สุดแหวะ!! รับน้องพิเรนทร์ป้อนฟักทองแปรงขัดส้วม

ชาวเน็ตวิจารณ์ มหาลัยดังรับน้องพิเรนทร์ป้อนฟักทองด้วยแปรงขัดส้วม

วันนี้ (31ก.ค.)  กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ชาวสังคมออนไลน์ หลังจากมีผู้โพสต์ภาพกิจกรรมรับน้องของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งลงในอินสตาแกรม โดยภาพเป็นหญิงสาววัยรุ่นที่กำลังถูกรับน้องโดยการให้กินฟักทองบดที่อยู่บนแปรงขัดส้วม ซึ่งดูแล้วมีลักษณะคล้ายอุจจระ

9

หลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปชาวเน็ตส่วนใหญ่มองว่ากิจกรรมรับน้องเช่นนี้ถึงแม้จะไม่รุนแรงแต่ก็ดูจะเป็นกิจกรรมที่ไม่สร้างสรรค์ ดูแล้วไม่เห็นจะเกิดประโยชน์ต่อหน้าที่การงานในอนาคต แม้สิ่งที่หญิงในภาพกำลังกินอยู่จะเป็นฟักทองแต่อุปกรณ์ที่ใช้ในการป้อนก็เป็นแปรงขัดส้วม อยากให้ผู้จัดกิจกรรมคิดถึงความรู้สึกของน้องที่อยู่ในภาพบ้าง

MThai News 

นักบินผู้ทิ้งปรมาณูใส่ ฮิโรชิมา คนสุดท้ายลาโลกแล้ว

ธีโอดอร์ ดัตช์ แวน เคิร์ก อดีตนักบินของกองทัพสหรัฐฯ ที่เข้าร่วมภารกิจบอมบ์ฮิโรชิมาช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 93ปี

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า นายธีโอดอร์ ดัตช์ แวน เคิร์ก อดีตนักบินของกองทัพสหรัฐฯ วัย 93 ปี ได้เสียชีวิตลงแล้วที่บ้านพักในรัฐจอร์เจีย โดยแวน เคิร์ก เป็น 1 ในนักบินที่ร่วมปฏิบัติการนำระเบิดปรมาณู “ลิตเติลบอย” ไปทิ้งที่เมืองฮิโรชิมาของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ปี 1945 และเป็นลูกเรือบนเครื่องบิน”อีโนลา เกย์”ที่ได้อำลาโลกเป็นคนสุดท้าย

ระเบิดฮิโรชิมา, ธีโอดอร์ ดัตช์ แวน เคิร์ก, ระเบิดลิตเติลบอย, ฮิโรชิมา, ข่าววันนี้

ซึ่งเมื่อครั้งยังมีชีวิตเขาได้ให้สัมภาษณ์ถึงภารกิจดังกล่าวว่า เขารู้ว่าระเบิดจะทำให้ผู้คนในฮิโรชิมา และนางาซากิล้มตายเป็นเบือ แต่แท้ที่จริงแล้วมันช่วยรักษาชีวิตชาวญี่ปุ่นจำนวนมากไว้ เพราะไม่เช่นนั้นญี่ปุ่นอาจถูกทำลายย่อยยับยิ่งกว่านี้ ขณะเดียวกันหลังจากที่ได้เห็นอานุภาพของระเบิดปรมาณูครั้งแรก เขาก็ไม่ต้องการให้อาวุธมหาประลัยชนิดนี้ถูกนำไปใช้ที่ใดอีกสำหรับพิธีศพของ แวน เคิร์ก จะจัดขึ้นที่บ้านของเขาในเมืองนอร์ธัมเบอร์แลนด์ รัฐจอร์เจีย ในวันที่ 5 สิงหาคมนี้

MThai news

ระเบิดฮิโรชิมา, ธีโอดอร์ ดัตช์ แวน เคิร์ก, ระเบิดลิตเติลบอย, ฮิโรชิมา, ข่าววันนี้

เผยรายละเอียด แผนโครงสร้างพื้นฐาน คสช.พร้อมลุยมีอะไรบ้าง?

