บช.น กำชับมาตรการ ผ่อนปรน แรงงานต่างด้าว

รอง ผบช.น. “พล.ต.ต.วรัญวัส” เรียกประชุมผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1-9 กำชับมาตรการ ผ่อนปรน แรงงานต่างด้าว มอบหมาย ทุกพื้นที่ ทำความเข้าใจนายจ้าง

25bc17bee83083e1
วันนี้ (17 มิ.ย.) พล.ต.ต.วรัญวัส การุณยธัช รอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1-9 พร้อมด้วยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ 191 เพื่ิ่อวางมาตรการป้องกันปราบปรามแรงงานต่างด้าว ตามประกาศ คสช.ที่ 67/2557 เรื่องมาตรการชั่วคราวในการดำเนินการต่อแรงงานต่างด้าว

พล.ต.ต. วรัญวัส เปิดเผยว่า ขณะนี้ปัญหาแรงงานต่างด้าวถือว่าเป็นปัญหาใหญ่และหัวหน้าคณะ คสช. มีความเป็นห่วงแรงงานต่างด้าวชาว พม่า ลาว กัมพูชา มีความตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่งกรณีมีข่าวลือเรื่องการปราบปราม จึงต้องมีการทำความเข้าใจให้ตรงกัน ให้ถือปฎิบัติโดยเคร่งครัดยิ่งขึ้น

พล.ต.ต. วรัญวัส เปิดเผยอีกว่า ทาง บช.น ได้ถ่ายทอดคำสั่งของ คสช. เรื่องมาตรการดังกล่าวและกระจายงานกันทำ ซึ่งมาตราการจากนี้เป็นในลักษณะผ่อนปรนให้กับผู้ประกอบการ พ่อค้า แม่ค้า ไซด์งานก่อสร้าง และให้มีการพบปะพูดคุยทำความเข้าใจตรงกัน ป้องกันความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ว่า ประกาศดังกล่าวไม่ใช่การดำเนินการกวาดล้างแต่อย่างใด โดยเฉพาะร้านค้า ไซด์งาน มีผลกระทบอย่างยิ่ง เนื่องจากแรงงานต่างด้าวทิ้งงานเดินทางกลับประเทศ

“ทางเจ้าหน้าที่ยืนยันไม่มีนโยบายเร่งรัดจับกุมกวาดล้างแรงงานต่างด้าวตามที่เป็นข่าว พร้อมกันนี้ในส่วนของมาตรการควบคุมแรงงานต่างด้าว ฝากให้ผู้ประกอบการนายจ้างจัดเตรียมรายชื่อลูกจ้่างในสังกัดให้ครบถ้วนพร้อม รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ทีี่เกี่ยวข้องต่อไป” พล.ต.ต. วรัญวัส กล่าวทิ้งท้าย

MThai News

ขอบคุณภาพประกอบจากทวิตเตอร์ @fm91trafficpro

ทูตกัมพูชา ขอพลเมืองที่อยู่ในไทย อย่าตื่นข่าวลือ แห่กลับบ้าน

เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย เผย ไทย-กัมพูชามี MOU ร่วมกันด้านการทำงานถูกกฎหมาย ขอแรงงานชาวกัมพูชาที่ทำงานในไทยอย่างถูกกฎหมาย อย่าตื่นตระหนกข่าวลือ พร้อมระบุ เตรียมทำความเข้าใจพลเมืองผ่าน กต.ทราบ

อีท โซเฟีย เอกอัครราชทูต กัมพูชาประจำประเทศไทย, แรงงานเขมรแห่กลับประเทศ, แรงงานกัมพูชา, MOU ไทย-กัมพูชา

วันนี้ 17 มิ.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอีท โซเฟีย เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย กล่าวภายหลังการเข้าพบนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศพูดคุยถึงกรณีแรงงานกัมพูชาอพยพกลับประเทศว่า ตนเห็นด้วยที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะมีการร่วมมืออย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้มีการปล่อยข่าวลือ

ทั้งนี้ สิ่งที่ไทยและกัมพูชาต้องการคือการทำให้แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในไทยอย่างผิดกฎหมายได้เข้าสู่ระบบตามกฎหมายไทย ซึ่งมีการทำบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู)ระหว่าง 2 ประเทศอยู่แล้ว

