อ.จุฬาฯชี้อย่าตระหนกแมงมุม สงสัยหนุ่มแพร่อาจให้ข้อมูลไม่ครบ

ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ชี้อย่าตระหนกแมงมุม สงสัยหนุ่มแพร่ที่อ้างว่าถูก “แมงมุมแม่ม่ายน้ำตาล” กัด  อาจให้ข้อมูลไม่ครบ

จากกรณีที่นายอุทัย เวียงคำ อายุ 46 ปี ชาวบ้าน จ.แพร่ อ้างว่าถูก “แมงมุมแม่ม่ายน้ำตาล” กัด จนเป็นเหตุให้จนล้มป่วยอาการสาหัส และต้องตัดขาข้างขวา ซึ่งเป็นข้างที่ถูกกัด ทำให้เกิดกระแสความหวาดกลัวแมงมุมในหมู่ประชาชนเป็นอย่างมาก

10

แต่ล่าสุด ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ “อย่าไปกลัวแมงมุมครับ เห็นหลายคนเริ่มเกิดอาการแตกตื่นกับแมงมุม จนไล่ฉีดยาฆ่าแมลง ไล่ทำลายรังแมงมุม แมงมุมเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมมาก และ ไม่ใช่สัตว์อันตรายที่จะต้องไปทำลายมันทิ้งนะครับ (ที่บ้านผมก็มีแมงมุมเยอะ ก็ไม่ได้จะไปฆ่าอะไรมัน)

แมงมุมมีไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่พิษมันรุนแรงมาก ซึ่งที่บอกว่าแรงกี่เท่าๆ ของพิษงูเนี่ย มันหมายถึงในปริมาณของพิษที่เท่ากันด้วย (ปริมาณของพิษแมงมุมที่กัด มันออกมานิดเดียวเอง) เจ้าของภาพของแผลมือเหวอะหวะที่เห็นกันในข่าวนั้น ก็มาจากแมงมุมแม่ม่ายน้ำตาลในต่างประเทศ (Brown Recluse Spider) คนละพันธุ์กับในบ้านเรา แล้วปรกติแมงมุมมันก็ไม่มายุ่งกับเราอยู่แล้ว ขอเพียงแค่เราไม่ไปรบกวนมัน เราก็อยู่ร่วมกับมันได้ครับ”

นอกจากนี้ อ.เจษฎา ยังได้อ้างข้อมูลจากผู้ใช้เฟสบุ๊ก “Chaowalit Songsangchote” ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องแมงมุม ซึ่งตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกรณีของนายอุทัย ว่า

“อาการของนายอุทัยนั้นผมก็ตั้งข้อสังเกตดังนี้

1.นายอุทัยถูกแมงมุมชนิดเดียวกันกัดถึง 2 แห่ง คือ ที่หลังเท้า และที่ขา ทำไมจึงมีบาดแผลเฉพาะที่ขา แต่ที่หลังเท้าไม่มีบาดแผลที่เหวอะหวะแบบที่เกิดขึ้นที่ขาเลย

2.ตกลงแมงมุมที่กัดนายอุทัยเป็นชนิดใดกันแน่ เพราะถ้าดูจากแมงมุมในถุงตัวอย่างที่เก็บส่งแพทย์นั้น ผมก็สังเกตเห็นมีแมงมุมจำนวนประมาณ 7 ตัว มีทั้งแมงมุมหยากไย่ตามบ้าน (แทบไม่มีพิษเลย) แมงมุมพเนจร และมีแม้กระทั่งแมงโหย่ง(ที่ไม่มีพิษเลย และไม่ใช่แมงมุม) ทำไมญาติเก็บมาเยอะแบบนี้ไปหามันมาจากไหน โดยเฉพาะ แมงมุมหยากไย่ และแมงโหย่ง ไม่มีบนที่นอนอย่างแน่นอน และทั้งหมดส่วนใหญ่เป็นแมงมุมชักใยบนที่สูงทั้งนั้น

