป็น 3.2% ในปี 2556

นพ.อภิชัย-มงคล-อธิบดีกรมวิทย์, ยาต้านไวรัส, เชื้อดื้อยา, โปรแกรมฮูเน็ต, โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ

ขณะเดียวกันยังมีเชื้อกลุ่มเอซินีโทแบคเตอร์ (Acinetobacter) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลที่มักฉวยโอกาสก่อโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจผ่านเครื่องช่วยหายใจของผู้ป่วยไอซียู เชื้อเหล่านี้ดื้อต่อยาทุกตัวและมีแนวโน้มดื้อยาที่ดีที่สุดสำหรับการรักษาโรคติดเชื้อจากแบคทีเรียแกรมลบ โดยมีอัตราการดื้อยา imipenem จาก 14.4% ในปี 2543 เป็น 66.3% ในปี 2556 รวมถึงเชื้อ อีโคไลและเชื้อวัณโรคก็มีการดื้อยาเพิ่มขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม แต่ก่อนเมื่อเชื้อดื้อยาก็ยังมียากลุ่มใหม่ๆ ออกมาที่แรงกว่าในการสู้กับเชื้อ ที่น่าห่วงคือช่วง 20 ปีที่ผ่านมานี้ ไม่มียาต้านจุลชีพตัวใหม่เกิดขึ้น เพราะไม่มีการลงทุนเรื่องนี้ สุดท้ายคนจะไม่ได้ป่วยตายจากเชื้อโรคร้ายแรง แต่เป็นเชื้อโรคง่ายๆ ที่เราไม่เคยกลัว เพราะไม่มียาตัวใหม่ๆ ออกมา การแก้ปัญหาคือจะต้องทราบสถานการณ์ของเชื้อดื้อยาในภาพรวมของประเทศ ซึ่งขณะนี้องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทั่วโลกใช้โปรแกรมฮูเน็ต (WHONET) รวมถึงไทย ในการจัดทำฐานข้อมูลเชื้อดื้อยา โดยมีโรงพยาบาล 58 แห่งทั่วประเทศนำโปรแกรมดังกล่าวไปใช้แล้ว

 

MThai  News

 

ดราม่า ‘มนุษย์ป้า’ตากปลาบนรถเมล์ ผิดกาลเทศะ ถึงขนาดต้องประจาน ?

ชาวเน็ตเปิดประเด็นดราม่า มนุษย์ป้าตากปลาบนรถเมล์ ถกเถียงกัน ผิดกาลเทศะ ถึงขนาดต้องประจาน ?

10462707_1444174902506821_6102879181776441224_n

วันนี้(18 มิ.ย.) ชาวสังคมออนไลน์เปิดประเด็นถกเถียงเรื่องของมนุษย์ป้า โดยแฟนเพจที่ใช้ชื่อว่ามนุษย์ป้า ได้เผยแพร่ภาพของคุณป้าท่านหนึ่งนั่งอยู่บนรถเมล์ ที่มือของป้าถือกระดาษห่อหนังสือพิมพ์มีปลาวางอยู่ โดยเปิดห่อไว้ให้ปลาโดนแสงแดดที่ส่องผ่านเข้ามาบริเวณหน้าต่าง คล้ายการถนอมอาหารด้วยการตากปลาแดดเดียว ซึ่งภาพนี้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์และหลากหลายประเด็นความคิดเห็น

โดยมีกลุ่มหนึ่งมองว่า ป้าคนดังกล่าวทำผิดกาลเทศะและไม่มีความเกรงใจคนรอบข้าง ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งก็เข้าข้างคุณป้าเพราะมองว่าเรื่องดังกล่าวไม่สมควรนำมาประจานกัน เป็นแค่ความผิดพลาดเล็กๆน้อย โดยมีการแสดงความคิดเห็นดังต่อไปนี้

ฝ่ายที่เข้าข้างคุณป้ามองประเด็นนี้ว่า

“…จะอะไรนักหนากับป้าคนหนึ่ง ทุกคนล้วนมีเหตุผลของตัวเอง มองโลกให้มันแตกสิ ไม่ใช่จะมาจ้องอคติกับสิ่งต่างๆที่พบเห็น ส่วนตัวผมถ้าผมเจอแบบนี้ ผมไม่คิดอะไรทั้งนั้นนอกจากขำ5555…”

“…สมมุตินะครับ ถ้าป้าคนนี้เป็นคนที่รักลูกมาก ลูกแกชอบกินปลาเค็มมาก ลูกแกนานทีปีหนจะกลับมาบ้าน แกพยายามจะทำให้ปลาเค็มชิ้นนี้เป็นที่พึงพอใจให้ลูกได้กินอย่างอร่อย -พวกคุณจะคิดยังไงครับ…”

