แชร์ว่อน แท็กซี่เลือดร้อน ทุบกระจกรถคนอื่น

ชาวสังคมออนไลน์แชร์คลิปแท็กซี่เดือด เลือดร้อนลงมาทุบกระจกรถคนอื่นกลางถนน คาดมีปัญหาดฉี่ยวชนกัน

วันนี้(22 ก.ค.) ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปแท็กซี่เลือดร้อนลงมาทุบกระจกรถคนอื่น โดยเป็นเหตุการณ์ที่ชายขับรถแท็กซี่คนหนึ่งโมโหและลงจากรถมากลางถนนและคว้าเอาที่ปัดน้ำฝนของรถยนต์คันหนึ่งฟาดไปที่กระจกอย่างแรง ทำให้กระจกรถเสียหายทั้งหมด ในขณะที่เจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ซึ่งเจ้าของรถแท็กซี่ได้ตะโกนโวยวายให้เจ้าของรถยนต์ไปจอดรถข้างหน้าเพื่อเคลียร์กัน

แท็กซี่เดือด ลงมาทุบกระจกรถคนอื่น กลางถนน

แท็กซี่เดือด ลงมาทุบกระจกรถคนอื่น กลางถนน

ก่อนที่ชายคนขับแท็กซี่จะเดินกลับไปที่รถของตัวเอง ซึ่งสาเหตุของเหตุการณ์ในคลิปนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ชาวสังคมออนไลน์คาดว่าน่าจะเป็นปัญหาที่คนขับรถยนต์อาจไปเฉี่ยวชนรถแท็กซี่ก็เป็นได้ แต่หลายคนกลับแสดงความคิดเห็นว่าแท็กซี่ใจร้อนเกินไปและไม่น่าทำลายข้าวของของคนอื่นเช่นนี้ ซึ่งหากเกิดปัญหาคนขับแท็กซี่น่าจะไปแจ้งความหรือเรียกประกันมากกว่ามาทำร้ายคนอื่น

ขอบคุณคลิปจากคุณ หมู ฉิกๆๆๆ

MThai News

กิตติรัตน์ ฉะ ป.ป.ช. เหตุมุ่งเอาผิดยิ่งลักษณ์คนเดียว ปมจำนำข้าว

เปิดบทสัมภาษณ์ กิตติรัตน์ หลัง ป.ป.ช. ชี้มูลยิ่งลักษณ์ คดีจำนำข้าว ฉะมุ่งเอาผิดอดีตนายกฯ เพียงคนเดียว ทั้งๆ ที่เป็นผู้มีหน้าที่สานต่อนโยบายรัฐที่ได้แถลงต่อรัฐสภา จี้กลับไปตรวจสอบโครงการรับประกันราคาข้าว เหตุมีการทุจริต ไม่มีข้าวให้ตรวจสอบ

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (21 ก.ค. 57) เว็บไซต์ khaosod.co.th ได้มีการเผยแพร่บทสัมภาษณ์ของนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภายหลังที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในคดีรับจำข้าว

กิตติรัตน์ ณ ระนอง, ข่าววันนี้, จำนำข้าว, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

โดยนายกิตติรัตน์ ไม่เห็นด้วยที่ ป.ป.ช. มุ่งจะเอาผิด อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เพียงคนเดียวทั้งๆ ที่เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ต้องทำตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ในรัฐสภา ก่อนที่จะเรียกร้องให้ ป.ป.ช. ทบทวนคำให้การของพยานในโครงการดังกล่าวเนื่องจากเห็นว่าเป็นการว่าร้ายนายกฯ และให้กลับไปพิจารณาข้อร้องเรียนโครงการประกันราคาข้าว เพราะเชื่อว่ามีทุจริต ไม่มีข้าวให้ตรวจสอบ

หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้ใช้เวลาทำสิ่งที่ไม่มีโอกาสได้ทำในขณะที่รับใช้บ้านเมืองในหน้าที่รัฐมนตรีในรัฐบาลของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีโอกาสให้คำปรึกษาแก่ลูกชายที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี ในแง่คิดด้านต่างๆ มีโอกาสพาครอบครัวไปกราบบรรพบุรุษที่จังหวัดระนอง มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนญาติมิตรที่มีความปราถนาดีต่อส่วนรวม และต่อกันและกัน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการบ้านการเมืองเพื่อไม่ให้ต้องเป็นที่ไม่สบายใจของใครต่อใคร

ดีใจกับชาวนาที่ได้รับชำระเงินค่าจำนำข้าวด้วยวิธีการระดมเงินจากสถาบันการเงินตามแนวทางเดียวกับที่ผมเคยพยายามทำ แต่ทำไม่สำเร็จด้วยเหตุผลที่ผู้คนทั่วไปก็ทราบดีกันอยู่ ผมติดตามข่าวสารบ้านเมืองด้วยจิตอันเป็นกุศลหวังเห็นบ้านเมืองมีความสงบสุขปรองดอง

อย่างไรก็ตาม สามสี่วันที่ผ่านมาก็รู้สึกทุกข์ใจ เมื่อเรื่องราวอันเป็นกระบวนการของโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่ผมทำงานอยู่ด้วย และเคยทำหน้าที่ในระดับนโยบายทั้งโดยตรง และโดยอ้อมมาโดยตลอด จบลง เพราะผมหมดหน้าที่พร้อมกับ ฯพณฯนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากเหตุ รับทราบการโยกย้ายข้าราชการท่านหนึ่ง เมื่อเกือบสามปีก่อน

ความทุกข์ที่ว่าเกิดเมื่อเห็นการลงมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้กล่าวโทษทางอาญา ต่อ ฯพณฯนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (แต่เพียงผู้เดียว) ทั้งๆ ที่ ฯพณฯนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามนโยบายจำนำข้าว ตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อเข้ารับหน้าที่

โดยกระบวนการพิจารณา ของ ป.ป.ช. ที่กำลังถูกสังคมตั้งคำถามว่า มีการดำเนินการรวบรัดเร่งรีบ อย่างไม่เป็นปกติหรือไม่ ความบกพร่องใดๆ ที่ถูกหยิบยกขึ้นก็ถูกเหมารวมเป็นความผิดของผู้ถูกกล่าวหาแต่เพียงผู้เดียวไปเสียทั้งหมด พยานที่ผู้ถูกกล่าวหาเสนอไป ซึ่งผมก็เห็นว่าเป็นคนดีมีความเป็นธรรมตามสมควร ก็ไม่ได้รับการพิจารณาแต่อย่างใด

ความทุกข์ที่ต่อเนื่องตามมาด้วยการอ่านความคิดเห็นในเฟซบุ๊ก ตามระบบ “วาทกรรม” อันเป็นงานถนัดของอดีตนักการเมืองคนหนึ่ง ในลักษณะฉายหนังบิดเบือนซ้ำซาก ที่สื่อมวลชนบางฉบับนำมาถ่ายทอด ทำให้ผมได้สติว่า การที่ผมจะอยากเห็นส่วนรวมมีความสงบสุขก็ไม่ได้แปลว่าผมมีหน้าที่หยุดคิด หยุดพูด

ผมขอยืนยันว่าการดูแลชาวนาผู้ปลูกข้าวเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และรัฐบาลต่างๆในอดีตก็ดำเนินการมาตลอดระยะเวลากว่า ๓๐ ปีทั้งด้วยวิธีการรับจำนำ และวิธีการอื่นๆ ทุกวิธีมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน บางวิธีที่ดูคล้ายกับไม่มีการทุจริต ไม่ต้องรับข้าวเข้าคลังสินค้า ไม่ต้องใช้เงินหมุนเวียน ไม่ต้องรับซื้อ ไม่ต้องขายออก ให้เห็นยอดขาดทุนเช่นโครงการประกันราคาข้าว