3.บาดแผลที่บอกว่าหลังจากถูกกัดไปแล้ว 2 วันแล้วทำให้แผลฉีกขาดแบบนั้น จึงยากที่จะสรุปได้ว่าเกิดจากพิษแมงมุม และหากบาดแผลที่เกิดจากพิษแมงมุม จะต้องเกิดขึ้นทั้งสองตำแหน่งที่ถูกกัด

สรุป คือ นายอุทัยพูดความจริงให้มากกว่านี้ เพราะจากหลักฐานที่ส่งมามันยากที่จะเชื่อจริงๆ ว่าเกิดจากแมงมุมกัด

ทั้งนี้ โอกาสที่เราจะถูกแมงมุมกัดนั้นมีน้อยมากเพราะแมงมุมมันไม่ค่อยจะออกจากใยแล้วเดินเพ่นพ่าน ยกเว้นพวกแมงมุมพเนจรบ้าน หรือแมงมุมหมาป่า แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมันเห็นคนเข้าใกล้หรือทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนก็ทำให้มันวิ่งหนีเตลิดไปเลย ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับแมงมุมกันก่อนนะครับ แมงมุมในโลกของเรามีอยู่ประมาณ 40,000 ชนิด แต่มีแค่ไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่กัดและสามารถทำให้คนตายได้นั่นคือ แมงมุมแม่ม่ายดำ, brazilian wandering spider และ sydney funnel web spider เท่านั้น ที่มีพิษรุนแรงออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท แผลจะไม่เหวอะหวะแบบที่เห็นในรูป

11

แต่จะมีแมงมุมอีก 2 ชนิดมีพิษที่ออกฤทธิ์ต่อระบบเลือด และทำลายเนื้อเยื่อเมื่อถูกกัดแล้วจะทำให้มีอาการเนื้อตายและลุกลาม คือ brown recluse spider และ six eyed sand spider แต่อาการจะค่อยเป็นค่อยไป

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

a

ผู้ป่วยแมงมุมกัดหากเชื้อลุกลามอาจต้องตัดขา

ชาวเน็ตโวย กสม.ห้ามมิให้นายจ้าง ตรวจหาเชื้อ HIV

กสม. ชี้ การตรวจเลือดหาเชื้อ HIV ในเงื่อนไขการสมัครงานเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ด้านชาวเน็ตโวยหากทำเช่นนี้ก็ถือเป็นการเมิดสิทธิของบริษัทเช่นกัน

วานนี้(25ก.ค.)กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติออกแถลงการณ์ว่า ห้ามมิให้นายจ้าง ตรวจเลือดหาเชื้อ HIV จากผู้สมัครงาน เพราะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน  ซึ่งทาง กสม.ได้พิจารณาและมีมติว่า การที่นายจ้างทั้งภาครัฐและภาคเอกชน กำหนดให้มีการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวีและใช้เป็นเงื่อนไขในการจ้างงานถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นการละเมิดต่อสิทธิในร่างกาย หากไม่ได้รับการยินยอมของบุคคล ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อบุคคลทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม การตีตราตัวเอง (self-stigma) และส่งผลกระทบทางอ้อมต่อครอบครัว กสม. จึงขอให้นายจ้างทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนองค์กรอิสระและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนโดยไม่กำหนดให้มีการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวีเป็นเงื่อนไขในการรับสมัครงาน และหากบุคคลใดได้

10

ทำให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ชาวสังคมออนไลน์ มีสมาชิกเฟซบุ๊คจำนวนไม่น้อยตั้งข้อสงสัยว่าการตรวจหาเชื้อ HIV ก่อนเข้าทำงานเป็นการละเมิดสิทธิจริงหรือ แล้วการที่ กสม. ห้ามไม่ให้ตรวจหาเชื้อ HIV ดูเหมือนจะเป็นการละเมิดสิทธิของบริษัทเช่นกัน เนื่องจากทางบริษัทเอง ก็มีสิทธิเลือกว่าจะเลือกคนแบบไหนมาเป็นพนักงาน และการตั้งเงื่อนไขให้คนที่มาสมัครงาน ต้องตรวจหาเชื้อ HIV มันผิดตรงไหน เพราะงานบางอย่างต้องการคนที่มีร่างกายแข็งแรงเท่านั้น  ไม่ต้องการคนที่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงมาทำงาน ซึ่งงานบางประเภทยังต้องตรวสจสุขภาพจิตก่อนรับเข้าทำงานเลย

