ป.ป.ช. ไม่ตอบโต้ ยิ่งลักษณ์ ปมสงสัยชี้มูลจำนำข้าว

ป.ป.ช. ไม่ตอบโต้ ยิ่งลักษณ์ ปมจำนำข้าว คาดสัปดาห์ส่งเรื่องถึงอัยการสุงสุด

การประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. วันนี้ (22 ก.ค. 57) ที่ประชุมได้มีมติไม่ขอตอบโต้ออกคำชี้แจง ในกรณี ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกแถลงการณ์ 7 ข้อตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายหลังได้ชี้มูลความผิดในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว

ปปช, ข่าวจำนำข้าว, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

โดยนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. เผยว่า การทำงาน ของ ป.ป.ช.ถือว่าสิ้นสุดแล้ว ต่อไปนี้อยู่ที่อัยการและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร จึงไม่จำเป็นต้องออกคำชี้แจงตอบโต้ในกรณีดังกล่าว

ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้คณะกรรมการป.ป.ช.ทั้ง 7คน จะต้องรับรองมติการประชุม จากนั้นจะมีการปรับสำนวนคำร้อง และส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงชื่อเพื่อนำเอกสารส่งให้อัยการสูงสุดต่อไป คาดว่าจะสามารถส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดได้ภายในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้หากอัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่สมควรส่งฟ้อง ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ต้องนำกลับมาพิจารณาอีกครั้ง ว่าจะส่งฟ้องเองหรือไม่ หากมีมติส่งฟ้องเองก็จะต้องตั้งทีมทนายเพื่อดำเนินการทันที

MThai news

สุดยอด! คลิปเด็กนร.ญี่ปุ่นวิ่งไล่จับ คิวแอ๊คชั่น

สุดยอดคลิป เด็กนักเรียนญี่ปุ่นวิ่งไล่จับ คิวยิ่งกว่าแอ๊คชั่น กระโดด ตีลังกา ปีนตึก มันส์มาก

คลิปเด็ดจากโซเชียล : กลายเป็นกระแสฮือฮาทั่วสังคมออนไลน์ในประเทศญี่ปุ่น เมื่อมีการอัพโหลดคลิปชื่อเด็กนักเรียนหญิงวิ่งไล่จับแบบไม่ธรรมดา ซึ่งมีการอัพขึ้นเมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา และโฆษณาตัวใหม่ของน้ำอัดลมในญี่ปุ่นซึ่ง ผ่านไปเพียง 1 สัปดาห์มียอดผู้เข้าชมกว่า 3 ล้านวิวแล้ว

เด็กนักเรียนญี่ปุ่นวิ่งไล่จับ

เด็กนักเรียนญี่ปุ่นวิ่งไล่จับ

ซึ่งเหตุการณ์ในคลิปคือเด็กหญิงสาวนักเรียนญี่ปุ่นถ่ายคลิปวิ่งไล่จับกัน แต่ลีลาไม่ธรรมดาตรงที่มีคิวเหมือนหนังแอ๊คชั่นไล่ล่าคนร้ายมีการตีลังกากระโดดข้ามโต๊ะ ข้ามตึก กระโดดจากที่สูงตีลังกาสามตลบ ประกอบกับเสียงกลองสุดเร้าใจ จะเป็นยังไงลองไปชมคลิปกันเลย

เด็กนักเรียนญี่ปุ่นวิ่งไล่จับ

เด็กนักเรียนญี่ปุ่นวิ่งไล่จับ

 MThai News

โพลล์ชี้ คนรับไม่ได้แท็กซี่ อ้างส่งรถ แก๊สหมด

โพลเผยคน 34.12% รับไม่ได้แท็กซี่ อ้างส่งรถ แก๊สหมด เลือกผู้โดยสาร แนะตรวจประวัติเพิ่มความปลอดภัย

