คลิปชวนฮา!! นางไหแซ่บเวอร์ ชาวเน็ตยกนิ้วให้

ชาวเน็ตยกนิ้วให้ คลิปซ้อมรำเป็นนางไหของนักเรียนชายโรงเรียนอนุบาลโคกศรีสุพรรณ 

03

คลิปฮาจากโซเชียล : สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ รันตุง รัตนศิลป์ ได้มีการเผยแพร่คลิป การซ้อมการแสดงโปงลางประกอบการรำของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลโคกศรีสุพรรณ คลิปดังกล่าวมีความพิเศษตรงที่ นางไหที่กำลังร่ายรำอยู่นั้นเป็นเด็กผู้ชาย แต่สามารถรำได้อย่างคล่องแคล่ว มือไม้อ่อนช้อยราวกับเด็กผู้หญิง หากดูจากคลิปแล้วสีหน้าของเด็กชายคนดังกล่าวเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อม

MThai News

รื้อทำใหม่คดีน้องแอนถูกฆ่ามัดติดต้นไม้ปี 48 ยกฟ้องอดีตแฟน

ตำรวจภาค 5 รื้อทำใหม่คดีฆ่า น้องแอน ก่อนมัดติดต้นไม้ปี 48 หลังศาลฎีกายกฟ้องอดีตแฟน ที่ตกเป็นผู้ต้องหาไปก่อนหน้านี้

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (23 ก.ค. 57) เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้มีการรื้อคดีฆ่ารัดคอ น.ส.เบญจภรณ์ ผ่องผิว หรือแอน อายุ 27 ปี ขึ้นมาสอบสวนอีกครั้ง ภายหลังศาลฎีกาได้มีคำสั่งยกฟ้องอดีตเพื่อนชายคนสนิท ที่ต้องเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวและถูกจำคุกนานกว่า 3 ปี เนื่องจากวัตถุพยานไม่ต้องกับผู้ต้องหา

เบญจภรณ์ ผ่องผิว, คดีน้องแอน, ฆ่ามัดติดต้นกระถิน, ข่าวจังหวัดเชียงใหม่

โดยพล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่าการรื้อคดีขึ้นมาสอบสวนใหม่ในครั้งนี้ เพราะยังไม่สามารถหาคนผิดมาลงโทษได้ หลังจากศาลฎีกามีคำสั่งยกฟ้องผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวไปก่อนหน้านี้ ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องมีการสืบสวนสอบสวนใหม่เพื่อหาคนผิดมาดำเนินคดีให้ได้

ซึ่งจากนี้จะมีการสืบสวนสอบสวนหาประจักษ์พยานใหม่ๆ นอกเหนือจากเดิมมาดำเนินการ หากบ่งชี้ไปที่ใครก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที โดยประเด็นการสังหารยังมุ่งไปที่ปมชู้สาว ชิงทรัพย์ และแค้นส่วนตัว เบื้องต้นพอทราบกุญแจสำคัญในคดี และได้มีการสเก็ตภาพเพื่อตามตัวมาสอบสวนแล้ว อย่างไรก็ดีแม้ว่าคดีนี้เกิดขึ้นมานานถึง 9 ปีแต่ก็เชื่อว่าจะไม่มีผลต่อรูปคดี เพราะมีการเก็บหลักฐานทุกอย่างไว้อย่างดี

MThai news

กต.แถลงโต้HRW เสนอข่าวไม่ตรงความจริง

โฆษก กต. แถลงโต้ Human Rights Watch หลังเสนอข่าวไม่ตรงความจริง ย้ำ ชี้แจงทำความเข้าใจ NGO ตลอด

นาย เสข วรรณเมธี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงข่าวโต้ตอบจากกรณีที่ องค์กร Human Rights Watch ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับประเทศไทย ในช่วงที่มีการบริหารประเทศโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ว่า สิ่งที่ทางองค์กร Human Rights Watch นำเสนอนั้น เป็นประเด็นเดิม ไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งความเป็นจริงนั้นสิ่งเหล่านั้น ได้มีการพัฒนาการที่เดินหน้าไปมากแล้ว อาทิ เรื่องการปิดกันสื่อมวลชนและเสรีภาพ ซึ่งทาง คสช. ก็ได้มีประกาศฉบับที่ 103/2557 ออกมาใหม่แสดงให้เห็นว่า

1115938_orig

ทาง คสช. ไม่ได้มีนโยบายที่จะปิดกั้น และที่ระบุว่ามีการห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ทาง คสช. และกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้ชี้แจงมาตลอดว่ามีความจำเป็นที่จะต้องทำเพื่อรักษาความสงบให้เกิดขึ้น ในบ้านเมือง ส่วนเรื่องที่มีการขับไล่ชาวบ้านที่ยากจนออกจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติ นั้น ขอยืนยันว่า ทาง คสช. ไม่มีนโยบายที่จะขับไล่ผู้ยากจน เพียงแต่ต้องการจัดการกับนายทุนที่ต้องการที่ดินเหล่านั้นมาไว้ในครอบครอง ส่วนด้านประชาชนผู้ยากจน ทางผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ ก็ได้ให้การช่วยเหลือและเยียวยาไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม นายเสข ได้ย้ำว่า ที่ผ่านมานั้น ทางกระทรวงการต่างประเทศ คสช. รวมถึง คณะเอกอัครราชทูตทุกคนในต่างประเทศ ได้มีการชี้แจงทำความเข้าใจกับทาง NGO มาตลอด