a1

ด้านชาวเน็ตที่เห็นด้วยกับมติของ กสม. ได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าวว่า งานที่ต้องตรวจสุขภาพจิตก่อนรับเข้าทำงานมันมีบัญญัติไว้ในกฏหมายอยู่แล้ว แต่กับเชื้อ HIV มันแตกต่างออกไปเพราะทัศนคติของสังคมไทยต่อโรคนี้ยังเลวร้ายอยู่มาก ดังนั้นผู้ติดเชื้อก็มีสิทธิที่จะสงวนข้อมูลส่วนตัวตรงนี้ไว้ไม่ให้บริษัทรู้ และการติดเชื้อจากคนไปสู่คน ก็ไม่ติดกันง่ายๆ มันต้องมีเพศสัมพันธ์หรือใช้เข็มฉีดยาร่วมกันถึงจะติดกันได้ ทุกวันนี้ยารักษาโรคนี้ก็ก้าวหน้าไปมาก คนที่กินยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอ สามารถใช้ชีวิตยืนยาวได้เหมือนคนปรกติแล้ว

aa2

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10

กสม.ชี้กำหนดตรวจหาHIVสมัครงานละเมิดสิทธิ

อึ้ง!! เซ็กส์ทอยค้างช่องคลอดนาน 10 ปี ไม่รู้ตัว

ศัลยแพทย์โรงพยาบาลเมืองแอเบอร์ดีนในสก็อตแลนด์ เผย หญิงชาวสก็อตแลนด์ ถึงกับช็อกเมื่อเอ็กซเรย์พบว่ามีเซ็กส์ทอยค้างอยู่ในช่องคลอดนานกว่า 10 ปี

ศัลยแพทย์โรงพยาบาลเมืองแอเบอร์ดีนในสก็อตแลนด์ เปิดเผยถึงกรณีประหลาดของหญิงชาวสก็อตแลนด์ วัย 38 ปี ลงวารสารทางการแพทย์ “เซ็กส์ชวล เมดิซิน” ที่เข้ารับการรักษาเนื่องจากต้องเผชิญกับอาการแปลกๆ ของร่างกายเรื่อยมา เช่น น้ำหนักลดกะทันหัน เฉื่อยชา และมีอาการตัวสั่นโดยไร้สาเหตุ เมื่อแพทย์ได้ทำการเอ็กซเรย์บริเวณหน้าท้องไปจนถึงต้นขาก็ต้องอึ้ง เมื่อพบว่ามีเซ็กส์ทอยรูปไข่ยาวราว 5 นิ้วติดอยู่ในอวัยวะเพศของเธอ โดยเซ็กส์ทอยดังกล่าวยื่นจากอวัยวะเพศเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ

9

เธอต้องประสบกับภาวะมีรูรั่วระหว่างกระเพาะปัสสาวะกับช่องคลอด (vesico-vaginal fistula) ทำให้ปัสสาวะไหลกลับเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะและเข้าสู่ไต

จากการสอบถามหญิงคนดังกล่าว เล่าว่า ครั้งล่าสุดที่เธอและคนรักใช้อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นเวลามากกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งทั้งคู่อยู่ในอาการเมา เธอจึงจำไม่ได้ว่าหลังจากใช้อุปกรณ์นี้ เธอเอามันออกจากร่างกายหรือไม่ อย่างไรก็ตามทีมแพทย์สามารถผ่าตัดนำเซ็กส์ทอยต้นเหตุออกมาอวัยวะเพศของเธอได้สำเร็จ

MThai News