โอ๊ค ซัด พนิช หลังโบ้ย ฮุนเซน-ทักษิณ ทำติดขัดช่วย วีระ

โอ๊ค ซัด พนิช หลังกล่าวหาสัมพันธ์ ฮุนเซน-ทักษิณ ทำติดขัดช่วยวีระ สมความคิด จวกยับ เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น แก้ตัวแทน “มาร์ค”

วันนี้ (8 ก.ค. 57) นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีที่นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ระบุว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ มีความจริงใจในการช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด ไม่ให้ติดคุกเขมร แต่ติดตรงความสัมพันธ์ของ ฮุนเซน-ทักษิณ จึงให้การช่วยเหลือไม่ประสบผลสำเร็จ

โอ๊ค พานทองแท้, ข่าวโอ๊ค, ข่าววีระ, ข่าววันนี้

ภายหลังนายวีระ สมความคิด เปิดใจตัดพ้อรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ทำหน้าที่จริงจังในการช่วยเหลือให้ออกจากเรือนจำเปรยซอร์ ประเทศกัมพูชา แต่ปล่อยให้ถูกจับตัวไปดำเนินคดี ว่า

ขณะที่ คสช.เดินหน้าปรองดองและปฏิรูปการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ก็เดินหน้าใส่ร้ายป้ายสีทางการเมือง อยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงครับ ครั้งนี้ก็เป็นสูตรสำเร็จเช่นเดิม เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น แก้ตัวแทน”มาร์ค” อ้างว่ามีความจริงใจช่วยเหลือวีระ แต่ติดขัดเพราะทักษิณฯ(อีกแล้ว..!!)

เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับคุณพ่อผม(วะ)ครับ ลองเปิดดูคลิปทบทวนถึงคำพูดที่คนผู้นี้โทรกำชับผู้ใกล้ชิดว่า กำลังเดินสำรวจพื้นที่พิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้เก็บเป็นความลับห้ามบอกใครเพราะมี “นายกฯมาร์ค”รู้คนเดียว ตามลิ๊งค์นี้ครับ…

http://youtu.be/5YTbiVA16Ss

หลักฐานแสดงให้เห็นชัดๆว่า คนที่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้ คือนายพนิชฯและนายอภิสิทธิ์ฯ พูดง่ายๆก็คือ คนที่มีส่วนในการ “พาคนไปติดคุก” คือ2คนนี้ ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกฯไทยเสียด้วย ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับคุณพ่อผม แม้แต่นิดเดียวครับ

แทนที่จะมาโพสต์เฟสบุ๊คโยนความผิดให้กับคนอื่น 2คนนี่ควรจะชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชนทราบดีกว่ามั๊ยครับว่านายอภิสิทธิ์ฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ตามคลิปที่นายพนิชฯพูดอย่างไร?ที่ว่าจริงใจช่วยเหลือเขาน่ะ ได้ช่วยเหลือเขาเป็นรูปธรรมอย่างไรบ้าง?ทั้ง2คนได้แสดงความรับผิดชอบ ต่อกรณี”พาคนไปติดคุก” ครั้งนี้อย่างไรบ้าง?

เอาง่ายๆแค่ ตลอด2ปี6เดือน ที่นายวีระฯติดคุกเขมรอยู่นั้น เห็นว่าภรรยาของนายวีระ ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ยังต้องไปเยี่ยมสามีเป็นร้อยๆครั้ง 2คนนี้ตอบได้ไหมว่าตัวเอง ได้แสดงน้ำใจด้วยการไปเยี่ยมเขาสักกี่ครั้ง

ไม่รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองกระทำ โยนความผิดให้กับคนอื่น แถมยังไม่มีน้ำใจให้ผู้ที่ต้องเดือดร้อนเพราะตัวเองอีกเราควรเรียกคนประเภทนี้ว่าอะไรดีครับ..??

MThai news

คนดัง-ชาวเน็ต ยกเคสน้องแก้ม เรียกร้องเพิ่มโทษคดีข่มขืนให้ประหารชีวิต !

