สาวเมืองคอนโอด ใช้บริการไปรษณีย์ส่งไอโฟน เปิดซองดูกลับได้ก้อนหิน

สาวนครศรีธรรมราชเซ็ง พี่ส่งไอโฟนให้ทางไปรษณีย์  เปิดซองดูกลับได้ก้อนหิน ชาวเน็ตติงผู้ส่งห่อหุ้มพัสดุไม่รัดกุม

วานนี้(5ก.ค)สมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งได้โพสต์ภาพและข้อความต่อว่าไปรษณีย์ไทย หลังจากที่พี่สาวของเธอได้ส่งโทรศัพท์มือถือ ไอโฟน มาให้โดยใช้บริการไปรษณีย์ ซึ่งพัสดุถูกส่งจากที่ทำการไปรษณีย์แห่งหนึ่งย่านรังสิต ปลายทางอยู่ที่จ.นครศรีธรรมราช หลังจากที่เธอเปิดซองพัสดุออกดู ไม่พบโทรศัพท์มือถือแต่กลับพบก้อนหินอยู่ในซองพัสดุแทน ซึ่งล่าสุดเธอได้เข้าแจ้งความกับสถานีตำรวจภูธรฉวาง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช เรียบร้อยแล้ว

ส่งไอโฟนทางไปรษณีย์แต่ได้ก้อนหิน

ส่งไอโฟนทางไปรษณีย์แต่ได้ก้อนหิน

หลังจากที่เรื่องดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวสังคมออนไลน์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่าหากประเมิณจากมูลค่าสิ่งของที่นำมาส่งแล้ว การที่ผู้ส่งนำโทรศัพท์ราคาแพงมาส่งทางไปรษณีย์ แต่ใส่เพียงซองกันกระแทกเท่านั้น มันดูไม่สมเหตุสมผล ผู้ส่งควรใส่กล่องพัสดุที่ดูรัดกุมมากกว่านี้ จึงไม่น่าเชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นความจริง

หลังจากหญิงสาวผู้โพสต์ภาพถูกตำหนิจากชาวสังคมออนไลน์ เธอได้ออกมาชี้แจงผ่านทางเฟซบุ๊คว่าเธอยอมรับว่าพี่สาวเธอสะเพร่าที่ส่งของราคาแพงแต่ใส่เพียงซองกันกระแทก แต่หากนึกถึงหลักความจริง ที่พี่สาวเธอเลือกช่องทางการส่งของทางไปรษณีเพราะคิดว่าไว้วางใจได้และสิ่งของต้องถูกส่งถึงมือผู้รับแน่นอน เธอไม่คิดเลยว่่าจะได้รับก่อนหินแทนที่จะเป็นโทรศัพท์มือถือ

ขณะเดียวกันมีสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ได้แสดงความคิดเห็นว่า มีความเป็นไปได้ว่าผู้ส่งอาจจะนำพัสดุไปฝากร้านเอกชนที่รับส่งพัสดุ ซึ่งทางร้านเอกชนจะเป็นผู้นำเอาพัสดุมาส่งต่อให้ทางไปรษณีย์อีกต่อหนึ่ง เป็นไปได้ว่าอาจโดนแกะสิ่งของหรือถูกสับเปลี่ยนได้ การเช็คในเบื้องต้น สามารถตรวจสอบน้ำหนักของสิ่งของจากใบเสร็จ แล้วลองชั่งน้ำหนักสิ่งของที่ได้รับว่าตรงกันหรือไม่ หากลองปฎิบัติเช่นนี้ก็จะสามารถทราบได้ว่าสื่งของที่ต้นทางได้ส่งกับปลายทางที่รับเป็นของชิ้นเดียวกันหรือเป็นคนละชิ้น

อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุปว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้หญิงสาวผู้นี้ได้รับก้อนหินแทนที่จะเป็นโทรศัพท์มือถือที่พี่สาวส่งให้

ชาวเน็ตตำหนิห่อหุ้มพัสดุไม่รัดกุม

ชาวเน็ตตำหนิห่อหุ้มพัสดุไม่รัดกุม

ส่งไปรษณีย์พัสดุเสียหาย

ส่งไปรษณีย์พัสดุเสียหาย

ไปรษณีย์ไทย

ไปรษณีย์ไทย

Mthai News 

รวบ2 หนุ่มหื่น ควงปืนบุกข่มขืนสาว 17 อ้างเป็นทหาร คสช.