วันนี้ (22 ก.ค. 57) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนจำนวน 1,257 หน่วยตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 15 – 20 กรกฎาคม 2557 ถึงกรณี ความในใจของผู้ใช้บริการรถแท็กซี่ : แนวทางสู่การปฏิรูประบบขนส่งสาธารณะ พบว่าปัญหาส่วนใหญ่ที่ประชาชนพบจากการให้บริการรถแท็กซี่มิเตอร์ ได้แก่

แท็กซี่, ข่าวแท็กซี่, นิด้าโพล

ร้อยละ 34.12 การปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร เลือกผู้โดยสาร โดยชอบอ้างว่าไปส่งรถ/แก๊สหมด/อยู่นอกเส้นทาง เลือกรับเฉพาะผู้โดยสารชาวต่างชาติ
ร้อยละ 12.72 เป็นการขับรถไม่ถูกกฎจราจร ขับรถหวาดเสียว ขับปาดหน้า ขับผ่าไฟแดง จอดซ้อนคัน
ร้อยละ 11.98 เป็นคนขับพูดจาหรือมีพฤติกรรมไม่สุภาพกับผู้โดยสาร หรือผู้ใช้รถใช้ถนนอื่น ๆ
ร้อยละ 10.09 เป็นคนขับขาดความซื่อสัตย์สุจริต เช่น ทอนเงินไม่ครบ เรียกเก็บค่าโดยสารเกินกว่าอัตราที่ทางราชการกำหนด พาผู้โดยสารไปเส้นทางที่อ้อม ออกนอกเส้นทาง
ร้อยละ 6.32 เป็นสภาพรถเก่า ไม่สะอาด ประตูชำรุด แอร์ไม่เย็น เข็มขัดนิรภัยชำรุด
ร้อยละ 4.91 เป็นคนขับชอบพูดเรื่องการเมือง
ร้อยละ 4.75 ไม่เคยพบเจอปัญหาใด ๆ ในการให้บริการ
ร้อยละ 4.08 ไม่จอดรับ – ส่ง ผู้โดยสารตามป้าย จอดรถเลยป้าย จอดรถรับ – ส่งผู้โดยสารในเลนกลาง
ร้อยละ 2.04 คนขับรถใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ
ร้อยละ 2.00 คนขับชอบถามเรื่องส่วนตัวผู้โดยสาร

ขณะที่ร้อยละ 6.99 ระบุว่า อื่น ๆ เช่น คนขับดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ขณะขับรถ มีพฤติกรรมส่อเจตนาไปทางการก่ออาชญากรรม หรือการล่วงละเมิดทางเพศ ไล่ผู้โดยสารลงกลางทาง สภาพคนขับไม่พร้อม บัตรประจำตัวคนขับไม่ตรงกัน ไม่ชำนาญเส้นทาง พูดเรื่องส่วนตัว เปิดวิทยุเสียงดัง เป็นต้น

