มาร์ค หวัง รธน.ชั่วคราว คสช. ไม่นิรโทษฯ คนผิดถูกดำเนินคดี

อภิสิทธิ์ โพสต์เฟซบุ๊ก ครบรอบ 2 เดือน คสช. ยึดอำนาจ หวัง รธน.ชั่วคราว คสช. ไม่นิรโทษฯ คนผิดที่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แนะอย่าปิดกั้นแสดงความเห็น

วันนี้ (21 ก.ค. 57) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Abhisit Vejjajiva แสดงความเห็นถึงสถานการณ์ทางการเมือง ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ายึดอำนาจการบริหารประเทศครบ 2 เดือน ในวันพรุ่งนี้ (22 ก.ค. 57) ว่า

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, คสช, รัฐธรรมนูญใหม่

“สู่ระยะที่ ๒ ของคสช. : รัฐธรรมนูญชั่วคราวและการนิรโทษกรรม”

อีกเพียง ๑ วันก็จะครบ ๒ เดือนนับตั้งแต่ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ โดย คสช. ได้แบ่งขั้นตอนการบริหาร (Roadmap) ออกเป็น ๓ ระยะ โดยขณะนี้เป็นที่คาดหมายว่าจะมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินการในระยะที่ ๒

สองเดือนที่ผ่านมา ต้องถือว่าคสช.ประสบความสำเร็จในการนำบ้านเมืองกลับเข้าสู่ความสงบ มีการจับกุมดำเนินคดีกับผู้ก่อความรุนแรง ผู้ครอบครองอาวุธสงคราม มีการเร่งรัดแก้ไขปัญหาที่ค้างคา เช่น การจ่ายเงินในโครงการจำนำข้าว สิ่งเหล่านี้เป็นความแตกต่างที่เป็นรูปธรรมจากสภาพบ้านเมืองก่อนการยึดอำนาจ ทำให้ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนบ่งบอกว่าสังคมมีความพึงพอใจกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม การรัฐประหารก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการเผชิญความจริงได้ว่าการทำให้ระบอบประชาธิปไตยสะดุดหยุดลง รวมถึงการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ แม้ว่าจะทำด้วยเจตนาให้เกิดความสงบ ทำให้ คสช. ต้องพบกับแรงกดดันทั้งจากในและต่างประเทศ ให้มีความชัดเจนว่าจะกลับเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยในภาวะปกติเมื่อใดและอย่างไร หากไม่นับบางกลุ่มที่สูญเสียอำนาจ และเคลื่อนไหวแสดงการต่อต้านอย่างเปิดเผย ต้องถือว่าสังคมไทยให้โอกาส คสช. ในการทำงานอย่างเต็มที่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะพึงพอใจให้ คสช. ใช้อำนาจอย่างเช่นในปัจจุบันตลอดไป

สิ่งที่สังคมไทยคาดหวังที่จะเห็นต่อไป คือ “การปฏิรูปประเทศ” เพื่อให้ระบบการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของไทยมีความโปร่งใส เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ การจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว และนำไปสู่การคืนอำนาจให้แก่ประชาชน จึงมีความคาดหมายว่า สภาพการจำกัดสิทธิเสรีภาพต่างๆ จะค่อยๆ ถูกผ่อนคลายลง

และเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการมีรัฐบาลและสภานิติบัญญัติ รวมทั้งสภาปฏิรูป การแสดงความคิดเห็นต่างๆ โดยสุจริต จะสามารถกระทำได้มากขึ้นเพื่อสนับสนุนกระบวนการปฏิรูป โดยมองว่าหากจะต้องมีการใช้อำนาจโดย คสช. ก็น่าจะเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาความสงบ และชำระสะสางความไม่ถูกต้องทั้งหลาย ตั้งแต่ระดับเล็กๆ เช่น ปัญหาอิทธิพลรถตู้ วินมอเตอร์ไซค์ จนถึงการทุจริตระดับชาติ

สำหรับประเด็นการบริหารโดยทั่วไปก็ดี หรือการออกคำสั่งหรือประกาศก็ดี ย่อมมีคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งคนที่ไม่เห็นด้วย ไม่ได้หมายความว่าต้องการสร้างปัญหาให้กับบ้านเมือง หลายคนเป็นบุคคลที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจจะเห็นการปฏิรูปประเทศประสบความสำเร็จ ซึ่งคนเหล่านี้ควรมีสิทธิที่จะได้นำเสนอมุมมองอย่างตรงไปตรงมา

