งดงาม ! รุ้งสองเส้น ขึ้นเหนือวัดใต้บาดาล ชาวมอญเชื่อเป็นลางดี

สุดงดงาม ! รุ้งกินน้ำสองเส้น ขึ้นเหนือวัดใต้บาดาล ชาวมอญเชื่อเป็นลางดี

วันนี้(18 ส.ค.) นักท่องเที่ยวและชาวมอญในชุมชนบ้านวังกะ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี ต่างตื่นเต้นกับ รุ้งกินน้ำขนานกัน 2 เส้น กันอย่างสวยงาม ค่อมลำน้ำซองกาเลีย

01

แนวสายรุ้งไปบรรจบลงที่ใกล้กับโบสถ์ใต้บาดาลของวัดวังก์วิเวการาม ที่สร้างโดยพระราชอุดมมงคล หรือหลวงพ่ออุตตมะ อดีตเจ้าอาวาส ซึ่งชาวบ้านบริเวณดังกล่าวเชื่อว่าเป็นลางดีโดยมีหลายคนถ่ายภาพได้เป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้วัดวังก์วิเวการามเดิมนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2498 เป็นวัดที่เกิดจากพลังความเลื่อมใสศรัทธาต่อหลวงพ่ออุตตมะ จุดที่ตั้งของวัดนี้ อยู่ในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ คือบริเวณเนินที่มีแม่น้ำสามสายมาบรรจบกัน คือ แม่น้ำบิคลี่ ซองกาเลีย และรันตี มารวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย

MThai News

02

รวยกองทุน แบบมนุษย์เงินเดือน ปันผล-ไม่ปันผล แบบไหนดี ?

เมื่อพูดถึงเรื่องการออม หลายคนคงคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็กจนโต ว่าคือการเก็บออมเงินไว้ใช้ในอนาคต หรือไว้ใช้ในยามจำเป็น แต่รู้หรือไม่ว่าการออมเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการในปัจจุบัน

การออมคือการเก็บสะสมเงินเพื่อใช้ในอนาคต หรือยามจำเป็น แต่มันจะดีแค่ไหนหากเงินที่เรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลายเก็บออมไว้สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้มากกว่านอนอยู่ก้นกระปุก หรือเป็นเพียงตัวเลขในบัญชีเงินฝากเท่านั้น

7

เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมาทำความรู้จักกับคำว่า “การลงทุน” หลายคนอาจจะยังเข้าใจความหมายเดิมของการลงทุนอยู่ ว่าคือการนำเงินที่เรามีอยู่ไปสร้างผลตอบแทน

ถูกต้องนะคร้าบบบบ!!! ทุกคนไม่ได้เข้าใจผิดเพี้ยนในความหมายของ “การลงทุน” แต่อย่างใด แต่!!! การลงทุนที่คุ้มค่า หรือการให้เงินทำงานแทนเรา คืออะไรหลายคนยังไม่เข้าใจ หรือไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำไป

“การลงทุน” มีวิธีการที่หลากหลาย ตามรูปแบบ และความต้องการของผู้ลงทุน เช่น การลงทุนในหุ้น การซื้อหน่วยลงทุนของกองทุน ซึ่งรวมแล้วเราเรียกว่า “สินทรัพย์เสี่ยง

หรือแม้กระทั่งการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีการเติบโตของมูลค่าอย่างต่อเนื่อง เช่น ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียม ซึ่งรวมแล้วเราเรียกว่า “สินทรัพย์ไม่เสี่ยง” หรือเสี่ยงน้อยเป็นต้น

แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงการลงทุนใน “สินทรัพย์เสี่ยง” ที่มีชื่อว่า “กองทุน” อย่าเพิ่งตกใจกับคำว่า “สินทรัพย์เสี่ยง” นะครับ เพราะตามหลักของการลงทุน ยิ่งเสี่ยงมากผลตอบแทนยิ่งสูงมาก “More risk more return”

กองทุน หรือกองทุนรวม คือแหล่งรวมเงินทุนเพื่อใช้ในการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้น การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือแม้กระทั่งการลงทุนในสินทรัพย์ที่เป็นโภคภัณฑ์ (Commodity) เช่น ทอง น้ำมัน เป็นต้น

เห็นแล้วใช่หรือไม่ครับว่าเพียงแค่การลงทุนผ่านกองทุนเพียงอย่างเดียว ยังมีหลายลักษณะ แล้วเราจะเลือกลงทุนอะไร และอย่างไร ถึงจะเรียกว่าเป็นการ “ลงทุนที่คุ้มค่า” และให้ผลตอบแทนสูงสุด

10

เอาเป็นว่า ถ้าเอาความคุ้มค่า หรือผลตอบเป็นตัวตั้ง เราจะแบ่งกองทุนออกเป็นสองประเภทคือ กองทุนปันผล และไม่ปันผล

กองทุนปันผล“ คือกองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์ลักษณะต่าง ๆ ที่มีนโยบายจ่ายผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนของกองทุนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน หรือแปลเป็นภาษาง่าย ๆ ว่า ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้ผลตอบแทนจากการดำเนินงานของกองทุนตามสัดส่วนของการถือหน่วยลงทุนนั่นเอง

