เด็กหญิง อายุ 12 ปี ถูกพ่อแม่ทิ้งไว้อยู่บ้านเพียงลำพัง เด็กเผย พ่อแม่ไปทำงานที่กรุงเทพตั้งแต่ยังเด็ก จากนั้นก็ไม่เคยติดต่อกลับมาอีกเลย
วันนี้(19 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดอุบลราชธานีว่า พบเด็กหญิง อายุ 12 ปี ถูกพ่อแม่ทิ้งไว้อยู่บ้านเพียงลำพังบ้านเลขที่ 33 บ้านคำหมาไน ม.3 ต.นาเลิน อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี ไม่มีเงินหรือเครื่องใช้สิ่งของอำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิตประจำวัน อาศัยอยู่ในบ้านไม้เก่าๆยกพื้น มีประตูไม้เก่าๆ ใช้สำหรับป้องกันอันตราย หลังคามุงด้วยสังกะสี

ด.ญ.วัย12พ่อแม่ทิ้ง
ภายในบ้านพบ เด็กหญิงพิสมัย หรือ น้องเขียว อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนบ้านคำหมาในร่องเข ในครัวมีเพียงเตาถ่านกระติ๊บข้าวเหนียว และ ถ้วย 2 ใบ สำหรับใส่ข้าวทาน
เด็กหญิงพิสมัยเปิดเผยว่า เรียนอยู่ ชั้น ป.4 โรงเรียนบ้านคำหมาในร่องเข ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้าน พักอาศัยหลับนอนอยู่บ้านหลังนี้เพียงลำพัง ในวันธรรมดาตนเองก็จะไปโรงเรียนทานข้าวกลางวันที่โรงเรียน และ แม่บ้านที่โรงเรียนก็จะห่อกับข้าวตอนกลางวันมาให้ทานที่บ้านในตอนเย็นด้วย
หลังจากเลิกเรียนจะรับจ้างไปดูแลคนป่วยทำความสะอาดบ้าน ในหมู่บ้านเพื่อแลกเงิน 5 บาท 10 บาท ไปซื้อขนมในโรงเรียน บางวันหากก็ไม่มีใครจ้างก็ไม่มีเงินซื้อขนม ส่วนวันหยุดเสาร์อาทิตย์จะไปอยู่ร้านขายของข้างบ้านคอยดูแลคนป่วยเพื่อแลกเงินไว้ไปโรงเรียนในวันธรรมดา
เมื่อถามถึงพ่อแม่ เด็กหญิงพิสมัยเล่าว่าไม่ได้เจอหน้าพ่อกับแม่มานานหลายปีแล้ว จนจำหน้าแทบจะไม่ได้ รู้แต่เพียงว่าพ่อกับแม่ไปทำงานที่กรุงเทพตั้งแต่ตนยังเด็ก จากนั้นก็ไม่เคยติดต่อกลับมาอีกเลย แล้วก็ไม่รู้ว่าตอนนี้พ่อกับแม่
ด้านนางกาญจนา โกเมนไปรรินทร์ อายุ 62 ปี และ นางธัญญา คงทน เพื่อนบ้านที่คอยดูเด็กหญิงพิสมัย เผยว่าตั้งแต่มาอยู่หมู่บ้านนี้ 9 ปี ยังไม่เคยเห็นหน้า พ่อแม่ของเด็กหญิงพิสมัยเลย และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลจะเป็นในเรื่องความเป็นอยู่ การเรียนอยากให้เด็กหญิงพิสมัยได้เรียนสูงๆ เพราะการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญในอนาคต
สำหรับการช่วยเหลือขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือดูแลความเป็นอยู่ของเด็กหญิงพิสมัย มีเพียงนายศรีมูล ช่วยสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนคำหมาในร่องเข และนางกีรติญา สืบเหล่า ครูที่ปรึกษา ทำเรื่องถึงสำนักงานการปฐมศึกษาเขต 3 อุบลราชธานี รายงานความเป็นอยู่ของเด็กในความรับผิดชอบเท่านั้น แม้ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลนาเลินจะอยู่ห่างจากบ้านของเด็กแค่ 100 เมตรเท่านั้น ก็ยังไม่มีการเจ้าหน้าที่มาดูแลให้การช่วยเหลือ
MThai News