ผมก็ตั้งใจทำหน้าที่นี้ และขณะนี้ มีหลายประเด็นที่น่าห่วงใย โดยเฉพาะการดำเนินการของ คสช. ที่อาจจะไม่เป็นไปตามความคาดหวังของประชาชน โดยจะทยอยนำเสนอเป็นประเด็นๆ ต่อไป โดยเฉพาะประกาศและคำสั่งที่ออกมานั้นมีสถานะเป็นกฎหมาย หากไม่มีการแก้ไข หลายกรณีจะต้องไปใช้สภานิติบัญญัติ หรือรัฐสภาในอนาคตเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะเป็นเรื่องยุ่งยาก

ผมมองว่าปัญหาพื้นฐานประการหนึ่งคือ คสช. ให้น้ำหนักกับประเด็นความแตกแยก ดังที่ประกาศไว้ในวันยึดอำนาจ โดยมองข้ามมิติปัญหาอื่นๆ จึงตกอยู่ในกับดักว่าจะไม่อนุญาตให้มีการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างเลย และหวังว่าสภาพการณ์แบบนี้ จะสามารถนำไปสู่ความสามัคคีปรองดองในทุกระดับได้ โดยไม่ต้องสนใจประเด็นความถูกผิดของการกระทำต่างๆ ที่นำบ้านเมืองมาสู่วิกฤต

ความสงบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจะมีความยั่งยืนหรือไม่ ต้องพิสูจน์กันในภาวะที่ไม่มีการจำกัดสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและเคลื่อนไหว แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป หากสังคมเห็นว่าการไม่ชำระสะสางปัญหาระบบนิติรัฐนิติธรรมให้เกิดขึ้น หรือการทำงานของคสช.ต้องอยู่เหนือการวิพากษ์วิจารณ์โดยสิ้นเชิง ก็จะเกิดการสะสมแรงกดดันและสุดท้ายไม่อาจนำไปสู่ความสงบหรือความปรองดองสมานฉันท์ได้

สำหรับรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่จะออกมานั้น ผมไม่ได้มีความคาดหวังอะไรมากนักเกี่ยวกับโครงสร้างครม. สภานิติบัญญัติ หรือสภาปฏิรูป เพราะทางเลือกของคสช.คงมีไม่มากนัก แต่สิ่งที่จะต้องจับตามอง คือในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หรือกฎหมายที่จะออกต่อไป คงหนีไม่พ้นที่จะมีบทบัญญัตินิรโทษกรรมให้ คสช. เอง

ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติโดยทั่วไปเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงนอกรัฐธรรมนูญ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่เป็นสภาพความเป็นจริงที่สังคมไทยยอมรับมาโดยตลอด แต่ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การนิรโทษกรรมนี้จะไม่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไปถึงการกระทำในความผิดอื่น ซึ่งจำเป็นต้องชำระสะสางในกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายต่อไป

เพราะหากมีบทบัญญัติในลักษณะดังกล่าว ความยุ่งยากวุ่นวายในประเทศคงจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแน่นอน เพราะต้องไม่ลืมว่าวิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้นครั้งหลังนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ประชาชนเกือบทั้งหมดของประเทศต่อต้านแนวความคิดการล้างผิดกับการกระทำ เช่น การทุจริตคอร์รัปชั่น หรือการใช้ความรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

สำหรับประเด็นปัญหาการปฏิรูปประเทศด้านอื่นๆ ขอยกยอดเป็นวันหลังครับ

MThai news

สุดยอด ! หนูน้อย7ขวบ หาเงินช่วยเพื่อนป่วย

หนูน้อยวัย 7 ขวบ ขายน้ำมะนาวหาเงินรักษาเพื่อนป่วยโรคสมองอัมพาต ด้านพ่อแม่ช่วยโปรโมทและโฆษณาสินค้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หนูน้อยวัย 7 ขวบรายหนึ่ง ยอมลงทุนออกมาขายน้ำมะนาวที่ทำเอง เพื่อหาเงินกว่า 24,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 770,000 บาท ไปจ่ายค่าผ่าตัดให้กับเพื่อนรักวัย 7 ขวบ โดยได้รับการสนับสนุนจากพ่อกับแม่ที่คอยช่วยทำการโปรโมทและโฆษณาสินค้าให้ทางโซเชียลมีเดีย หลังจากผู้คนได้รับรู้ถึงเรื่องดังกล่าวต่างพากันแห่เข้าซื้อน้ำมะนาวและร่วมบริจาคเงินจำนวนมากให้กับหนูน้อย