กลับเป็นโครงการที่มีโอกาสทุจริตสูงเพราะไม่มีข้าวให้ตรวจสอบ เพียงแต่สามารถลงทะเบียนว่าปลูกข้าว ทั้งๆ ที่มีพื้นที่จำนวนมากไม่ได้ปลูกข้าวจริง ก็มารับเงินชดเชยส่วนต่างราคาได้ คนที่ทุจริตกลุ่มนี้จะยิ่งพอใจเมื่อราคาข้าวในตลาดยิ่งต่ำ เพราะได้รับเงินชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาตลาด กับราคาประกันมากขึ้น จนเคยมีกรณีร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. มาก่อน การร้องเรียนเรื่องโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ฯพณฯยิ่งลักษณ์ เสียอีก

โครงการรับจำนำข้าวก็เป็นโครงการที่มุ่งดูแลชาวนา ซึ่งข้อดีก็มีมากอย่างต่อเนื่องทั้งการลดช่องว่างระหว่างคนรวย กับชาวนาในชนบท จนช่วยลดความกดดันทางสังคม ช่วยเพิ่มกำลังซื้อของผู้มีรายได้น้อย และเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บรายได้จากภาษีประเภทต่างๆ ให้แก่ประเทศ แต่ก็ต้องทำงานหนัก ทำงานให้สุจริต

เพราะหากมีการทุจริตก็จะปรากฎเป็นหลักฐานให้ดำเนินการเอาผิดกับบุคคลที่กระทำผิดเป็นการเฉพาะแต่ละเรื่อง แต่ละเวลาได้ ซึ่งรัฐบาลก็ได้ดำเนินการเอาผิดต่อบุคคลที่ทุจริตอย่างจริงจัง แต่ที่น่าสนใจคือ ป.ป.ช.ยังไม่พบและพิสูจน์การกระทำผิด และระบุผู้กระทำผิดตามกระบวนการของ ป.ป.ช. ในแต่ละเรื่องดังกล่าวเลย

ความทุกข์ยังคงเพิ่มขึ้น ชนิดวันต่อวัน เมื่ออ่านข้อเขียนของคนมีปากกาในคอลัมน์หนึ่งของหนังสือพิมพ์ขายดีฉบับหนึ่ง ที่เขียนให้เข้าใจว่า มีพยานของฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา คือ ฯพณฯยิ่งลักษณ์ คนหนึ่งให้การ เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่ ฯพณฯนายกรัฐมนตรี โดยระบุ เป็นถ้อยคำให้การต่อ ป.ป.ช.ในเครื่องหมายคำพูดว่า

แนวทางในโครงการรับจำนำข้าว ผมไม่ได้คิดเอง แต่นายกฯ ใส่แฟ้มมาให้ ผมก็ดำเนินการตามนั้น ทำอะไรนายกฯก็รับรู้หมด… หลายเรื่องผมไม่เห็นด้วย ผมก็จะสั่งให้เขียนเป็นหมายเหตุเอาไว้ท้ายบันทึกการประชุม แต่ก็ไม่มีใครดำเนินการตาม

ผมมั่นใจว่าไม่มีพยานที่ให้การกับ ป.ป.ช. ในถ้อยคำดังกล่าว หรือแม้แต่จะมีความหมายใกล้เคียงกับถ้อยคำดังกล่าว เพราะถ้อยคำดังกล่าวไปเป็นความจริงให้พยานคนใดไปกล่าวเช่นนั้นได้ ในขณะเดียวกันไม่มี ท้ายบันทึกการประชุมอะไร ไม่ว่าของ คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) หรือของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะไปถูกบันทึกโดยพยานคนใด ให้ใคร ไม่ปฏิบัติตาม

เอาล่ะครับหากมีพยานคนใดให้การในลักษณะ หรือความหมายดังกล่าวผมขอเรียกร้องให้ ป.ป.ช. ดำเนินคดีกับพยานคนนั้นๆ ในข้อหาให้การเท็จ เพราะบันทึกคำให้การทั้งเป็นลายลักษณ์อักษร และเป็นเสียงข้องผู้ให้การย่อมถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามหากไม่มีการให้การในลักษณะดังกล่าว ป.ป.ช.ก็ควรกล่าวโทษกับคนมีปากกาของหนังสือพิมพ์ขายดีฉบับนั้น ไม่ให้เป็นความเสื่อมเสียแก่ ป.ป.ช. และยังช่วยผดุงรักษาสื่อมวลชนโดยรวมให้มีคุณภาพด้วย