คสช. เห็นชอบยุทธศาสตร์ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ปีงบประมาณ 58-65 รวม 4 ด้าน 5 แผนงาน เริ่มก่อสร้างปี 59

นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์  ปลัดกระทรวงคมนาคม เผยหลังเข้าร่วมประชุมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า คสช. ได้เห็นชอบโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของไทย พร้อมให้จัดสรรแหล่งที่มาของเงินลงทุนในระยะยาวเร่งด่วนภายใน 30 วันโดยมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันของสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลังเเละกระทรวงคมนาคม นำโดย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.รองหัวหน้า คสช. และหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจเป็นประธานในการพิจารณารายละเอียดทั้งหมด

5

โดยยุทธศาสตร์ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปีงบประมาณ 58-65 รวม 4ด้าน 5แผนงาน มีดังนี้

ยุทธศาสตร์4 ด้าน มี

1.การสร้างรากฐานความมั่นคงทางสังคม

2.การสร้างมาตรฐานความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

3.การสร้างโอกาสสำหรับการใช้ประโยชน์สูงสุดจากการเป็นประชาคมอาเซียน

4.เสริมสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยในการเดินทางและการขนส่ง

5 แผนงาน มีดังนี้

แผนงานที่ 1. การพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง 

7

ขยายรถไฟทางคู่เดิม 6 เส้นทาง วงเงิน 127,472 ล้านบาท และรถไฟทางคู่แบบขนาดทางมาตรฐาน ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (ไฮสปีดเทรนเดิม) 2 เส้นทาง วงเงิน 741,460 ล้านบาท  และโครงข่ายถนนสายหลักเชื่อมเมืองหลัก กทม.และปริมณฑล ซึ่งรถไฟทางคู่รางมาตรฐาน หรือรางขนาด 1.435 เมตร วิ่งด้วยความเร็ว 160 กม.ต่อ ชม. ที่ประชุมเห็นชอบที่ 2 เส้นทางคือ

สายหนองคาย-โคราช-สระบุรี-แหลมฉบัง-มาบตาพุด ระยะทาง 737 กม. วงเงิน 392,570 ล้านบาท และสายเชียงของ-เด่นชัย-บ้านภาชี ระยะทาง 655 กม. วงเงิน 348,890 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 2558-2564 จะใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร ใช้ความเร็ว 160 กม.ต่อ ชม.และขนสินค้า ใช้ความเร็ว 120 กม.ต่อ ชม. ตามแผนจะเชื่อมต่อกับประเทศจีนตอนใต้ ขั้นตอนในช่วงแรกจะมีการว่าจ้างศึกษาเพื่อปรับแบบและกำหนดแผนการก่อสร้างจากเดิมที่มีการศึกษาก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง   ทำให้ค่าก่อสร้างจากเดิม กม.ละ 500-600 ล้านบาท เหลือเพียง 350-400 ล้านบาท

ทำไมรถไฟทางคู่รางมาตรฐาน หรือรางขนาด 1.435 เมตร วิ่งด้วยความเร็ว 160 กม.ต่อ ชม. 

“ทางคู่แบบมาตรฐาน ก็คือรถไฟความเร็วสูงที่เราเข้าใจ เพียงแต่ปรับลดขนาดความเร็วจากเดิมมากกว่า 200 กม.ต่อชม. เหลือเพียง160 กม.ต่อชม. จึงไม่เรียกว่ารถไฟความเร็วสูง โดยในอนาคตจะเพิ่มความเร็วเปลี่ยนไปเป็นรถไฟความเร็วสูงได้จริง เพราะระบบรางรองรับได้ จึงถือว่าเป็นการลงทุน เพื่อลดภาระการลงทุนในอนาคต” 

โครงการรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน6 เส้นทาง887 กม .วงเงิน 127,472 ล้านบาท โครงการเร่งด่วน  ประกอบด้วย

1. ชุมทางจิระ-ขอนแก่น185กม.วงเงิน 16,007 ล้านบาท

2. ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร167 กม. วงเงิน 17,293 ล้านบาท

3. นครปฐม-หัวหิน165 กม.วงเงิน 20,038 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการช่วงปี 58-61ส่วน

4.มาบกะเบา-นครราชสีมา132 กม. วงเงิน29,855 ล้านบาท

5.ลพบุรี-ปากน้ำโพ 148 กม. วงเงิน 24,842 ล้านบาท

6.หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ 90 กม. วงเงิน 9,437 ล้านบาท

ดำเนินการ ปี 59-63 ยังไม่รวมสายฉะเชิงเทรา –คลอง 19-แก่งคอยอยู่ในขั้นตอนเตรียมเปิดประกวดราคา รอให้คณะกรรมการคตร.ตรวจสอบรายละเอียดโครงการหากสามารถขยายทางคู่ได้ตามแผน จะทำให้ขบวนรถไฟที่ให้บริการวันละ 288 เที่ยวต่อวันเพิ่มเป็น 800 เที่ยวต่อวัน

