คสช. เผยยังไม่ชัด รธน.ชั่วคราวเข้าที่ประชุม 15 ก.ค.

คสช. เผยยังไม่ชัด รธน.ชั่วคราวเข้าที่ประชุม 15 ก.ค. ยันข้าราชการทุกกระทรวงได้รับเงินบำนาญเท่ากัน หลังมีการแก้ไข ด้าน ประยุทธ์ ส่งคำขวัญ “พัฒนาคนสู่อนาคต ละลดเป็นทาสสุรา” วันงดดื่มสุราชาติ

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (12 ก.ค. 57) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้คำขวัญในวันงดดื่มสุราชาติปีนี้ ซึ่งตรงกับวันเข้าพรรษาของทุกปี ว่า “พัฒนาคนสู่อนาคต ละลดเป็นทาสสุรา”

วินธัย สุวารี, คสช, รัฐธรรมนูญปกครองชั่วคราว, วันงดดื่มสุราแห่งชาติ

ขณะที่ทีมโฆษก คสช. นำโดย พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า ธรรมนูญปกครองชั่วคราว จะถูกนำเข้าสู่การพิจารณาในการประชุม คสช.วันที่ 15ก.ค.นี้ ว่า ยังไม่ทราบว่าจะมีการนำเรื่องจริงหรือไม่ ส่วนหัวหน้า คสช.จะเป็นผู้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ด้วยตัวเองหรือไม่นั้น ยังไม่มีการพูดถึงเรื่อง ซึ่งคงต้องรอ

พร้อมกันนี้ พ.อ.วินธัย ยังได้กล่าวถึงการประกาศแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ พ.ศ. 2552 ฉบับที่ 13 ซึ่งยังมีข้อสงสัยว่าเป็นการให้เฉพาะข้าราชการกระทรวงกลาโหมหรือไม่นั้น ว่า ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ไม่ได้ให้เฉพาะข้าราชการกระทรวงกลาโหม แต่ยังรวมไปถึงข้าราชการที่ได้รับเงินบำนาญต่ำกว่าเดือนละ 9,000บาท ให้ได้รับเท่ากัน

MThai News

ฮือฮา! สารวัตรตม. ถ่ายติดวิญญานเจ้าแม่ตะเคียน

สารวัตรตม. ถ่ายติดภาพติดวิญญานเจ้าแม่ตะเคียน ยันไม่ได้ตัดต่อภาพเหตุถ่ายเองกับมือ

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ได้เกิดเรื่องสุดฮือฮาขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนายหนึ่งอ้างว่าสามารถถ่ายรูปติดวิญญานเจ้าแม่ตะเคียนทองได้ที่วัดไร่อ้อย ต.ไร่อ้อย อ.พิชัย ในจ.อุตรดิตถ์ หลังเดินทางเข้าไปสักการะยังวัดดังกล่าว ทราบชื่อเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวต่อมา คือ พ.ต.ต.จีรศักดิ์ ไล้ทองคำ สารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งประจำอยู่ที่ชายแดนไทย-สปป.ลาว ด้าน อ.เชียงแสน

ภาพติดวิญญาน, เจ้าแม่ตะเคียน, ข่าวจังหวัดอุตรดิตถ์ภาพจากข่าวสด

โดยพ.ต.ต.จีรศักดิ์ เผยว่า ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอสังเกตดีๆ ก็พบว่าที่ด้านซ้ายของภาพมีเงาเกิดขึ้นบนต้นตะเคียน ภาพลักษณะคล้ายคนครึ่งร่าง มีที่ส่วนของศีรษะและหัวไหล่ รวมทั้งส่วนลำตัวโผล่ขึ้นมาจากต้นตะเคียนอย่างชัดเจน ตนจึงเชื่อว่าเป็นเจ้าแม่ตะเคียนมาแสดงอิทธิฤิทธิ์ให้เห็นแน่นอน ทั้งนี้ตนยืนยันว่า ไม่มีการตัดต่อภาพใดๆ ทั้งสิ้นเพราะตนถ่ายภาพเองกับมือ และเพิ่งถอดจากซิมการ์ดของโทรศัพท์ไปให้ร้านอัด จึงไม่มีใครนำไปดัดแปลงได้

MThai News

ต่างกรรม ต่างวาระ ฆ่าแล้วข่มขืน VS. ข่มขืนแล้วฆ่า

ฆ่าข่มขืน ข่มขืนแล้วฆ่า มีความแตกต่างกันในรูปคดี และบทลงโทษ เพราะหากข่มขืนแล้วฆ่าต้องระวางโทษถึงขั้นประหารชีวิต ขณะที่ฆ่าแล้วข่มขืนจะมีโทษเข้าข่ายทำให้เสียทรัพย์เท่านั้น

นับว่าเป็นการปลุกกระแสสังคม กระตุ้นจิตสำนึกของประชาชนให้ตื่นกลัวกับคดีการล่วงละเมิดทางเพศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป หลังเกิดเหตุสุดสะเทือนขวัญคดีพนักงานการรถไฟข่มขืนฆ่าด.ญ.วัย 13 ปี ระหว่างเดินทางเข้ากทม. ก่อนจะนำศพโยนทิ้งข้างทางอย่างโหดเหี้ยม จนทำให้มีหลายภาคส่วน ออกมาเรียกร้องให้ผู้ต้องหาในคดีข่มขืน ต้องได้รับโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต

