‘พงศพัศ’ แถลงจับกุมตัวเครือข่ายเจ๊ดา

“พล.ต.อ.พงศพัศ” ตั้งโต๊ะแถลงจับกุมตัว เครือข่ายเจ๊ดา ขายยาบ้าให้ไอ้หื่น ฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 13 ปี บนรถไฟ 555097-01 ที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. แถลงข่าวการจับกุมตัว นายวิชัย หรือ ตุ้ย รัตนอุบล อายุ 62 ปี พ่อค้ายาบ้าในชุมชน ตรงข้ามสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช ที่นำยาบ้ามาจำหน่ายให้กับนางจินดา หรือ เจ๊ดา พันธรักษ์ ก่อนที่ นางจินดา จะนำมาจำหน่ายให้กับ นายวันชัย หรือ เกม แสงขาว ผู้ต้องหาฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 13 ปี บนรถไฟ ทั้งนี้ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว นางจินดา ได้ ก่อนที่จะขยายผลสืบทราบว่า นางจินดา รับยาบ้ามาจาก นายวิชัย จึงออกหมายจับ และสามารถตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก อ.เมือง จ.กระบี่  555097-02

เรื่องจริงที่ชินชา จากอีกมุมของพยาบาล รพ.รัฐ ถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แฟนเพจบันทึกหมอโหด เผยอีกด้านของวิชาชีพพยาบาล ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ สวัสดิการไม่ได้ดีอย่างที่คิด

วันนี้(30 ก.ค.) แฟนเพจบันทึกหมอโหด ได้โพสต์ข้อความหนึ่งที่อ้างว่านำมาจากพยาบาลคนหนึ่งที่ออกมาเปิดเผยถึงอีกมุมของวิชาชีพพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ที่บางคนคิดว่าเป็นอาชีพที่สวัสดิการดี แต่ในอีกมุมหนึ่งมีเรื่องที่อ่านแล้วน่าน้อยใจและมองว่าพยาบาลถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

47880_504686969560845_1096017867_n

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข่าว

พยาบาล วิชาชีพที่(ควร)อดทน จริงหรือ (ความจริงที่เราชินชาในระบบของ รพ.รัฐ)

1.วิชาชีพอันสวยงามกับผลตอบแทนคืออัตราเงินเดือน(เพียวๆ)เริ่มต้นเพียง 11,XXX บาท ราคาน้อยกว่าซัมซุงแกรนด์ 2 อีก (ตอนนี้ได้แต่แกน…ไปก่อน)

2.พยาบาลระดับ C8 ซึ่งอนุญาตให้มีได้เพียงคนเดียวใน รพ.  แต่ส่วนมากเป็นกันแค่ C7แล้วต้องเกษียณ

3.งานที่ดีไม่ควรเกิน 48ชั่วโมง/สัปดาห์ แต่งานที่ดีกว่าคือ พยาบาล ซึ่งอาจปาไปมากกว่า 80 ชั่วโมง/สัปดาห์

4. สิ้นเดือนนี้ไม่ควรนับค่า พ.ต.ส. เพราะออกไม่เคยตรงสักเดือน และ ที่สำคัญอย่าคาดหวังเงินเดือนเพิ่มจาก ป.โท หรือ APN

5.หลายคนตั้งคำถามว่าจะรับโอทีทำไมในเมื่ออยากได้เวลา? คำตอบเรื่องนี้คือขาดคนทำงาน บางคนขายทุกเวรแต่ประเด็นคือไม่มีคนมาขึ้นแทน (หาคนขึ้นเวร ยากยิ่งกว่างมหอยขมในมหาสมุทรอินเดีย)

6.จ้างพยาบาล 1 คน = เสมียน จนท.เอกสาร จนท.ประสานงาน และตำแหน่งอีกหลายอย่างในคนเดียว เหนื่อยได้ บ่นได้แต่ต้องทำ ในยุคสมัยที่เอกสารต่างๆมันจำเป็นเท่ากับหรือมากกว่าการดูแลคนไข้ไปแล้ว

7.พยาบาลน้องใหม่มักอยู่เพียง 1-2 ปี ถ้างานที่เดิมดีเขาคงไม่ลาออก !!