ส่วนการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อแรงงานชาวกัมพูชาในไทยนั้น โฆษกกระทรวงต่างประเทศของกัมพูชาได้ชี้แจงข้อเท็จจริงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากการหารือกันในวันนี้ โฆษกรัฐบาลกัมพูชาและโฆษกกระทรวงต่างประเทศของกัมพูชาคงจะมีการชี้แจงให้ชาวกัมพูชาทราบต่อไป

ขณะเดียวกัน ตนได้มีการติดต่อกับชุมชนชาวกัมพูชาในไทยอยู่แล้ว ดังนั้นหากชาวกัมพูชาในไทยมีข้อกังวลใด ก็สามารถติดต่อสอบถามสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยได้ทันที และทั้ง 2 ฝ่ายมีการเปิดสายด่วนติดตามสื่อสารระหว่างกันโดยตรง ขอให้แรงงานชาวกัมพูชาที่ทำงานในไทยอย่างถูกกฎหมาย ไม่ต้องตื่นตระหนกหรือกังวลอะไร ส่วนคนที่เข้ามาแบบผิดกฎหมายก็ขอให้เข้าสู่ระบบและทำให้ถูกกฎหมาย

MThai News

ส.อ.ท.ชี้แรงงานเขมรหนีกลับหลายแสน กระทบประมงไทย

สภาอุตสาหกรรมฯ ชี้ ต่างด้าวตื่นข่าวลือหนีกลับประเทศ กระทบอุตฯ ประมงมากที่สุด ส่วนก่อสร้างกระทบไม่มาก แจงแรงงานผิด ก.ม. ลอบเข้าไทยกว่า 1 ล้านคน ส่วนใหญ่ชาวเขมร เห็นด้วยเข้มงวดแรงงานเถื่อน และแก้ปัญหาค้ามนุษย์

081548798
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การที่ คสช. มีนโยบายเพิ่มความเข้มงวดกับแรงงานต่างด้าว จนเกิดกระแสข่าวลือรุนแรง ทำให้แรงงานต่างด้าวโดยเฉพาะชาวกัมพูชา เคลื่อนย้ายออกจากไทยหลายแสนคนนั้น ขณะนี้ ส.อ.ท.อยู่ระหว่างการประเมินข้อมูลถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นผลกระทบที่เกิดขึ้น อยู่ในภาคธุรกิจที่ใช้แรงงานชาวกัมพูชาเป็นจำนวนมาก ได้แก่ อุตสาหกรรมก่อสร้างต่างๆ แต่มองว่าจะกระทบไม่มาก เพราะในปีนี้อุตสาหกรรมก่อสร้างอยู่ในขาลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ยังไม่ต้องการแรงงานต่างด้าวมากนัก ส่วนอุตสาหกรรมประมงในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ จ.ระยอง จันทบุรี และตราด ซึ่งกลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบโดยตรง รวมถึงธุรกิจการเกษตร เช่น การทำสวนยางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก รวมถึงธุรกิจร้านอาหาร

ในปัจจุบันนี้ มีแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมายในประเทศไทย ประมาณ 2.2 ล้านคน และมีแรงงานที่ผิดกฎหมายมากกว่า 1 ล้านคน ซึ่งในจำนวนกว่า 1 ล้านคน ที่เข้าเมืองมาทำงานอย่างผิดกฎหมายนี้ 80% เป็นแรงงานจากพม่า กัมพูชา 15% และ สปป.ลาว อีกประมาณ 5% โดยแรงงานกัมพูชาที่อยู่ในประเทศไทย มีจำนวนมากที่เข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมาย เนื่องจากต้นทุนการดำเนินงานต่างๆ และค่านายหน้าในประเทศกัมพูชาสูงมาก ทำให้เกิดการลักลอบเข้ามาทำงานในไทย เพื่อลดค่าดำเนินงานต่างๆ

ทั้งนี้ นายวัลลภ มองว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้องที่ภาครัฐเข้ามาเข้มงวดเรื่องแรงงานต่างด้าว ดึงแรงงานที่ผิดกฎหมายมาเข้าระบบให้ถูกต้อง เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคง ปัญหาสังคม และการค้ามนุษย์ แต่ภาครัฐจะต้องสยบข่าวลือให้ได้ โดยประชาสัมพันธ์ไปยังประเทศกัมพูชา และในประเทศไทย ให้ทุกฝ่ายทราบว่าเป็นนโยบายการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวทุกชาติอย่างเสมอภาค ไม่ได้เจาะจงเพียงชาวกัมพูชา ซึ่งหากเป็นการเข้ามาทำงานอย่างถูกต้อง ก็จะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

MThai News