อย่างเช่น เราถือหน่วยลงทุนในกองทุน A 10 หน่วย กองทุน A จ่ายปันผล 1 บาทต่อ 1 หน่วย เราก็จะได้เงินปันผล 10 บาท

ซึ่งข้อดีของการถือหน่วยลงทุนในกองทุนปันผลคือ เราจะได้รับผลตอบแทนตลอดระยะเวลาที่ถือหน่วยลงทุน แต่มูลค่าของหน่วยลงทุนนั้น ๆ อาจจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก เช่นเราซื้อหน่วยลงทุนด้วยมูลค่า 10 บาทต่อหน่วย ผ่านไป 1-2 ปี มูลค่าของหน่วยลงทุนอาจจะยังอยู่ที่ 10 บาท

หรือมีการเปลี่ยนแปลงโดยส่วนมากก็จะไม่เกิน 20-30 สตางค์ต่อหน่วย เป็นต้น พูดง่าย ๆ ว่าเงินลงทุนยังเท่าเดิมนั่นเอง แต่มีรายได้จากเงินปันผล

5

กองทุนไม่ปันผล” พออ่านมาถึงตรงนี้ ทุกคนคงมีคำถามเกิดขึ้นทันที แล้วเราจะได้อะไรในเมื่อไม่มีเงินปันผล ใจเย็น ๆ นะครับ อย่าด่วนตัดสินใจว่ากองทุนในลักษณะนี้ไม่น่าสนใจ

เพราะขึ้นชื่อว่าการลงทุน ย่อมต้องสร้างผลตอบแทนไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง กองทุนนี้ก็เช่นกัน มันสร้างผลตอบแทนให้ทุกคนได้อย่างแน่นอน แต่ก่อนอื่น ลองไปรู้จักกับ “กองทุนไม่ปันผล” กันก่อนนะครับ

กองทุนไม่ปันผล“ คือกองทุนที่ไม่มีนโยบายในการจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน แต่จะนำผลประโยชน์ หรือกำไรจากการดำเนินงานของกองทุนไปลงทุนต่อในทันที สงสัยใช่หรือไม่ ว่าผู็ถือหน่วยลงทุนจะได้อะไร

ผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุนนี้ จะได้ผลตอบแทนต่อเมื่อขายหน่วยลงทุนออกไป เพราะทุกครั้งที่กองทุนมีการนำผลประโยชน์ หรือกำไรไปลงทุนต่อ มูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนรวม ตลอดจนผลประโยชน์ต่างๆ ที่กองทุนรวมได้รับจากการลงทุนหรือ NAV ก็จะเพิ่มสูงขึ้น ทำให้มูลค่าของหน่วยลงทุนสูงขึ้นตามไปด้วย

เช่น กองทุน B มีมูลค่ากองทุน 1,000 บาท มีหน่วยลงทุนทั้งหมด 100 หน่วย คิดเป็นหน่วยละ 10 บาท เมื่อกองทุน B นำผลประโยชน์ หรือกำไรจากการลงทุนจำนวน 200 บาท ไปลงทุนต่อเนื่อง มูลค่าของกองทุน B ก็จะเพิ่มเป็น 1,200 บาท ดังนั้น มูลค่าของหน่วยลงทุน B ก็จะเพิ่มเป็น 12 บาทเป็นต้น

ทำให้เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนขายหน่วยลงทุนออกไปก็จะได้กำไร 2 บาทต่อหน่วยลงทุน เป็นต้นพอจะเห็นภาพกันชัดเจนมากขึ้นแล้วนะครับ สำหรับกองทุนทั้ง 2 แบบ ว่าให้ผลตอบแทนต่างกันอย่างไร หน้าที่ต่อไปของมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ต้องทำก็คือ ท่องคาถานี้ไว้ให้ขึ้นใจก่อนการลงทุนทุกครั้งนะครับ

“การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน”

MThai News

11

โจ่งครึ้ม นักเรียนนัวเนียหน้าตู้เกม กลางห้างดัง

ชาวเน็ตวิจารณ์ คลิปคู่รักนักเรียน พลอดรักดูดดื่มหน้าตู้เกมห้างดัง ไม่แคร์สายตาผู้คน

วันนี้ (18 ส.ค.) กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง หลังจากมีผู้เผยแพร่คลิปเด็กนักเรียนชายหญิงโอบกอดพลอดรัก อย่างไม่สนใจสายตาผู้คน จนกระทั่งมีคนหยุดยืนดูใกล้ ทั้งคู่จึงหยุดพฤิตกรรมดังกล่าว สำหรับสถานที่คาดว่าน่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

นร.ชายหญิง นัวเนียหน้าตู้เกม

นร.ชายหญิง นัวเนียหน้าตู้เกม

แม้เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวจะมีให้เราเห็นค่อนข้างบ่อยจนทำให้หลายคนเอือมระอาในพฤติกรรมนี้ไปเสียแล้ว สมาชิกเฟซบุ๊คส่วนหนึ่งแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะแสดงออกในที่สาธารณะ ถึงแม้ว่าเมืองไทยจะเริ่มเปิดเสรี แต่ยังคงมีวัฒนธรรมดีงามที่ต้องรักษาไว้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

000

เสื่อม!! นักเรียนร.ร.ดัง นัวเนียแฟนสาวกลางร้านอาหาร