ฝ่ายที่มองว่าคุณป้าทำผิดกาละเทศ

“…รู้สึกว่าเห็น แก่ตัวไงครับ เหตุผลของตนอยู่เหนือความเหมาะสมของคนอื่น ถ้าทั้งประเทศคิดกันแบบนี้หมด ก็เป็นอย่างตั๋วหนังฟรีไงครับ อยากทำไรก็ทำ เพราะเหตุผลของตัวเองมาอันดับหนึ่ง คนอื่นช่างมัน…”

“…พื้นที่สาธารณะจะทำอะไรต้องคำนึงถึงความเดือดร้อนหรือสิืทธิของผู้อื่นด้วย จะเอาสะดวกแต่ตนนั่นมันเรียกว่าเห็นแก่ตัว…”

“…สำหรับผมหลักปฏิบัตินั้นง่ายนิดเดียวครับ จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ถ้าไม่เดือดร้อนใคร แต่ในรูป ผมว่า เดือดร้อนคนอื่นนะครับ อีกอย่าง ของงี้มันห่อให้มิดชิดได้นี่ครับ ไม่เห็นต้องเอามาแบโชว์งี้เลย…”

“…เราเป็นสัตว์สังคมคับ เราอยู่ร่วมกันต้องคำนึงถึงคนอื่น แน่นอนย่อมไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นอะไร มีเหตุการณ์อะไร หรือจะถึงนาทีสุดท้ายของชีวิตหรือไม่ เรามีกฎมีระเบียบบรรทัดฐานให้ยึดตาม ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง ถ้าเรามัวแต่ยึดกับสิ่งนั้นก็เท่ากับเห็นแก่ตัว ทุกคนก็จะอ้างแต่เหตุผลของตัวเอง…”

สุดท้ายมีคนมองว่าการนำภาพแบบนี้มาให้คนวิพากษ์วิจารณ์เป็นความไม่เหมาะสม ซึ่งถ้าหากเจอเหตุการณ์ก็น่าจะเข้าไปตักเตือนดีกว่าเอาภาพมาประจานบนสังคมออนไลน์แบบนี้

แต่ทั้งนี้เจ้าของแฟนเพจมนุษย์ป้า ได้เผยว่า เคยอธิบายก่อนจะเปิดเพจและเปิดมาสักพักว่า มีการบอกตรงๆแต่มันไม่ช่วยอะไร ไม่งั้นไม่มาเปิดเพจนี้หรอก ส่วนเอามาประจานก็มี เมนต์แบบนี้มาเรื่อยๆ แอดมินเรียก “พระเอก” มันเป็นการ Remind ให้คนได้เห็นว่าไม่ควรทำ เพราะถ้าด่าไปเตือนไป แล้วก็เป็นอีกก็เท่านั้น ถ่ายภาพมาอย่างน้อยๆ ก็มีคนทักว่าอย่าทำ มันไม่ดี

MThai News

เหรียญทอง เตรียมแจ้งความเอาผิดคนหมิ่นสถาบันฯพ่วงความมั่นคง

เฟซบุ๊คองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน ได้โพสต์ข้อความ ระบุ วันพรุ่งนี้ (19 มิ.ย.) พล.ต.เหรียญทอง จะเดินทางไปแจ้งความเอาผิด ผู้กระทำความผิดหมิ่นสถาบัน รวมทั้งกระทำผิดต่อความมั่นคง ต่อ ปอท.

คองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน, นี้ พล.ต.น.พ.เหรียญทอง แน่นหนา, คดีหมินสถาบัน, ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

วันนี้18 มิ.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน้าเฟซบุ๊คองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน แพร่ข้อความมีเนื้อหาระบุว่า เรียนท่านสุภาพสตรี ท่านสุภาพบุรุษ และประชาชนคนไทยทุกท่าน ทราบในวันที่ 19 มิถุนายน 2557 นี้ พลตรี นายแพทย์ เหรียญทอง แน่นหนา องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน จะเข้าแจ้งความ ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

และผู้กระทำความผิดต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จำนวน 9 คดี ณ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. อาคาร B ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะจึงขอเชิญคนไทยทุกท่านเป็นกำลังใจ พลตรีเหรียญแน่นหนา อย่างพร้อมเพรียงกัน ในวันเวลาดังกล่าว

คองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน, นี้ พล.ต.น.พ.เหรียญทอง แน่นหนา, คดีหมินสถาบัน, ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

MThai News