นิด้าโพลเผย ปัญหาขัดแย้ง โค้ชเช-น้องก้อย เกิดจากการขาดวินัยของนักกีฬา 90.79% เห็นด้วยโค้ชเชกลับมาทำหน้าที่ต่อ
วันนี้ (23 ก.ค.57) ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้เปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,249 หน่วยตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 21 – 22 กรกฎาคม 2557 ถึงกรณีข้อพิพาทระหว่างน้องก้อย กับโค้ชเช ว่ามีสาเหตุหลักมาจากเรื่องใดนั้น พบว่า

ร้อยละ 44.33 ระบุว่า เกิดจากการขาดวินัยและความอดทนของนักกีฬา จนทำให้เกิดปัญหาวุ่นวายในทีมเทควันโดหญิงทีมชาติไทย
ร้อยละ 26.38 ระบุว่า เกิดจากการสื่อสารที่ผิดพลาดระหว่างโค้ชกับนักกีฬา
ร้อยละ 11.08 ระบุว่า เกิดจากการลงโทษที่รุนแรงของโค้ช
ร้อยละ 10.75 ระบุว่า เกิดจากปัญหาผู้ปกครองนักกีฬาเข้ามายุ่งเกี่ยวการทำหน้าที่ของโค้ช
ร้อยละ 2.18 ระบุว่า เกิดจากสาเหตุ อื่น ๆ ได้แก่ เป็นการขัดแย้งในเรื่องของผลประโยชน์ เกิดจากอารมณ์ชั่วขณะของทั้งฝ่าย นักกีฬายังไม่คุ้นเคยกับโค้ช และอาจเกิดจากการยุยงของบุคคลที่สาม
และ ร้อยละ 5.28 ไม่แน่ใจ/ไม่ระบุ
เมื่อถามว่า ประชาชนคิดเห็นอย่างไรต่อการกลับมาทำหน้าที่ของโค้ชเช (ชเว ยองซอก)
ร้อยละ 90.79 ระบุว่า ควรกลับมาเป็นโค้ชนักกีฬาเทควันโคทีมชาติไทย
ร้อยละ 5.68 ระบุว่า ไม่ควรกลับมาเป็นโค้ชนักกีฬาเทควันโคทีมชาติไทย
ร้อยละ 3.53 ขึ้นอยู่กับตัวโค้ช เช และการสอบสวนของสมาคมฯ
เมื่อถามว่า มีความคิดเห็นอยางไรต่อการกลับมาเป็นนักกีฬาเทควันโดหญิงทีมชาติไทย ของน้องก้อย (รุ่งระวี ขุระสะ)
ร้อยละ 63.09 ระบุว่า ควรเป็นนักกีฬาเทควันโดหญิงทีมชาติไทยต่อไป
ร้อยละ 27.06 ระบุว่า ไม่ควรเป็นนักกีฬาเทควันโดหญิงทีมชาติไทยต่อไป
ร้อยละ 1.36 ระบุว่า ขึ้นอยู่กับการปรับปรุงตัวของนักกีฬา หากมีการพัฒนาและปรับปรุงวินัยตนเองให้ดีขึ้น ก็ควรที่จะเป็นนักกีฬาเทควันโดหญิงทีมชาติไทยต่อไป
ร้อยละ 8.49 ไม่แน่ใจ/ไม่ระบุ
ทั้งนี้เมื่อถามว่าปัจจัยใด ที่จะทำให้นักกีฬาได้รับเหรียญรางวัล หรือประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ
ร้อยละ 25.91 ระบุว่า เป็นความมีวินัย ความขยัน ความอดทน และความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อมของนักกีฬา
ร้อยละ 20.92 ระบุว่า เป็นความสามารถของโค้ชและทีมงาน
ร้อยละ 15.04 ระบุว่า เป็นความสามารถเฉพาะตัวของนักกีฬา
ร้อยละ 10.29 ระบุว่า เป็นการทำงานเป็นทีมของนักกีฬา
ร้อยละ 9.79 ระบุว่า เป็นการสนับสนุนจากภาครัฐบาลและภาคเอกชน
ร้อยละ 8.79 ระบุว่า เป็นความสามารถและการสนับสนุนของสมาคมกีฬา
ร้อยละ 8.77 ระบุว่า เป็นสภาพร่างกายของนักกีฬา
ร้อยละ 0.31 ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ การเคารพกฎกติกามารยาท ความมีน้ำใจของนักกีฬา การเคารพและเชื่อฟังครูผู้ฝึก การไม่ใช้เส้นสาย และความเข้ากันได้ระหว่าง ตัวนักกีฬา โค้ช และทีมงาน รวมไปถึง กำลังใจจากครอบครัว กองเชียร์ และเงินรางวัลตอบแทน
และร้อยละ 0.18 ไม่แน่ใจ/ไม่ระบุ
MThai news