ข่มขืน, ข่าวข่มขืน, ข่มขืนแล้วฆ่า, ฆ่าแล้วข่มขืนภาพจาก LawDD.Net

การข่มขืน มีความหมายคือ เป็นการทำร้ายร่างกายทางเพศ ซึ่งปกติเกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์ หรือการล่วงล้ำทางเพศแบบอื่นต่อบุคคลโดยปราศจากความยินยอมของบุคคลเหล่านั้น การกระทำดังกล่าวอาจโดยใช้กำลังทางกาย การบีบบังคับ การละเมิดอำนาจหรือต่อบุคคลที่ไม่สามารถให้ความยินยอมสมบูรณ์ได้ เช่นบุคคลหมดสติ บางครั้งใช้คำว่า “การทำร้ายร่างกายทางเพศ” แทนการข่มขืนได้

ซึ่งถ้าหากเกิดเหตุข่มขืนแล้ว เหยื่อเสียชีวิตผู้คนมักจะได้ยินคำว่า ฆ่าแล้วข่มขืนกับการข่มขืนก่อนแล้วค่อยฆ่าบ่อยครั้ง จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า 2คำนี้มีความหมายเช่นไร และมีบทลงโทษทางกฎหมายแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ซึ่งการนำเสนอครั้งนี้เป็นการให้ความรู้เบื้องต้นด้านกฎหมายเรื่องการฆ่าแล้วข่มขืนกับการข่มขืนและฆ่าเพื่อให้บุคคลทั่วไปเข้าใจง่าย ไม่ได้ครอบคลุมถึงเรื่องทั้งหมด เพราะต้องมีอีกหลายมาตราที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นหากเหยื่อถูกข่มขืนแต่ไม่เสียชีวิตก็จะมีบทลงโทษอีกแบบหนึ่ง ขณะที่เหยื่อถูกกระทำอนาจารก็มีบทลงโทษอีกแบบหนึ่ง

การข่มขืนแล้วฆ่า มีความหมายคือการข่มขืนตอนที่เหยื่อยังมีชีวิตอยู่ในขณะที่ได้ทำการข่มขืน พอกระทำการข่มขืนเสร็จแล้วจึงจะทำการฆ่าเหยื่อ ขณะที่การฆ่าแล้วข่มขืน คือการที่เหยื่อผู้ถูกกระทำได้ชีวิตไปแล้ว จึงได้มีการกระทำทางเพศทีหลัง

ส่วนจะทราบได้อย่างไรนั้นว่าเหยื่อถูกกระทำการใดก่อนหลัง ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการทางการเเพทย์ ที่เข้าตรวจพิศูจน์ โดยการข่มขืนก่อนฆ่าอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายยังมีโลหิตไปหล่อเลี้ยงอยู่ สามารถพิสูจน์อวัยวะเพศได้ แต่หากฆ่าก่อนข่มขืนอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่มีโลหิตไปหล่อเลี้ยงเเล้ว ทางการเเพทย์สามารถบอกได้ว่ามีการตายก่อนหรือหลังข่มขืน

สำหรับในข้อกฎหมาย การข่มขืนแล้วฆ่า จะต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือไม่ก็ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เพราะมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแล้วอย่างน้อย 2 ฐานความผิด คือข่มขืน 1 ฐานความผิด และการฆ่าคนตายอีก 1 ฐานความผิด

โดยมาตรา 289 ระบุว่า ผู้ใด (7) ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ ต้องระวางโทษประหารชีวิต

ขณะที่มาตรา 91 เมื่อปรากฏว่าผู้ใดได้กระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ศาลลงโทษผู้นั้นทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป แต่ไม่ว่าจะมี การเพิ่มโทษ ลดโทษ หรือลดมาตราส่วนโทษด้วยหรือไม่ก็ตาม เมื่อรวมโทษ ทุกกระทงแล้ว โทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกินกำหนดดังต่อไปนี้

(1) สิบปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุก อย่างสูงไม่เกินสามปี

(2) ยี่สิบปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุก อย่างสูงเกินสามปีแต่ไม่เกินสิบปี

(3) ห้าสิบปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุก อย่างสูงเกินสิบปีขึ้นไป เว้นแต่กรณีที่ศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิต[มาตรา 91 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526]

ฆ่าแล้วข่มขืน เจตนาคือฆ่าให้ตายก่อน แล้วลงมือข่มขืน ในทางกฎหมาย เมื่อบุคคลได้ตายลงไปแล้ว ถือว่าได้สิ้นสภาพแห่งบุคคลตาม ประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 15 สภาพบุคคลย่อมเริ่มแต่เมื่อคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารกและ “สิ้นสุดลงเมื่อตาย” ฉะนั้นเมื่อสิ้นสภาพบุคคลก็จะกลายเป็นศพ การข่มขืนศพจึงมิใช่การข่มขืนบุคคลทั่วไปตามกฎหมาย แต่เป็นการข่มขืนศพ เข้าข่ายทำให้เสียทรัพย์เท่านั้น

MThai News