ประยุทธ์ขอทุกคนร่วมปฏิรูป ยันไม่แทรกตั้งผบ.ตร.

หัวหน้า คสช.  ขอทุกคนร่วมปรองดอง สู่การปฏิรูป เร่งทำประเทศเป็นประชาธิปไตย ห่วงจัดเก็บรายได้รัฐ ไม่เป็นไปตามเป้า ขณะชะลอเลือกตั้งท้องถิ่น รอมีรัฐธรรมนูญถาวร ย้ำปฏิรูปตำรวจ ไม่แทรกแซงปรับทำเนียบไม่เกี่ยวกับฮวงจุ้ย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยช่วงแรก ยังคงยืนยันที่จะเดินหน้าตามแผนโรดแมป เชิญชวนประชาชนหันหน้าปรองดอง และเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปประเทศ และไม่กลับไปเป็นเหมือนในอดีตที่ผ่านมาอีก โดยยอมรับว่า การพยายามชี้แจงถึงเหตุผล ในการเข้ามาควบคุมอำนาจต่อต่างประเทศนั้นเป็นเรื่องยาก แต่ก็ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และร้องขอให้นานาชาติ และมิตรประเทศทั้งหลายสนับสนุนแนวทางการปฏิรูปในครั้งนี้ เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีตลอดไป

โดย พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่า ห้วงเวลานี้ คสช. กำลังพยายามที่จะทำให้ประเทศไทย กลับสู่ประชาธิปไตย เหมือนชาติตะวันตก แต่ไม่ใช่ เพียงแค่การเลือกตั้ง ตามที่หลายฝ่ายเรียกร้อง แต่ประเทศไทยจะต้องมีการฟื้นฟูประเทศเพื่ออนาคตด้วย และขอนานาชาติอย่างเพิ่งใจร้อน โจมตีการทำงานของ คสช. แต่อยากจะขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมกันปฏิรูปครั้งนี้

552414-01

พล.อ.ประยุทธ์ ยังเกี่ยวกับการเดินหน้าแก้ปัญหา และพัฒนาด้านเศรษฐกิจว่า คสช. ได้ทำแผนงบประมาณรายจ่ายปี พ.ศ. 2558 เสร็จแล้ว โดยมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้โดยเร็วที่สุด ตลอดจนจะส่งเสริมให้มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟรางคู่ ที่จะต้องสอดคล้อง สำหรับการเชื่อมต่อกับประเทศจีน และเพื่อนบ้านด้วย ส่วนการดูแลด้านสุขภาพประชาชนก็จะยังยึดรูปแบบรัฐสวัสดิการ 30 บาทรักษาทุกโรคต่อไป

พร้อมกันนี้ ยังกล่าวด้วยว่า คสช. จะมีการทบทวนนโยบายประชานิยมทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องของการขัดเก็บภาษีของรัฐทั้งหมด เนื่องจากนโยบายดังกล่าวของทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลเก็บภาษีได้ไม่ตรงตามเป้า ตลอดจนเร่งจัดระเบียบในด้านต่างๆ ให้เรียบร้อยโดยให้กระทบกับชีวิตของประชาชนน้อยที่สุด ตลอดจน เตือนกลุ่มเด็กแว้น และนักเรียนตีกัน ให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว ด้วยการขู่หากยังไม่เลิกก็จะเรียกมาทำความเข้าใจต่อไป

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเกี่ยวกับการ ปฏิรูปประเทศ ยังคงเป็นไปตามแผนเดิม โดยบุคคลที่ต้องการจะเข้ามามีส่วนร่วมในสภาปฏิรูป ก็ขอให้เตรียมตัว และยื่นใบสมัครเข้ามา เมื่อมีการเปิดรับสมัคร และขออย่าพูดอะไรในเวลานี้ เพราะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อกระบวนการปฏิรูป ส่วนเรื่องการชะลอการเลือกตั้งท้องถิ่นไปก่อนเพื่อให้ได้ข้อสรุปในเรื่องการปฏิรูปการเมืองที่ชัดเจน เพราะหากยังไม่ได้ข้อสรุปอาจเป็นประเด็นไปสู่ความขัดแย้งอีก และจัดให้มีการเลือกตั้งหลังจากมีรัฐธรรมนูญฉบับถาวร