วันนี้(8 ก.ค.) จากกรณีการเสียชีวิตของน้องแก้ม ด.ญ.วัย 13 ปี ที่ถูกนายวันชัย แสงขาว อายุ 22 ปี พนักงานปูเตียงรถไฟตู้นอน สารภาพว่าได้ข่มขืนน้องแก้ม และโยนร่างของน้องแก้มลงจากขบวนรถไฟ เจ้าหน้าที่พบศพและนำคนร้ายไปทำแผนรับสารภาพ

ล่าสุดจ่าพิชิต ขจัดพาลชน แอดมินเพจดัง Drama Addict ได้ตั้งแคมเปญรณรงค์ผ่าน change.org โดยตั้งหัวข้อว่า เพิ่มโทษกฏหมายลงโทษผู้กระทำผิดในข้อหากระทำชำเราให้รุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งได้ระบุภายในการรณรงค์นี้ว่า โทษการกระทำผิดฐานกระทำชำเราในทุกวันนี้มันเบาบางมากระหว่างอยู่ในคุกถ้ามีความประพฤติดีหรือมีการลดหย่อนโทษให้ผ่านไปแค่สามสี่ปีผู้ต้องขังก็จะได้ออกมาลอยนวลนอกคุกอีกครั้ง

รณรงค์เพิ่มโทษคดีข่มขืนให้รุนแรงขึ้น

รณรงค์เพิ่มโทษคดีข่มขืนให้รุนแรงขึ้น

ผู้ต้องหาหลายๆรายหลังออกจากคุกยังไม่สำนึกผิด ก่อเหตุกระทำชำเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางรายยิ่งก่อเหตุรุนแรงมากขึ้น จากข่มขืน กลายเป็นฆ่าข่มขืนหรือข่มขืนผู้เยาว์ เมื่อเทียบกับชีวิตของเหยื่อผู้เสียหาย ที่บางคนต้องติดเชื้อจากการข่มขืนบางคนได้รับบาดแผลทางจิตใจจนยากที่จะกลับมาใช้ชีวิตดังเดิม การข่มขืนไม่ใช่แค่การล่วงละเมิดทางเพศ แต่มันคือการทำลายชีวิตของเหยื่อผู้เสียหาย ไม่ต่างไปจากการฆาตกรรมหรือประทุษร้ายถึงแก่ชีวิต แต่โทษของการข่มขืนในปัจจุบัน คือการจำคุกเพียง 4 ถึง 20 ปี เท่านั้น เหตุใดเราจึงไม่ควรเพิ่มโทษของการข่มขืนให้อย่างน้อยเท่าเทียมกับการฆาตกรรม หรือจนถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิตล่ะถ้าการจำคุกมันไม่สามารถทำให้ผู้กระทำผิดกลับตัวกลับใจได้

ทั้งนี้ใครสนใจอยากร่วมลงชื่อสนับสนุนแคมเปญดังกล่าวสามารถเข้าไปร่วมลงชื่อได้ที่ change.org โดยการรณรงค์ดังกล่าวตั้งเป้าไว้ที่ 50,000 รายชื่อ นอกจากนี้ยังมีเหล่าคนดังในวงการบันเทิงร่วมโพสต์รูปหนุนให้เพิ่มโทษคดีข่มขืนด้วยเช่นเดียวกัน

ร่วมโหวต คุณคิดว่า คดีฆ่าข่มขืนให้ ประหารชีวิต เห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย

คนดังร่วมหนุนโทษข่มขืนคดีประหาร

คนดังร่วมหนุนโทษข่มขืนคดีประหาร

นายวันชัย แสงขาว ผู้ต้องหาข่มขืนและฆ่าน้องแก้ม

นายวันชัย แสงขาว ผู้ต้องหาข่มขืนและฆ่าน้องแก้ม

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

549765-01

พบแล้ว! ศพน้องแก้มด.ญ.13ปี พนง.รถไฟข่มขืนโยนทิ้งข้างทาง

ชาวเน็ตชื่นชม ผู้ชายถือป้าย “อยากให้คดีข่มขืนถูกประหาร”

ผู้ชายถือป้าย “อยากให้คดีข่มขืนถูกประหาร”

32

ดาบสองคม โทษประหาร!! เหมาะสมหรือไม่กับคนร้าย “ฆ่าข่มขืน”

นักโทษคดีข่มขืนประหารชีวิต

ย้อนรอย ‘พันธุ์-เดชา’ นักโทษข่มขืน2รายสุดท้ายที่ถูกประหารชีวิต

ธีระชัย ค้านสร้างเตาเผาขยะพิษ 4ภาค1.2 หมื่นล.

