ชาวบ้านวอนกรมศิลปากรตรวจอุโบสถวัดกงลาดจ.นครปฐม อายุ 235 ปีทรุดหนัก
อุโบสถเก่าแก่อายุกว่า 235 ปี หลังนี้อยู่ที่วัดกงลาด ม.5 ต.ห้วยด้วน อ.ดอนตูม จ.นครปฐม โดยมีสภาพที่ทรุดโทรมอย่างหนัก ปูนที่ฉาบภายนอกมีการพุกร่อนหลุดร่วง จนเห็นอิฐมอญโบราณขนาดใหญ่พุพังหลุดร่วงเสียหายหลายแห่ง อีกทั้งซุ้มเสมารอบวัดก็พังเสียหายทั้งหมด

อุโบสถ235ปีทรุดหนัก
จากการสอบถามพระครูสุจิตพิพัฒน์ เจ้าอาวาสวัดกงลาด และนายบุญเรือง ปาแสนกุล คณะกรรมการวัด ได้กล่าวว่า เดิมชาวลาวครั่งถูกกวาดต้อนอพยพมาจาก แขวงเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว ประมาณปี พ.ศ.2322 ในสมัยกรุงธนบุรี และมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ ม.5 และ ม.6 ต.ห้วยด้วน อ.ดอนตูม จ.นครปฐม จนกระทั่งปรากฏหลักฐานอุโบสถหลังดังกล่าว และได้หลักฐานเอกสารจากนายโหนก จงสอน ที่ได้มีการบันทึกไว้ว่า อุโบสถหลังนี้ได้วิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ.2345 สมันต้นกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 จนถึงปัจจุบันมีอายุได้ประมาณ 235 ปี
จึงทำให้อุโบสถเกิดการชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก เมื่อทางวัดได้ทำหนังสือไปยังกรมศิลปากรทราบเรื่อง ก็มีการระงับให้ทางวัดยุติการต่อเติมหรือซ่อมแซมใดๆกับอุโบสถหลังนี้ ซึ่งทางวัดก็รอมาโดยตลอด แต่ระยะเวลาผ่านไปกว่า 2 ปีแล้ว ก็ยังไม่มีความชัดเจนของกรมศิลปากร โดยทางวัดเป็นห่วงว่าอาจจะไม่ทันที่อุโบสถจะยุบพังลงมาทั้งหลัง จึงอยากให้ทางกรมศิลปากรเร่งมาตรวจสอบและขึ้นเป็นโบราณสถาน และทำการบูรณะอย่างเร่งด่วน หรือหากไม่มีการดำเนินการ การใดๆ ทางวัดก็คงไม่อาจรอได้อีก ก็จะมีการปรึกษาและเตรียมรวบรวมทุน เพื่อจะได้ทำการบูรณะเอง ซึ่งต้องใช้ทุนสูงกว่า 5 ล้านบาท

อุโบสถวัดกงลาดทรุดหนัก

อุโบสถ235ปีทรุดหนัก

อุโบสถวัดกงลาด อายุ 235 ปีทรุดหนัก