พร้อมกันนี้ หัวหน้าคสช. ยังได้กล่าวถึงการปรับโครงสร้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยยืนยันว่าจะไม่ก้าวก่าย หรือละเมิดเกียรติศักดิ์ศรี แต่จะทำให้ ตำรวจมีความเข้มแข็งไม่เกิดการล้วงลูก หรือถูกแทรกแซงจากการเมืองอีก โดยพยายามจะทำให้เป็นเหมือนกับ ทหาร ที่มี พ.ร.บ.กลาโหม ควบคุมเกี่ยวกับการโยกย้าย เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ และแต่งตั้งด้วยความเป็นธรรม  ส่วนเรื่องการปรับปรุงทำเนียบรัฐบาล ตึกสันติไมตรี
อาคารในพื้นที่ของทำเนียบรัฐบาลทั้งหมด รวมทั้งบริเวณบ้านพิษณุโลก เพื่อใช้ประโยชน์สำหรับการทำงาน มิใช่เป็นการปรับปรุงฮวงจุ้ย ตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ แต่อย่างใด และจะใช้งบประมาณตามความจำเป็นเท่านั้น

“ประยุทธ์” ฟุ้ง ส่งออก เดือน มิ.ย. 57 ขยายตัว 7.2%

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการส่งออกว่า  มูลค่าการส่งออก เดือนมิถุนายน 2557 ได้ขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 7.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคู่ค้าสำคัญ คือกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป และภูมิภาคอาเซียน ส่วนมูลค่าการนำเข้าเดือนมิถุนายน 2557 กลับมาขยายตัวที่ร้อยละ 5.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ดุลการค้าในเดือนดังกล่าว เกินดุลมูลค่า 31.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

พร้อมกันนี้ ได้มีการชี้แจงความคืบหน้าการตรวจสอบคุณภาพ และปริมาณข้าวด้วยว่า ระหว่างวันที่ 3 – 8 ก.ค. ที่ผ่านมา ในพื้นที่ภาคกลางตรวจสอบไปแล้ว 48 จาก 653 คลัง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 194 จาก 309 ภาคเหนือ 92 จาก 767 ภาคใต้ 9 จาก 58 โกดัง ซึ่ง จากการตรวจสอบด้วยตาเปล่าพบสภาพข้าวปกติ 262 แห่ง และข้าวผิดปกติ 65 แห่ง จาก 5 สาเหตุหลัก ได้แก่ ข้าวเสื่อม 20 แห่ง ข้าวเป็นสีเหลืองขุ่น 17 ข้าวไม่ตรงตามบัญชี 6 แห่ง ข้าวปลอมปนอีก 10 แห่ง มีมอดไรสิ่งเจือปน 12 แห่ง ก็ยังมีเป็นจำนวนมากที่ต้องตรวจสอบในระยะต่อไป

คสช. เชิญชวนคนไทย ร่วมถวายความจงรักภักดีราชินี

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหา มหาราชินี ที่จะมาถึงในเดือนหน้า สิงหาคม นี้ เป็นโอกาสที่ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าจะได้ร่วมแรงร่วมใจกัน เพื่อถวายความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระ
บรมราชินีนาถ ซึ่ง คสช. ได้จัดเตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติต่าง ๆ ระหว่างวันที่ 8 – 13 สิงหาคม 2557 ณ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าและท้องสนามหลวง โดยในวันที่ 12 สิงหาคม จะมีพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร บริเวณท้องสนามหลวง และในพื้นที่ของทุกจังหวัด จึงเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยได้ร่วมกันแสดงความจงรักภักดีในโอกาสมหามงคล ครั้งนี้ด้วย

เศร้า! นักท่อง วอนกู้ภัยร้องเพลงเดือนเพ็ญ อาลัยเพื่อนสาว

นักท่องเที่ยวสาว วอนกู้ภัยร้องเพลงเดือนเพ็ญ เพลงดังของวงคาราบาว เพื่อไว้อาลัยให้เพื่อน หลังถูกรถชนเสียชีวิตที่เชียงใหม่

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่จ.เชียงใหม่ ได้เกิดเรื่องราวสุดสลดขึ้น เมื่อนักท่องเที่ยวสาวรายหนึ่ง ได้ขอร้องให้เจ้าหน้าที่กู้ภัย และชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ช่วยร้องเพลงเดือนเพ็ญ เพลงดังของวงคาราบาว ให้กับเพื่อนที่ประสบอุบัติเหตุถูกรถชนเสียชีวิตที่บริเวณถ.ซูเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่ – ลำปาง ใกล้กับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ เนื่องจากเป็นเพลงโปรดของผู้ตาย และเป็นการส่งวิญญาณครั้งสุดท้าย ทราบชื่อผู้ตายต่อมาคือ นิโคล แสงสุรีย์ สร้างความโศกเศร้าที่อยู่บริเวรดังกล่าวเป็นอย่างมาก

