อัลชาบาบกราดยิงดับกว่า50 แถลงเคนยาเขตสงคราม

กลุ่มติดอาวุธอัลชาบาบ กราดยิงผู้คนที่เมืองชายฝั่งของประเทศเคนยา ทำให้มีผู้เสียชีวิต กว่า50 ราย ซึ่งหลายคนกำลังชมบอลโลกและประกาศจะโจมตีอีกครั้งอย่างแน่นอน

544956-01

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกลุ่มติดอาวุธ อัล-ชาบาบก่อเหตุกราดยิงผู้คนในเมืองเอ็มเปเคโตนี เมืองติดชายฝั่งของประเทศเคนย่าทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 50ราย นอกจากนี้ ยังโจมตีที่โรงแรมหลายแห่ง รวมทั้งสถานีตำรวจและธนาคารด้วยโดยกราดยิงผู้คนไม่เลือกหน้า โดยหลายคนกำลังชมการแข่งขันฟุตบอลโลกในบาร์หรือโรงแรมท้องถิ่นหลังเกิดเหตุ

กลุ่มติดอาวุธ อัล-ชาบาบ ออกแถลงการณ์อ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีที่เกิดขึ้น เพื่อแก้แค้นที่รัฐบาลเคนยาโดย กลุ่มอัลชาบาบ ระบุว่าขอประณามกองทัพเคนยาที่รุกรานและยึดครองดินแดนของชาวมุสลิมอย่างต่อเนื่องและฆาตกรรมหมู่ชาวมุสลิมผู้บริสุทธิ์ในโซมาเลีย

แถลงการณ์อัลชาบาบ ระบุด้วยว่าหลังจากนี้จะมีการโจมตีตามมาอีกมาก และขอเตือนนักท่องเที่ยวในเคนยา ว่าขณะนี้เคนยาเป็นเขตสงครามแล้ว

แพทยสภา เห็นชอบห้ามผู้ป่วยโรค หัวใจ เบาหวาน ลมชัก ทำใบขับขี

กรมการขนส่งฯ ระบุ แพทยสภา เห็นชอบเกณฑ์คุม 3 โรคต้องห้ามทำใบขับขี่ หัวใจ-เบาหวาน-ลมชัก ออกใบรับรองแพทย์ผู้ขับขี่ คาด 30 วันชัดเจน  

ห้ามโรค หัวใจ เบาหวาน ลมชัก ทำใบขับขี่, การทำใบขับขี่, โรคต้องห้ามทำใบขับขี่, อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, กรมการขนส่งทางบก

วันนี้ 17 มิ.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ที่ประชุมตัวแทนแพทยสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการไตรภาคี 3 ฝ่าย โดยมีนายวัฒนา พัทรชนม์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการเป็นประธาน เพื่อให้ได้ข้อสรุปหรือแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในเบื้องต้นภายใน 30 วัน จากนั้นจะนำมาพิจารณาว่าจะนำไปสู่การกำหนดแนวปฏิบัติอย่างไร คาดว่าใช้เวลาอีก 1 – 2 เดือน

ขณะที่ด้านพล.อ.ต.นายแพทย์ อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา เผยว่า ภายใน 30 วัน จะต้องมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน เนื่องจากทางแพทยสภามีข้อเสนอที่ชัดเจน ว่าด้วยกลุ่มโรคที่จะต้องควบคุมเป็นอันดับแรกคือ ผู้ป่วยหัวใจ และโรคเบาหวานขั้นรุนแรง และผู้ป่วยโรคลมชัก เนื่องจากผลการศึกษาในสหรัฐและยุโรป พบว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด อันดับแรกคือเมาสุรา อันดับสองคือโรคหัวใจ อันดับสามคือโรมเบาหวานและอันดับสี่คือโรคลมชัก ซึ่งข้อมูลนี้ใกล้เคียงกับประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคลมชักในสหรัฐอเมริกาเฉลี่ยที่ 4% เมืองทั้งประเทศ ส่วนไทยอยู่ที่ 2 – 4 % ของพลเมือง 65 ล้านคน หรือมีผู้ป่วยโรคลมชักรวม 1.2 – 2.4 ล้านคน ในจำนวนนี้คาดว่ามีหลายแสนคนที่มีใบอนุญาตขับขี่รถ ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงต่อผู้ใช้รถใช้ถนน

MThai News

ลูกสาวแบกสแตนดี้คุณพ่อ พาเที่ยวรอบโลกอัพลงIG

วันนี้(17 มิ.ย.) สำนักข่าวเดลิเมล์ ในประเทศอังกฤษ เผยแพร่ข่าวของจินน่า หยาง สาวผู้สร้างปรากฎการณ์บนโลกออนไลน์อินสตาแกรมด้วยการแบกสแตนดี้รูปคุณพ่อไปตามสถานที่ต่างๆทั่วโลก เพื่อกระตุ้นให้คนที่เห็นได้เร่งทำความฝันและตามแรงบันดาลใจก่อนเสียชีวิต

article-2658713-1ECD56F500000578-354_634x422

จินนา หยาง เล่าว่า เมื่อ2ปีที่แล้ว พ่อของเธอเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ช่วงนั้นเธอเสียใจเป็นอย่างมากที่เห็นว่าพ่อไม่สามารถทำตามความฝันหรืองานที่รักได้เนื่องจากป่วยด้วยโรคร้าย ซึ่งเธอยังจำวันที่พ่อทำงานในร้านซักรีดในเวอร์จิเนีย ทำงานหนักเพื่อส่งเสียเธอจนมีงานทำในมหานครนิวยอร์ค หลังจากนั้นพ่อก็เริ่มป่วย เธอคิดว่าพ่อทำเพื่อคนอื่น เพื่อตัวเธอมามากแต่ไม่เคยทำสิ่งใดเพื่อตัวเอง

ในช่วงเวลานั้นด้วยความเครียดเรื่องอาการป่วยของพ่อและงานรับผิดชอบที่หนักอึ้งทำให้เธอเกิดความทุกข์อย่างไม่สามารถที่จะอธิบายได้ เมื่อคุณพ่อของเธอจากไป เธอจึงตัดสินใจพาพ่อไปเดินทางทั่วโลก เพื่อเป็นความทรงจำที่ดีระหว่างกัน แม้จะเป็นวันที่สายไป รวมถึงเป็นเครื่องเตือนใจให้กับคนที่อยากตามหาฝัน จงเร่งทำอย่างมัวแต่ตรากตรำทำงานจนเวลาที่ล่วงเลยสายเกินไป

Mthai News

article-2658713-1ECD572D00000578-262_634x950 article-2658713-1ECD573D00000578-270_634x422 article-2658713-1ECD574D00000578-403_634x949 article-2658713-1ECD570100000578-967_634x434 article-2658713-1ECD570500000578-124_634x422 article-2658713-1ECD571900000578-184_634x422