จัดหาหัวรถจักรขบวนรถใหม่ และปรับเปลี่ยนระบบอาณัติสัญญาณ ไปใช้ระบบอัตโนมัติ กว่า 106 หัวจักร

แผนงานที่ 2. การพัฒนาโครงข่ายขนส่งสาธารณะเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

9

ขยายโครงการลดค่าครองชีพ รถเมล์ฟรี  รถไฟฟรี  ไปอีก6เดือนไปจนถึงเดือน ม.ค. 58 เเละ เพิ่ม รถเมล์ NGV 3,183 คัน

แผนดำเนินการรถไฟฟ้า ปี 57– 58 จะเร่งรัดประกวดราคา 

– สายสีเขียวช่วงสะพานใหม่-คูคต 7 กม.และหมอชิต-สะพานใหม่ 11.4 กม. 

– สายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี20 กม. อยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นโครงการ86.4 กม.ในความรับผิดชอบของ รฟม. 

– สายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี 36 กม.  เตรียมขออนุมัติโครงการ 

– สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-พัฒนาการ 30.4 กม.  เตรียมขออนุมัติโครงการ 

ส่วนอีก 3 เส้นทางในความรับผิดชอบของ ร.ฟ.ท.คือ

1. บางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน 25.5 กม.

2. ส่วนต่อขยายแอร์พอร์ตลิงค์พญาไท–ดอนเมือง21.8กม. ร.ฟ.ท.พร้อมประกวดราคาและ

3. ส่วนต่อขยายสายสีแดงช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 10.3 กม. เตรียมเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม

โครงการรถไฟฟ้า10เส้นทาง จะเร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 4 เส้นทาง8 9กม. โครงการเร่งด่วน คือ

– สายสีม่วงบางใหญ่-บางซื่อ23 กม.จะสร้างเสร็จปี 58

– สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ-บางแค27 กม. สร้างเสร็จปี 60

– สายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ 12.8 กม. สร้างเสร็จปี 60

– สายสีแดงบางซื่อ-รังสิต26 กม.จะพิจารณาปรับแบบคาดจะสร้างเสร็จปี 60

แผนงานที่ 3. การเพิ่มขีดความสามารถทางหลวงเพื่อเชื่อมโยงฐานการผลิตที่สำคัญของประเทศเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน 

m2

เน้นเชื่อมโยงโครงข่ายประตูการค้าระหว่างประเทศ การค้าชายแดน และระบบถนนที่เชื่อมโยงประตูการค้าของประเทศ เชื่อมโยงเมืองหลัก เชื่อมโยง กทม.และปริมณฑล ซึ่งจะพัฒนาทางหลวง 4 ช่องจราจรได้แก่

ทางหลวงหมายเลข 4 กระบี่-อ.ห้วยยอด

ทางหลวงหมายเลข 12 กาฬสินธุ์-อ.สมเด็จ ตอน 2

ทางหลวงหมายเลข 304 กบินทร์บุรี-อ.ปักธงชัย

ทางหลวงหมายเลข 314 อ.บางปะกง-อ.ฉะเชิงเทราตอน 2

ทางหลวงหมายเลข 3138อ.บ้านบึง-อ.บ้านค่ายตอน 3

และบูรณะทางหลวงสายหลัก ที่เชื่อมระหว่างภาคทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายพัทยา-มาบตาพุด ทางหลวงที่สนับสนุนการเกษตรและการท่องเที่ยวรวมทั้งพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าอีกด้วย

แผนงานที่ 4. การพัฒนาโครงข่ายการขนส่งทางน้ำ

1_3

พัฒนาท่าเรือชายฝั่ง ให้สามารถเชื่อมต่อไปสู่ ศูนย์ขนส่งสินค้าทางรถไฟ ถนนเชื่อมกับท่าเรือเเละท่าอากาศยานต่างๆได้

– ศึกษาเเละทบทวนท่าเรื่อน้ำลึก ปากบารา จ.สตูล

– พัฒนาท่าเรื่องเเหลมฉบัง เฟส3 ต่อไป

แผนงานที่ 5. การเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการขนส่งทางอากาศ

airForwarding

– พัฒนาการบริการเเละการขนส่งทางอากาศของ สนามบินสุวรรณภูมิ เฟส2

– พัฒนาการขนส่งทางอากาศของสนามบินภูมิภาค ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ เบตง เเละ เเม่สอด 

MThai News