8.วันที่เหมาะแก่การอบรมคือวันหยุดอันมีจำกัด แต่วันที่เหมาะสมกว่านั้นคือ”วันที่เพิ่งลงเวรดึก”!!

9.สำหรับลูกจ้างชั่วคราว ข่าวดีคือได้บรรจุ แต่ข่าวดีกว่านั้นคือ “ได้บรรจุแน่…แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่”

10.สำหรับลูกจ้างชั่วคราว เมื่อเราป่วยเราใช้ประกันสังคม แต่เมื่อครอบครัวเราป่วยเราใช้เงิน

11. สวัสดิการดี มีหอพักให้ แต่ประเด็นคือ “จะได้ย้ายเข้าเมื่อไหร่” ก็เท่านั้นเอง

12.ภาระรับผิดชอบรวมทั้งกฎต่างๆ ถูกออกแบบมาให้เราปปฏิบัติตาม อยากชวนคนออกกฎมาขึ้นเวรด้วยกัน(ถ้าทำได้ดีและไม่บ่น จะกราบงามๆสักครั้ง)

13.ไม่มีกฎหมาย หรือ พรบ.ใดๆรับรองความปลอดภัยในชีวิต ของพยาบาลรีเฟอร์ผู้ป่วย สิ่งที่พวกเราควรได้รับไม่ควรเป็นเพียง”พวงหรีด”จากพวกท่าน

14.พักได้ ลาได้ แต่ต้องดูจังหวะที่เหมาะสม แต่ประเด็นคือจังหวะที่เหมาะสมมันไม่ค่อยมีในปฏิทิน

สุดท้ายเราไม่ลืมว่า สภาการพยาบาล มีหน้าที่รับฟังปัญหาเกี่ยวกับวิชาชีพอืม ใช่ รับฟังจริงๆ
ปล. เราอยู่กับปัญหา จนเกิดความชินชาและมองว่ามันเป็นเรื่องปกติ รู้สึกเห็นใจคนที่ทำงานเพื่อสังคม แต่ผลตอบแทนควรมีมากกว่านี้ ข้อคิดนี้ คืออุปสรรคของการมีชีวิตที่ดีกว่า คือ การคิดว่าปัจจุบันมีชีวิตดีอยู่แล้ว

ข้อมูลจาก เพจบันทึกหมอโหด

MThai News

คสช.โยกงบกว่า 9 พันล้านหนุน กยศ.

คสช. ยุบ 3 กองทุน โยกงบกว่า 9 พันล้านหนุน กยศ. หวังให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์ และคุ้มค่ามากที่สุด

รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมใหญ่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานวานนี้ (29 ก.ค. 57) ได้มีคำสั่งให้ยกเลิกการดำเนินงานของกองทุนตามนโยบายของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในปีงบประมาณ 57 วงเงินรวม 9,925 ล้านบาท 3 โครงการ ประกอบด้วย

กองทุน, คสช, ยุบกองทุน, กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา

1.โครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้าน (เอสเอ็มแอล) วงเงิน 5,700 ล้านบาท
2.กองทุนช่วยเหลือผู้ประกอบการในหมู่บ้านและชุมชน วงเงิน 3,000 ล้านบาท
และ 3.โครงการพัฒนาเมือง วงเงิน 1,225 ล้านบาท

โดยให้นำเงินในส่วนของกองทุนเอสเอ็มแอล และกองทุนช่วยเหลือผู้ประกอบการฯ  ไปใช้ในกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) แทน

ขณะเดียวกันได้มีคำสั่งย้ายกองทุนต่างๆ ที่อยู่ในการกำกับดูแลของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ให้ไปอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง อาทิเช่น กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ให้ย้ายสำนักงานฯ ไปอยู่ที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และสภาเกษตรกร ให้ย้ายไปอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้ทั้ง 2 กระทรวงพิจารณาเองว่าจะให้มีการดำเนินการต่อหรือยุบไปรวมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ซึ่ง ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช.) ได้เผยว่า สาเหตุของการยกเลิก และโอนย้ายกองทุนต่างๆ ในการกำกับดูแลของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในครั้งนี้ ก็เพื่อให้การใช้งบประมาณในสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นไปอย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด

MThai news