หนูน้อยวัย 7 ขวบ หาเงินรักษาเพื่อน

หนูน้อยวัย 7 ขวบ หาเงินรักษาเพื่อน

ด้านหนูน้อย เปิดเผยว่า หลังจากที่รู้ว่าเพื่อนของตนจะต้องไปผ่าตัดที่อเมริกา และต้องใช้เงินจำนวนมากถึง 20,000 ดอลลาร์ (640,000 บาท) ทำให้ตนรู้สึกอยากช่วยเหลือจึงได้บอกกับพ่อกับแม่ของตนว่าอยากทำน้ำมะนาวขายเพื่อนำเงินไปช่ววยเหลือเพื่อน หนูน้อยวัย 7 ขวบได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยคำพูดที่น่าประทับใจว่า “เหตุผลเดียวที่ทำให้ผมต้องทำแบบนี้นั่นก็เพราะ เขาเป็นเพื่อนของผม”

เพื่อนของหนูน้อยคนดังกล่าว ป่วยเป็นโรคสมองอัมพาต เขาต้องทนกับความเจ็บปวดอยู่เสมอ เวลาที่เขาต้องทำกายภาพบำบัดเพื่อให้กลับมาเดินได้ แต่ในตอนนี้ พ่อของเขาบอกว่า เขาสามารถหายได้ โดยเขาสามารถไปผ่าตัดได้ที่นิวเจอร์ซีย์ และถ้าเขาผ่าตัดสำเร็จ เขาจะสามารถกลับมาเดินได้อีกครั้ง โดยปราศจากที่รัด หรือไม้ค้ำซึ่งเพื่อนของหนูน้อยวัย 7 ขวบมีกำหนดผ่าตัดในเดิอน ส.ค. ที่จะถึงนี้

หนูน้อยวัย 7 ขวบ หาเงินรักษาเพื่อน

หนูน้อยวัย 7 ขวบ หาเงินรักษาเพื่อน

หนูน้อยวัย 7 ขวบ หาเงินรักษาเพื่อน

หนูน้อยวัย 7 ขวบ หาเงินรักษาเพื่อน

MThai News

ชวนขำ คุณครูVsนักเรียนสุดเกรียน ต่อรองขอกลับบ้านก่อน

ชวนอมยิ้ม คลิปคุณครูVsนักเรียนเกรียนต่อรองขอกลับบ้านก่อน หลายคนดูแล้วคิดถึงวันวานวัยเรียน

คลิปจากโซเชียล  : ชาวสังคมออนไลน์แชร์คลิปเด็กนักเรียนชายหัวเกรียนคนหนึ่งเข้าไปต่อรองขอคุณครูกลับบ้านก่อนทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียน โดยนักเรียนชายอ้างว่าปวดหัว แต่คุณครูก็บอกว่าปวดหัวก็ไปนอนพัก ไปนอนใต้ต้นไม้หรือห้องพยาบาลก็ได้

000

แต่นักเรียนชายก็ยังพยายามต่อรองกับคุณครูว่า ผมขอกลับบ้านก่อนไม่ไหวจริงๆ แล้วจะให้พ่อแม่โทรมาลาก็ได้ แต่คุณครูก็ยังยืนยันคำเดิมคือให้ไปนอนพัก เพราะไม่ได้เป็นอะไร ไม่ใช่ว่านักเรียนจะได้ทุกอย่างตามที่ขอนะ

ซึ่งคลิปนี้ถ้าดูก็เป็นคลิปเด็กนักเรียนเกรียนๆธรรมดาๆ แต่บางคนที่ได้ดูกลับบอกว่าทำให้คิดถึงวัยเรียนที่ได้สนิทกับครูแบบนี้ บางคนก็เคยกวนคุณครูแบบในคลิปเหมือนกัน ก็เป็นคลิปที่ได้ดูแล้วหวนนึกถึงความทรงจำอีกครั้งหนึ่ง หากใครได้ดูแล้วลองมาแชร์กันบ้างว่าวีรกรรมวัยเรียนสุดเกรียนของคุณมีอะไรบ้าง ?

MThai News