จลาจลในบราซิลหลังแพ้เยอรมัน เผาบัส ปล้นร้านค้า

เกิดเหตุจลาจลในบราซิล หลังเกมพ่าย เยอรมัน มากสุดในประวัติศาสตร์ 1-7 โดยมีการเผารถบัส ปล้นเครื่องไฟฟ้าทั่วเมืองเซาเปาโล และหาดโคปาคาบาน่า แถมปะทะกับตำรวจ จนตำรวจโดยรุมยำสลบคาที่ไป 1 ราย

โฟลญ่า เดอ เซา เปาโล หนังสือพิมพ์ดังของบราซิล รายงานว่า มีรถบัสราว 20 คัน ถูกวางเพลิงที่อู่รถใหญ่ของเมือง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้น หลังจบเกมฟุตบอลโลก 2014 รอบรองชนะเลิศ ที่บราซิล พ่ายต่อ เยอรมัน ไปแบบยับเยิน 1-7 เมื่อมีเหตุผู้ร้ายลอบวางเพลิงรถโดยสารประจำทางหลายคันจนเกิดเปลวไฟขนาดใหญ่ ขึ้นในเมืองเซา เปาโล รวมไปถึงมีการบุกปล้นร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกด้วยทางแถบทิศตะวันออกของ เมือง

จลาจลในบราซิล หลังแพ้เยอรมัน

จลาจลในบราซิล หลังแพ้เยอรมัน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใน เซา เปาโล ยังได้ปะทะกับกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนมาก ซึ่งในรายงานไม่ได้ระบุว่า เป็นแฟนบอลที่รับกับผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นไม่ได้ หรือเป็นกลุ่มผู้ประท้วงการจัดฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้อยู่แล้ว แต่ในเหตุการณ์นี้ การปะทะกันตำรวจนายหนึ่ง โดยรุมยำจนนอนสลบคาที่ จนเพื่อนตำรวจต้องเข้ามาลากตัวออกไปในสภาพที่ไม่รู้สึกตัว และยังไม่มีรายงานว่า อาการของตำรวจนายนั้นเป็นอย่างไร

ขณะเดียวกัน ยังมีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นที่แฟนโซนตรงชายหาดโคปาคาบาน่า ใน ริโอ เดอ จาเนโร อีกด้วย หลังมีแก๊งปล้นก่อโจรกรรมขึ้น จึงทำให้แฟนบอลกว่า 100 คนแตกตื่น และเร่งหนีออกจากพื้นที่ดังกล่าวทันที

3BBE3FBBF86F4217960DB29CAC49E55F

คสช. สั่ง เงินประมูลกสทช. ต้องเข้าคลังแผ่นดิน

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ออกประกาศ ฉบับที่ 80/2557 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และ กำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

เพื่อให้การกำกับดูแลการประกอบการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม การบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ และการบริหารเงินที่ได้จากการประมูลคลื่นความถี่เพื่อกิจการกระจายเสียงและ กิจการโทรทัศน์ เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์ต่อรัฐอย่างสูงสุด คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีประกาศดังต่อไปนี้

กสทช.

กสทช.

ข้อ 1 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา 42 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา 42 ให้ กสทช. มีอำนาจกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามมาตรา 41 โดยแยกเป็นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งต้องชำระเมื่อได้รับใบอนุญาตและต้องชำระเป็นรายปีในอัตราที่เหมาะสมกับ

ประเภทของใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์ เว้นแต่ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการทางธุรกิจ ให้ถือว่าเงินที่ได้จากการประมูลตามมาตรา 41 วรรค 6 เป็นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ซึ่งต้องชำระเมื่อได้รับใบอนุญาต และเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วให้นำส่งเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน
ข้อ 2 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น(6)ของมาตรา 42 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 “(6)ส่งเสริมและสนับสนุนด้านงบประมาณให้กระทรวงการคลังสามารถยืมเงินกองทุน เพื่อนำไปใช้ในกิจการของรัฐอันเป็นประโยชน์สาธารณะ”

ข้อ 3 ให้ยกเลิก(2)ของมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553

ข้อ 4 ให้ยกเลิกความในมาตรา 54 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 “มาตรา 54 ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วย
(1)ประธาน กสทช. เป็นประธานกรรมการ
(2)ปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี ปลักกระทรวงกลาโหม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนกงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง และผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
(3)ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 คน ซึ่งกรรมการตาม(1)และ(2)เป็นผู้คัดเลือก
ให้เลขาธิการ กสทช. เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ เลขาธิการ กสทช. แต่งตั้งพนักงานของสำนักงานของ กสทช.เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
กรรมการ ตามวรรคหนึ่ง(3)ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามวรรค7ข.(1)(2)(3)(4)(5)(6)(7)(8) (9)(10)และ(11)และมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วาระมิได้ ให้นำมาตรา 23 มาใช้บังคับการประชุมของคณะกรรมการการบริหารกองทุนโดยอนุโลม

ข้อ 5 เงินที่ได้จากการประมูลตามมาตรา 41 วรรค 6 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ หากยังมิได้นำส่งเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 9 ก.ค. 2557
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ปล่อยตัวบก.ฟ้าเดียวกัน หลังถูกจับครั้งที่2

กองปราบปราม ปล่อยตัว บก.ฟ้าเดียวกัน แล้ว หลังถูกจับครั้งที่ 2 ถูกปรับทัศนคติ และรับปากว่า จะไม่ทำผิดเงื่อนไขอีก

พ.ท.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ พล.ม.2 รอ. ทำหนังสือถึง พ.ต.ท.พงษ์ไสว แช่มลำเจียก พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ได้พิจารณาปล่อยตัว นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการนิตยสารฟ้าเดียวกัน

นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการนิตยสารฟ้าเดียวกัน

นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการนิตยสารฟ้าเดียวกัน

หลังจากถูกควบคุมตัวฐานกระทำผิดเงื่อนไข เนื่องจาก นายธนาพล ยังเคลื่อนไหวทางการเมือง หลังจากได้รับการปล่อยตัวไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี นายธนาพล ได้รับปากแล้วว่าจะไม่กระทำผิดเงื่อนไขอีก รวมทั้งเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำ เพื่อปรับทัศนคติแล้ว จึงพิจารณาปล่อยตัว ก่อนที่จะกักตัวจนครบกำหนด 7 วัน ซึ่งสามารถกักตัวได้ถึงวันที่ 11 กรกฎาคม นี้