ธีระชัย ค้าน กระทรวงอุตสหากรรม ของบ 1.2 หมื่นล้านบาท สร้างเตาเผากากอุตสาหกรรม 4 ภาค 

หลังจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)เตรียมเสนอของบประมาณปี 2558 ศึกษาและจัดสร้างเตาเผาขยะอุตสาหกรรมอันตราย 4 แห่ง ใน 4 ภาค ที่คาดว่าจะใช้งบสร้างแห่งละ 3,000 ล้านบาท รวม 12,000 ล้านบาทข่าวล่าสุด วันนี้(8 ก.ค.) นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ค Thirachai Phuvanatnaranubala โดยระบุว่า

32

วันนี้มีข่าว นสพ. หลายฉบับ กรมโรงงานอุตสาหกรรมจะเสนอ ของบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท สร้างเตาเผาขยะอุตสาหกรรม 4 ภาคข่าวดังกล่าวระบุการประเมินเบื้องต้นว่า ปัจจุบันมีโรงงานที่กำจัดขยะแบบไม่ถูกต้องกว่า 35,000 โรง มีปัญหาการปล่อยสารพิษสู่ชุมขน มีการทิ้งเศษขยะในชุมชน

การตื่นตัวเพื่อแก้ปัญหานี้เป็นเรื่องที่ดี และในประเทศอื่นๆ การกำจัดขยะเป็นธุรกิจใหญ่ ที่มีเอกชนตั้งโรงคัดแยกและเผาทำลาย ดำเนินการกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

แต่หากใช้เงินภาษีของราษฎร ไปสร้างโรงเผาขยะ ก็เท่ากับรัฐเข้าไปทำธุรกิจนี้เสียเอง เท่ากับรัฐบาลแข่งขันกับประชาชน ที่จะน่ากังวลมากกว่า ก็คือการดำเนินการดังกล่าว อาจจะมีปัญหารั่วไหลทุจริตหรือไม่

การบริหารจัดการน้ำเสีย เป็นโครงการที่ใช้เนื้อที่มาก และเก็บค่าบริการเฉพาะแบบรายตัวได้ยาก ในบางจุด จึงเหมาะที่รัฐจะดำเนินการเอง แต่การจัดการขยะอุตสาหกรรมนั้น ประเทศส่วนใหญ่เอกชนทำได้

จึงควรพิจารณาทางเลือกให้เอกชนทำงานนี้ เปรียบเทียบกับรัฐทำเอง วิธีกระตุ้นให้เอกชนลงทุน ก็คือรัฐกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับงานนี้ และให้เอกชนรายใดที่สนใจ ยื่นขออนุญาตโดยไม่จำกัดจำนวน

พร้อมกันนี้ รัฐควรบังคับให้ทุกโรงงาน ต้องจ้างบริษัทเชี่ยวชาญที่ได้รับอนุญาต ให้ทำการประเมินปริมาณขยะอุตสาหกรรมแต่ละโรงงาน แล้วกำหนดให้ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมกำจัดขยะต่อตัน ให้สูงกว่าอัตราตลาดสองเท่า

โรงงานที่ยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม คือโรงงานที่ใช้บริการของโรงกำจัดขยะที่รัฐอนุญาต เต็มจำนวนตามที่บริษัทเชี่ยวขาญประเมินเท่านั้น

วิธีนี้ จะไม่ต้องใช้เงินงบประมาณ ไม่ต้องใช้เงินภาษีประชาขน ไม่ต้องกังวลเรื่องผลประโยขน์รั่วไหล ไม่ต้องกังวลเรื่องคอร์รัปชั่น และไม่เป็นการที่รัฐแย่งทำธุรกิจแข่งกับเอกชน และไม่จำเป็นต้องไปสร้างรัฐวิสาหกิจเพิ่มขึ้นเพื่อการนี้ ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาแก้ยากสืบไปในวันข้างหน้า

MThai News