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ แถลงผลการจับกุม 2 ผู้ต้องหา อ้างเป็นทหารชุด คสช.บุกข่มขืนสาว17 ซ้ำยังทำร้ายชาวบ้านอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

วานนี้ (5 ก.ค.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทน ผบช.ภ.2 พร้อมตำรวจ สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แถลงข่าวผลการจับกุม นายสราวุธ หรือรุจ พาพล อายุ 23 ปี และนายประสิทธิ์ หรือบัง ตำลึงทอง อายุ 22 ปี ทั้งคู่ได้ก่อเหตุข่มขืน น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม เวลาประมาณ 22.30 น. ขณะที่ น.ส.บี กับเพื่อนอีก 4 คน ได้ไปสักยันต์ในบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง ขณะที่กำลังเลือกลายอยู่ ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนบุกเข้ามาในบ้านพร้อมอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก และได้พูดกล่าวอ้างว่าตนเป็นทหารของ คสช. ได้รับคำสั่งให้มาปฏิบัติหน้าที่ติดตามหานายเผือก ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ขโมยรถในพื้นที่พัทยา

บุกข่มขืนสาว17

บุกข่มขืนสาว17

ผู้ก่อเหตุได้เข้าไปถามเจ้าของบ้าน และหญิงผู้เสียหายว่ารู้จัก หรือเคยพบเห็นหรือไม่ ซึ่งเจ้าของบ้านได้บอกไปว่าไม่รู้จัก ทำให้นายรุจ กับนายบังโมโหจึงแสดงอำนาจขึ้นมา ด้วยการลากตัวเจ้าของบ้าน ออกไปนอกร้านพร้อมกับทำร้ายร่างกายด้วยการชกต่อย ท่ามกลางชาวบ้านที่ยืนดู และนายบังคอยถืออาวุธปืนข่มขู่ไม่ให้ใครเข้ามาช่วยเหลือ

หลังจากทำร้ายเจ้าของร้านเสร็จ นายรุจได้พูดขึ้นมาว่า ต้องการมีเพศสัมพันธ์ กับ น.ส.บี พร้อมกับใช้อาวุธปืนขู่บังคับให้เพื่อนอีก 4 คน ออกไปนอกร้าน และใช้ปืนบังคับให้ น.ส.บี เข้าไปในห้อง ขู่เข็นให้ถอดเสื้อผ้าออก และใช้กำลังข่มขืนจนสำเร็จความใคร่  จากนั้นนายบังยังบอกให้ น.ส.บี นอนอยู่ในห้อง แล้วออกไปเรียกนายรุจ ซึ่งนั่งยืนคุมเชิงอยู่นอกบ้าน เข้ามาข่มขืน น.ส.บีต่อ เมื่อทั้งคู่เสร็จภารกิจก็พากันขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนี แต่สุดท้ายหนีไม่รอดเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพว่าได้อ้างตัวเป็นทหารชุด คสช.จริง ซึ่งก่อนหน้านี้นายรุจ พึ่งปลดจากการเป็นทหารเกณฑ์ จากค่ายทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี และเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหา ร่วมกันพรากผู้เยาว์ ใช้อาวุธปืนข่มขู่ บังคับข่มขืนหญิงสาวอายุต่ำกว่า 18 ปี ร่วมกันพกพาอาวุธในที่สาธารณะ

Mthai News

จนท.ยังไม่พบร่าง ชายกระโดดสะพานพระราม9

เจ้าหน้าที่นำเรือออกหาร่างชายที่คาดว่าเป็น “ปาน พึ่งสุจริต” เผย ร่างน่าจะลอยไปไม่เกิน 2 กม. เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู และเจ้าหน้าที่กู้ภัยคลองลัดหลวง จังหวัดสมุทรปราการ นำเรือออกค้นหาร่างของชายที่กระโดดลงจากสะพานพระราม 9 เมื่อวานนี้ โดย นายชลอ เสือกระจ่าง เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยว่า การค้นหาในวันนี้ จะค้นหาในรัศมี 2 กิโลเมตร ตั้งแต่บริเวณสะพานพระราม 9 จนถึงหน้าวัดปริวาส เนื่องจากกระแสน้ำบริเวณนี้เป็นกระแสน้ำวน จึงเชื่อได้ว่าร่างของชายคนดังกล่าวน่าจะลอยไปไม่ไกลเกินนี้ 549194-02 ขณะที่พ.ต.ท.เอกพงษ์ พูลทอง รองผู้กำกับการฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจบางคอแหลม เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนสะพานพระราม 9 เบื้องต้นพบว่า สามารถจับภาพชายคนดังกล่าวขณะเดินออกมาจากรถยนต์ยี่ห้อวอลโว่ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน 4 ว-3345 กรุงเทพมหานคร ที่จอดทิ้งไว้บนสะพานพระราม 9 ก่อนที่จะกระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยาไว้ได้ แต่ภาพที่บันทึกได้อยู่ในระยะไกล จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะใช่ นายปาน พึ่งสุจริต รองเลขาธิการพรรคมาตุภูมิ อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตามเอกสารที่พบในรถยนต์คันดังกล่าวหรือไม่