กู้ภัย, เชียงใหม่, รถชน, เพลงเดือนเพ็ญ, ข่าววันนี้

ทั้งนี้จากการสอบสวน นายรัตนพล บุญแรม เจ้าของรถยนต์คันที่ชนนักท่องเที่ยวสาว ได้ความว่า ขณะเกิดเหตุขับรถมาตามถนนซูเปอร์ไฮเวย์ด้วยความเร็ว เพื่อมุ่งหน้าไปสี่แยกศาลเด็ก แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นช่วงทางโค้ง เห็นเหมือนมีคน 2 คน กำลังปีนแบริเออร์กั้นทางตรงเกาะกลางถนน แต่ปรากฏว่าตนเหยียบเบรกไม่ทัน จึงชนหญิงสาวกระเด็นข้ามไปอีกฝั่งถนนและเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาแก่ นายรัตนพล ฐานขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ก่อนจะนำศพส่งสถาบันนิติเวช เพื่อให้ญาติผู้เสียชีวิตติดต่อขอรับศพต่อไป

ภาพจาก ศูนย์กู้ภัยตำรวจทางหลวง จังหวัดเชียงใหม่

MThai news

บอร์ดบีโอไออนุมัติ 15 โครงการ กว่า 5.1 หมื่นลบ.

“พล.อ.ประยุทธ์” ประชุม บอร์ด BOI เห็นชอบอนุมัติ 15 โครงการส่งเสริมการลงทุนมูลค่า 51,226.5 ล้านบาท มั่นใจพิจารณาทั้งหมดภายในสิ้นเดือน ส.ค. นี้

นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน แถลงภายหลังการประชุม BOI นัดที่ 2 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. และ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คสช. ฝ่ายเศรษฐกิจ ว่า

บีโอไอ, โครงการพัฒนาพลังงาน, คสช,

วันนี้ที่ประชุมเห็นชอบอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 15 โครงการ รวมมูลค่าการลงทุน 51,226.5 ล้านบาท ประกอบด้วยการส่งเสริมการผลิตเบเกอรี่ ส่งเสริมกิจการผลิตเอทานอล ส่งเสริมกิจการผลิตผ้า และส่วนประกอบของการผลิตผ้าอ้อมสำเร็จรูป ส่งเสริมกิจการผลิตกระจกเคลือบผิวกันรังสี ส่งเสริมการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล หรือ อีโคคาร์

ส่งเสริมกิจการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวลและไอน้ำ ส่งเสริมกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ส่งเสริมให้เพิ่มกำลังการผลิตกิจการขนถ่ายสิ้นค้าสำหรับเรือเดินทะเล อาทิ การขนถ่ายปิโตรเลียมเหลว ส่งเสริมกิจการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ BOI มั่นใจว่าจะสามารถอนุมัติโครงการทั้งหมดได้ภายในเดือนสิงหาคม นี้

เลขาฯ BOI เผย กำหนดกรอบลงทุน 5 ปี หนุนลงทุน ตปท.

นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI กล่าวภายหลังการประชุม BOI นัดที่ 2 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. และ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คสช. ฝ่ายเศรษฐกิจ ว่า

ถึงกรอบนโยบายใหม่ที่เสนอไว้ก่อนหน้า โดยกำหนดกรอบนโยบายส่งเสริมการลงทุนไว้ 5 ปี แต่เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 จึงเห็นชอบให้ขยายกรอบเวลาออกไปอีก 2 ปี ตั้งแต่ปี 2558-2564 โดยที่ประชุมได้กำหนดเป้าหมายหลัก อาทิ การยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ

เพื่อให้หลุดพ้นจากรายได้ ปานกลางของประเทศ ปรับเปลี่ยนเรื่องการให้สิทธิประโยชน์ และวิธีการสนับสนุนการลงทุน ดยจะนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยเรื่องการบริการมากขึ้น เน้นให้มีการส่งเสริมนักลงทุนไทยให้ไปลงทุนในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสและขยายโอกาสในช่วง AEC ทั้งนี้ คณะกรรมการ BOI ยังต้องการเน้นการลงทุนในกิจการที่เป็นประโยชน์กับประเทศ รวมถึงส่งเสริมการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และลดการลดหย่อนการจัดเก็บภาษีเงินได้