ทั้งนี้เมื่อถามว่าสิ่งที่ต้องการให้พัฒนาในด้านการบริการของคนขับรถแท็กซี่ในด้านต่าง ๆ นั้น
ร้อยละ 19.12 ระบุว่า ต้องการให้มีการพัฒนาในเรื่องของการไม่ปฏิเสธรับผู้โดยสาร / ไม่เลือกผู้โดยสาร ไม่เห็นแก่ได้ รองร้อยละ 17.25 ระบุว่า เป็นความมีระเบียบวินัยในการขับรถ เคารพและปฏิบัติตามกฎจราจร
ร้อยละ 16.98 ระบุว่า เป็นการพูดจาและพฤติกรรมที่สุภาพ กับทั้งผู้โดยสารและผู้ใช้รถใช้ถนนอื่น ๆ
ร้อยละ 8.88 ระบุว่า เป็นการแต่งกายของคนขับที่ดูดี สะอาดสะอ้าน มีความพร้อมในการให้บริการ
ร้อยละ 8.31 ระบุว่า เป็นความซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่ ไม่เอาเปรียบผู้โดยสาร
ร้อยละ 6.29 ระบุว่า เป็นการเอาใจใส่ในสภาพความพร้อมของรถที่ให้บริการ
ร้อยละ 5.21 ระบุว่า เป็นการมีจิตสาธารณะในการให้บริการ
ร้อยละ 4.28 ระบุว่า เป็นความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านเส้นทาง
ร้อยละ 4.22 ระบุว่า เป็นการจอดรับ – ส่ง ผู้โดยสารเฉพาะตามป้าย เลนในสุดเท่านั้น
ร้อยละ 3.37 ระบุว่า ไม่มีพฤติกรรมที่ส่อเจตนาไปทางการก่ออาชญากรรม หรือการล่วงละเมิดทางเพศ
ร้อยละ 3.07 ระบุว่า เป็นการละเว้นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ขณะขับรถ
ร้อยละ 0.99 ระบุว่า เนื่องจากคนขับแท็กซี่ที่บริการไม่ดี มีเป็นแค่บางส่วน/เป็นเฉพาะบุคคลเท่านั้น ในภาพรวมถือว่าดีอยู่แล้ว จึงยังไม่เห็นด้านที่ควรพัฒนา
และ ร้อยละ 2.02 ระบุว่า อื่น ๆ เช่น ความปลอดภัยของผู้โดยสาร การตรวจสอบประวัติของคนขับ ป้ายทะเบียนประจำตัวผู้ขับที่ไม่ตรงกัน ความเชี่ยวชาญในด้านเส้นทาง มีจุดเรียกบริการแท็กซี่โดยเฉพาะ การลดราคาเชื้อเพลิง รวมไปถึงทักษะ การป้องกันตัวของคนขับที่เกิดจากการก่ออาชญากรรม

ส่วนข้อเสนอแนะ หรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาการให้บริการรถแท็กซี่มิเตอร์
ร้อยละ 19.87 ระบุว่า ควรบังคับใช้กฎหมายการกระทำผิดอย่างจริงจังและเข้มงวด
ร้อยละ 19.83 ระบุว่า ควรตรวจสอบประวัติและมีการคัดเลือกผู้ขับขี่อย่างเข้มงวด
ร้อยละ 17.37 ระบุว่า ควรปลูกฝังด้านคุณธรรม จริยธรรม มารยาท วินัยในการขับขี่และการให้บริการ
ร้อยละ 14.32 ระบุว่า ควรมีการอบรมผู้ขับขี่ทุก 1 – 2 ปี
ร้อยละ 14.05 ระบุว่า ควรกำหนดบทลงโทษการกระทำผิดของผู้ขับขี่รถบริการสาธารณะให้สูงกว่าผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลธรรมดา
ร้อยละ 4.96 ระบุว่า ผู้ขับขี่รถบริการสาธารณะต้องผ่านการอบรมการขับขี่รถสาธารณะไม่น้อยกว่า 1 เดือน / 3 – 6 เดือน / ไปจนถึง 1 ปี
ร้อยละ 4.61 ระบุว่า ควรกำหนดอายุของผู้ขับขี่ โดยมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป (อายุผู้ขับเฉลี่ย 27.24 ปี)
ร้อยละ 2.97 ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ มาตรการเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารและคนขับ เช่น มีระบบ GPS ระบุตำแหน่งรถ การตรวจสอบประวัติคนขับ ป้ายประจำตัวผู้ขับที่ตรงกับคนขับ

เพิ่มความเข้มงวดในการออกใบอนุญาตขับขี่ กำหนดระดับการศึกษาของผู้ที่จะขับรถแท็กซี่ ให้จบการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนต้น/เทียบเท่า ขึ้นไป ควบคุมอายุการใช้งานของรถแท็กซี่ ควรจัดระเบียบสีแท็กซี่ใหม่ มีจุดเรียกใช้บริการรถแท็กซี่โดยเฉพาะ

ร้อยละ 2.03 ไม่มีข้อเสนอแนะ/ไม่มีความคิดเห็น

MThai news