มติ ป.ป.ช. เอกฉันท์ ส่งฟ้อง ยิ่งลักษณ์ ปมทุจริตจำนำข้าว

ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ส่งฟ้องยิ่งลักษณ์ ปมจำนำข้าว ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ จนเกิดความเสียหายต่อประเทศอย่างร้ายแรง 

วันนี้ (17 ก.ค. 57) ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ส่งฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีจำนำข้าว โดย นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. เผยว่า สาเหตุการส่งฟ้องร้องครั้งนี้ ว่า ขณะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ดำรงค์จตำแหน่งนายกฯ ได้รับรู้รับทราบว่าเกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวทุกขั้นตอน แต่ไม่มีการยับยั้งห้ามปรามทั้งๆ ที่มีอำนาจ กลับยืนยันดำเนินการต่อไป จนเกิดความเสียหายต่อประเทศอย่างร้ายแรง

จำนำข้าว, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ฟ้องยิ่งลักษณ์จำนำข้าว, ข่าววันนี้

ดังนั้นป.ป.ช. จึงถือว่ามีมูลความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ฐานเป็นเจ้าหน้าทีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. 2542 มาตรา 123/1 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ จึงให้ส่งรายงานให้เอกสารไปยัง อัยการสูงสุดเพื่อฟ้องคดีต่อศาลฎีกาฯตามฐานความผิดดังกล่าว

MThai news

สธ.ออกประกาศ กำหนดสถานที่ ห้ามบุหรี่

สาธารณสุข ออกประกาศกำหนดสถานที่ เขตปลอดบุหรี่ ทั่วประเทศ ห้ามสูบบุหรี่ในสถานบริการสาธารณสุขและส่งเสริมสุขภาพทุกประเภท

วันนี้ (17 ก.ค. 57) กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศฉบับที่ 19 กำหนดให้สถานที่ต่างๆ เป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ โดยประกาศดังกล่าว จะแบ่งสถานที่เป็น 2 ลักษณะ คือ สถานที่ที่ห้ามมีการสูบบุหรี่ทั้งหมด และสถานที่ที่สามารถสูบบุหรี่ได้แต่ต้องกำจัดบริเวณ และมีป้ายแจ้งชัดเจน ซึ่งหากมีการฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมาย

สาธารณสุข, สูบบุหรี่, สถานที่ห้ามสูบบุหรี่, ข่าววันนี้

ซึ่งสถานที่ที่ต้องปลอดบุหรี่ทั้งหมด ได้แก่
สถานบริการสาธารณสุขและส่งเสริมสุขภาพทุกประเภท เช่น สถานีอนามัย โรงพยาบาล ร้านขายยา คลินิก สถานอบไอน้ำ อบสมุนไพร สปา นวดแผนไทย

สถานศึกษาระดับต่ำกว่าอุดมศึกษาทุกประเภท เช่น สถานฝึกอาชีพอุทยานเรียนรู้ ศูนย์เรียนรู้ชุมชน สถานกวดวิชา พิพิธภัณฑ์สถาน

สถานที่สาธารณะที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น สถานที่ออกกำลังกาย สนามกีฬาทุกประเภท สถานบันเทิง ร้านอาหารทั้งที่มี และไม่มีเครื่องปรับอากาศ สถานที่จัดเลี้ยง อาคารโรงงาน สำนักงาน ตลาด สวนสนุก สวนสัตว์ อุทยานประวัติศาสตร์ ร้านค้า และบริเวณโถงพักคอย และทางเดินภายในอาคาร โรงแรม หอพัก คอนโดมิเนียม หรือสถานที่ให้บริการลักษณะเดียวกัน เป็นต้น

ยานพาหนะสาธารณะทุกประเภท เช่น รถแท็กซี่ รถโดยสารประจำทาง รถไฟ รถตู้โดยสาร รถส่วนกลางของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เรือโดยสาร สถานีขนส่งผู้โดยสาร สถานที่พักคอยผู้โดยสาร ทุกประเภท ป้ายรถเมล์ และศาสนสถาน พื้นที่ตั้งแต่บริเวณรั้วศาสนสถานทั้งหมด

ขณะที่สถานที่ที่ต้องปลอดบุหรี่ แต่อาจจัดหรือไม่จัดให้มีเขตสูบบุหรี่ก็ได้ เช่น สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ สถานศึกษาระดับอุดมศึกษา ปั๊มน้ำมันและสนามบินนานาชาติ โดยสถานที่ที่กล่าวมาข้างต้นหากเป็นอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง จะต้องเป็นเขตปลอดบุหรี่ 100 เปอร์เซ็นต์ ยกเว้นอาคารสนามบินนานาชาติ

ส่วนพื้นที่ที่ไม่ใช่อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างต้องปลอดบุหรี่ด้วยแต่อาจจะจัดให้มีเขตสูบบุหรี่หรือไม่จัดก็ได้ และจะต้องติดเครื่องหมาย/สัญลักษณ์เขตปลอดบุหรี่ และห้ามมีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการสูบบุหรี่

สำหรับบทลงโทษ หากมีผู้ฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท เจ้าของสถานที่ไม่ติดเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่หรือเขตสูบบุหรี่มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท เจ้าของสถานที่ไม่จัดสถานที่เป็นเขตปลอดบุหรี่หรือเขตสูบบุหรี่ มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

MThai news

ศาลยกฟ้อง จนท.อุทยานแก่งกระจาน เอี่ยวบิลลี่หายตัว

ศาลเพชรบุรียกฟ้อง ชัยวัฒน์ จนท.อุทยานโยงบิลลี่หายตัวชี้ไม่มีหลักฐาน-ข้อเท็จเพียงพอ

วันนี้ (17ก.ค.57) ศาลจังหวัดเพชรบุรี ได้ออกบัลลังค์พิจารณาในคดีที่คณะทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนได้ยื่นฟ้องนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติแก่ง กรณีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายบิลลี่ หรือนายพอละจี รักจงเจริญ อายุ 31 ปี ส.อบต.ห้วยแม่เพรียง แกนนำชาวกะหร่างบ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน

แก่งกระจาน, นายบิลลี่ รักจงเจริญ, บิลลี่หายตัว, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ข่าววันนี้

โดยศาลได้พิเคราะห์จากพยานและหลักฐานแล้ว ให้มีการยกฟ้องในคดีดังกล่าว เนื่องจากไม่มีหลักฐานและข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะระบุได้ว่านายบิลลี่ ถูกนายชัยวัฒน์และพวกควบคุมตัว เพราะผู้ถูกฟ้องได้มีการยืนยันชัดเจนว่ามีการจับกุมจริง และได้ปล่อยตัวไปแล้ว

ด้านนางพรนภา ภรรยานายบิลลี่ ได้กล่าวสั้นๆ ว่าเสียใจกับคำตัดสินของศาล จากนี้จะกลับไปปรึกษากับคณะทนายความก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ขณะที่นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับความเป็นธรรมจากศาล เพราะตนตกเป็นจำเลยสังคมมานานทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำผิด จากนี้ไปจะขอคัดคำเบิกความและคำสั่งศาลเพื่อร้องขอความเป็นธรรมไปยังหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งสื่อมวลชนด้วย

MThai news