คสช.ไฟเขียวงบ3ล.ล.ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ

คสช. ไฟเขียว งบ3ล้านล้าน ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ ย้ำชัดยังไม่ทำไฮสปีดเทรนเพราะไม่ได้จำเป็นเร่งด่วน 3393225c

นาย สมชัย ศิริวัฒนโชค ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมนำเสนอแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของ ประเทศ ต่อพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของประเทศวง เงิน3 ล้านล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการระหว่างปี 2558-2565 ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ แต่ขอให้ตัดโครงการรถไฟความเร็วสูงออกจากแผนไปก่อน

เนื่องจากที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ใช่โครงการจำเป็นเร่งด่วน ทั้งนี้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมกลับไปหารือร่วมกับกระทรวงการคลังเพื่อ พิจารณาแหล่งเงินทุนที่จะนำไปใช้ในการดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จภายใน สัปดาห์หน้า และนำกลับมาเสนอให้พล.อ.อ.ประจิน พิจารณาอีกครั้งก่อนวันที่ 19 มิ.ย.นี้ ซึ่งแผนการใช้เงินต้องมีการระบุรายละเอียดการใช้เงินแต่ละปีชัดเจน

ทั้งนี้สำหรับโครงการที่นำเสนอส่วนใหญ่เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นด้านคมนาคมขนส่ง เช่น รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า 10 สาย การปรับปรุงทางหลวงแผ่นดินของกรมทางหลวง (ทล.) ถนนลาดยางของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) และการก่อสร้างท่าเทียบเรือและการขุดลอกร่องน้ำ

นอกจากนี้ ด้านนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข .กล่าวว่า ยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของไทย นั้นจะใช้ยุทธศาสตร์เชิงนโยบายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมีระยะเวลาดำเนิน การในปี 2558-2565

กรอบวงเงินลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 3 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเพิ่มจากแผนเดิมที่รัฐบาลชุดที่แล้วจะดำเนินการในพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เนื่องจากแผนยุทธศาสตร์นี้ จะถือเป็นแผนแม่บทที่มีโครงการรวม ทั้งทางราง ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ จากเดิมที่ไม่ได้ใส่โครงการทางอากาศไว้ ส่วนการลงทุนนั้น หน่วยรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่จะสามารถใช้เงินลงทุนของตัวเองได้

ดังนั้นในส่วนโครงการที่เป็นของหน่วยงานราชการนั้นหลังจาก คสช.พิจารณาแล้วจะต้องหารือกับทางสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลังเพื่อจัดสรรงบประมาณ อีกครั้ง โดยกระทรวงคมนาคมได้จัดแผนออกเป็น 5 ยุทธศาสตรหลัก

โจรย่องขโมยพระพุทธรูปภายในวัดย่านนนทบุรี

เกิดเหตุโจรใจบาปย่องขโมยพระพุทธรูปภายในวัด ย่านนนทบุรี pa

ร.ต.ท.พิเชษฐ์ ปรึกษา พนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งจากพระมหาบุญธาตุ เจ้าอาวาสวัดยุคันธราวาส หมู่ 7 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ว่า ถูกโจรขโมยพระพุทธรูปไปจากศาลาวัด จากนั้นจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นศาลาเก่ามีลักษณะทรุดโทรม ไม่ได้เปิดใช้งานแล้ว จากการตรวจสอบพบว่า ได้มีพระพุทธรูปปรางนั่งประทานพรเนื้อสำริด ฐานกว้าง 15 นิ้ว สูงประมาณ 60 ซม. หายไปจำนวน 1 องค์ เหลือเพียงที่อยู่ในศาลาเพียงองค์เดียวเท่านั้น

ร.ต.ท.พิเชษฐ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการงัดแงะแต่อย่างใด เชื่อว่า คนร้ายน่าจะมาไม่ต่ำกว่า 3 คน พร้อมรถยนต์กระบะ และจะทำการสอบสวนผู้ที่อยู่ภายในวัด รวมถึงพระภิกษุลูกวัดที่เป็นผู้ถือกุญแจประตูศาลาดังกล่าว และอาจจะเป็นไปได้ว่า คนร้ายใช้ช่วงเวลาที่ประตูไม่ได้ล็อค ประกอบกับคนร้ายมาดูลาดเลาไว้ก่อนหน้า จึงเป็นจังหวะให้คนร้ายมีโอกาสเข้าไปขโมยพระพุทธรูปดังกล่าวไป อย่างไรก็ตาม ทางชุดสืบสวนจะเร่งหาข้อมูลคนร้าย และนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ยกไต่สวน’ณวัฒน์’ละเมิดอ้างสิทธิ์จัดประกวดมิสเอิร์ธ2014

ศาลยกคำร้อง ไต่สวนฉุกเฉิน ณวัฒน์ พิธีกรชื่อดัง เหตุเป็นคำขอเดียวกับคดีหลัก ข้อหาละเมิดอ้างสิทธิ์จัดประกวดมิสเอิร์ธไทยแลนด์ 2014 news_img_81678_1 ศาล แพ่งยกคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉิน ระบุ เป็นคำขอเดียวกับคดีหลัก ทนายเตรียมยื่นคำขอเพิ่ม ห้ามจำเลยส่งนางงามประกวดเวทีโลกนายกันตเมธส์ จโนภาส ทนายความบริษัทออกาไนเซอร์ฯ เปิดเผยว่า ศาลแพ่งได้มีคำสั่งยกคำร้องที่ได้ขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อคุ้มครองชั่วคราวที่ห้าม นายณวัฒน์ และ บริษัท ฮอลิเดย์ เทเลวิชั่น จำกัด จัดประกวดมิสเอิร์ธไทยแลนด์ 2014 ในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ โดยศาลเห็นว่า คำขอดังกล่าวเป็นส่วนเดียวกันกับที่ขอไว้ในคำฟ้องคดีหลัก ซึ่งหากศาลมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งออกไปแล้ว ก็เสมือนเป็นการพิพากษาในคดีหลักไป ดังนั้น จึงต้องดำเนินกระบวนพิจารณาคดีหลักต่อไป ซึ่งศาลนัดในวันที่ 4 ส.ค.นี้ โดยวันดังกล่าว จะยื่นคำขอเพิ่มเติมต่อศาล ขอให้พิจารณาห้ามจำเลยส่งตัวแทนที่จำเลยได้จากการประกวดวันที่ 17 มิ.ย.นี้ เข้าร่วมประกวดมิสเอิร์ธในเวทีระดับนานาชาติเมื่อถามว่า หลังจากศาลยกคำร้องขอไต่สวนคุ้มครองชั่วคราว เท่ากับจำเลยมีสิทธิ์จัดประกวดในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ ได้ใช่หรือไม่ นายกันตเมธส์ กล่าวว่า เวลานี้ศาลยังไม่มีคำสั่งห้าม แต่ถ้าสุดท้ายแล้วการพิจารณาคดีดังกล่าว ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีจะเท่ากับว่า การดำเนินการใด ๆ ของจำเลยเกี่ยวกับการจัดประกวดจะเป็นความผิดในการละเมิดต่อโจทก์ ซึ่งสามารถเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมได้อีกในภายหลัง