ข้อมูลข่าวจาก khaosod.co.th

MThai news

ข่าวที่เกี่ยวข้อง มติ ป.ป.ช. เอกฉันท์ ส่งฟ้อง ยิ่งลักษณ์ ปมทุจริตจำนำข้าว

มติ ป.ป.ช. เอกฉันท์ ส่งฟ้อง ยิ่งลักษณ์ ปมทุจริตจำนำข้าว
ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ส่งฟ้องยิ่งลักษณ์ ปมจำนำข้าว ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ จนเกิดความเสียหายต่อประเทศอย่างร้ายแรง

เบิกตัว’วันชัย’ฆ่าข่มขืนน้องแก้มขึ้นศาลวันนี้

ศาลจังหวัดหัวหิน สั่งเบิกตัว วันชัย แสงขาว จำเลยคดีฆ่าข่มขืนเด็กหญิงบนรถไฟ เพื่อนัดพร้อมคู่ความ ด้านอัยการเตรียมพยานหลักฐานเต็มที่ – ขณะทางเรือนจำ ขังวันชัย รวมกับจำเลยอีก 1 คน

น.ส.เนื้อทิพย์ โกมลมาลย์ อธิบดีอัยการสำนักงานอัยการภาค 7 กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ นายวันชัย หรือ เกม แสงขาว จำเลยในคดีฆ่าข่มขืนเด็กหญิง 13 ปี บนรถไฟ ว่า วันนี้ศาลจังหวัดหัวหินได้สั่งให้เบิกตัว นายวันชัย และ นายณัฐกร หรือ หนึ่ง ชำนาญ จำเลย ในข้อหาเป็นผู้สนับสนุน นายวันชัย ข่มขืนเด็กหญิงวัย 13 ปี จากเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อมาศาลจังหวัดหัวหิน ตามกำหนดนัดพร้อมคู่ความ เพื่อตรวจพยานหลักฐานและกำหนดวันนัดสืบพยาน

2

ซึ่งในวันนี้ อัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะโจทก์ ได้มีการเตรียมพยานไว้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับศาลว่าจะอนุญาตให้สืบพยานกี่ปากและใช้เวลากี่นัด

ขณะที่ นายสุทิน ชิตชอบ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น. เอ็น. ว่า นายวันชัย และ นายณัฐกร ถูกขังอยู่ในห้องขังเดียวกัน และที่ผ่านมาก็ใช้ชีวิตปกติดี และไม่มีใครมาทำร้ายแต่อย่างใด ซึ่งในวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็จะเบิกตัว นายวันชัย และ นายณัฐกร ขึ้นรถของทางเรือนจำ ร่วมกับนักโทษคนอื่น เพื่อเดินทางไปยังศาลจังหวัดหัวหิน ตามคำสั่งของศาล ในเวลาประมาณ 08.00 น.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แฉ

แฉประภัสร์ โบ้ย ฆาตกรเป็นพนง.เอกชน

549765-01

พบแล้ว! ศพน้องแก้มด.ญ.13ปี พนง.รถไฟข่มขืนโยนทิ้งข้างทาง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชาวเน็ตชื่นชม ผู้ชายถือป้าย “อยากให้คดีข่มขืนถูกประหาร”

ผู้ชายถือป้าย “อยากให้คดีข่มขืนถูกประหาร”

32

ดาบสองคม โทษประหาร!! เหมาะสมหรือไม่กับคนร้าย “ฆ่าข่มขืน”

นักโทษคดีข่มขืนประหารชีวิต

ย้อนรอย ‘พันธุ์-เดชา’ นักโทษข่มขืน2รายสุดท้ายที่ถูกประหารชีวิต

ป้องกันจากภัยการโดนข่มขืน รู้ไว้ก่อนจะสาย

ป้องกันจากภัยการโดนข่มขืน รู้ไว้ก่อนจะสาย