ยิ่งลักษณ์ ย่องเงียบถึงไทยแล้ว บินลงดอนเมืองแทน

ยิ่งลักษณ์ ย่องเงียบถึงไทยแล้ว บินลงดอนเมืองแทน รวมการเดินทางกว่า 20 วันที่ยุโรป

วันนี้(11 ส.ค.) เมื่อเวลา 22.00 น. ที่ผ่านมามีรายงานข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางกลับจากการทัวร์ประเทศแถบยุโรป กลับถึงประเทศไทยที่สนามบินดอนเมือง ด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ

116522

ซึ่งได้ใช้ช่องทางพิเศษเลี่ยงนักข่าวเดินทางกลับยังที่พัก รวมระยะเวลาการเดินทาง 20 วัน ตามที่ได้มีการทำหนังสือขออนุญาตกับทาง คสช.ไว้

โดยก่อนหน้านี้ที่บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิมีผู้สื่อข่าวและประชาชนจำนวนหนึ่งได้เดินทางไปรอรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะเครื่องบินลงมาจอดที่สนามบินดอนเมืองแทน

ขอบคุณภาพจาก : @INamKaa

MThai News

เงิบ!! กรมธนารักษ์ยัน เหรียญ10 ปี33 มี50ล้านเหรียญ

กรมธนารักษ์ยืนยันปี พ.ศ.2533 ไม่ได้มีเหรียญ 10 บาท แค่ 100 เผยเคยซื้อเหรียญ 10 บาทสำเร็จรูปมาจากบริษัทโอลินบราส ประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 50 ล้านเหรียญ 

จากกรณีที่ร้านปาหนัน จิวเวลรี่ ได้ประกาศตามหาเหรียญ 10 บาท ที่ผลิตขึ้นเมื่อปี 2533 ซึ่งมีผลิตเพียง100เหรียญเท่านั้นและเป็นที่ต้องการของนักสะสมเป็นจำนวนมากโดยทางร้านเผยว่าจะให้ค่านายหน้าแก่ผู้แจ้ง 40,000 บาท ส่วนเจ้าของเหรียญได้ 100,000 บาท  ล่าสุด (10 ส.ค.) นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วว่าปี พ.ศ.2533 ไม่ได้มีเหรียญ 10 บาท แค่ 100 เหรียญเท่านั้น เนื่องจากเมื่อปี 2533 ได้ซื้อเหรียญ 10 บาทสำเร็จรูปมาจากบริษัทโอลินบราส ประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวนถึง 50 ล้านเหรียญ ไม่ได้มีแค่ 100 เหรียญตามข่าวลือแน่นอน

20

ขณะที่ ปี พ.ศ.2532 ได้ซื้อเหรียญสำเร็จรูปมาจากบริษัทดิ อิตาเลียน เสตท มิ้นท์ จำนวน 100 ล้านเหรียญ ส่วนเรื่องการนำไปแสดงโชว์ที่แคนาดาหรือไม่นั้้น ยังไม่ขอยืนยัน แต่ก็สั่งให้ฝ่ายผลิตเหรียญกษาปณ์ไปตรวจสอบข้อมูลแล้ว คาดว่าต้องใช้เวลา เพราะติดวันหยุดราชการ 4 วัน แต่ที่ยืนยันได้แน่คือ ปี พ.ศ. 2532 -2533 เราซื้อเหรียญ 10 บาท รวมกันถึง 150 เหรียญ

ด้านนายวีระวุฒิ ศรีเปารยะ รองอธิบดีด้านเหรียญกษาปณ์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากเหรียญ 10 บาท มีการผลิตขึ้นในปี พ.ศ. 2532 -2533 นั้นเป็นเวลานานแล้ว แต่โดยหลักการผลิตเหรียญในจำนวน 100 เหรียญนั้นเป็นไปได้ยาก และเหรียญดังกล่าวผลิตขึ้นเพื่อใช้หมุนเวียนในระบบ ไม่ได้ผลิตออกมาเพื่อเป็นเหรียญที่ระลึก โดยการผลิดเหรียญแต่ละครั้ง เฉลี่ยต้องผลิตไม่ต่ำกว่า 1 ล้านเหรียญเป็นที่ชัดเจนอยู่แล้ว

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10562979_350129731807887_558110772281322639_n

ว่อนเน็ต ! รับซื้อเหรียญ10 ปี2533ในราคาแสนบาท มีแค่100เหรียญ

พ่อแม่ชาวออสซี่ ยืนยัน อยากรับเลี้ยงน้องแกรมมี่

พ่อแม่ชาวออสเตรเลีย เปิดใจยังคงรับเลี้ยงน้องแกรมมี่ ด้าน รมว.ต่างประเทศออสเตรเลีย เข้าหารือปลัด กต.ของไทย แนะไทยจัดระเบียบเรื่องอุ้มบุญอย่างจริงจัง

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2557 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า นางเวนดี้และนายเดวิด ฟาร์เนลล์คุณพ่อและคุณแม่ชาวออสเตรเลีย ที่ตกเป็นข่าวว่าปฏิเสธการรับเลี้ยงน้องแกมมี่ ได้ออกมาเปิดใจผ่านรายการโทรทัศน์ของออสเตรเลีย หลังจากที่ทั้งสองคนถูกกระแสสังคมกดดันอย่างหนัก เรื่องที่ทั้งสองคนปฏิเสธไม่รับน้องแกรมมี่ เด็กชายฝาแฝดที่เกิดจากการอุ้มบุญ กลับบ้านไปเลี้ยง เพราะพบว่าน้องแกมมี่เป็นเด็กออทิสติก

พ่อแม่ออสเตรเลียอยากรับเลี้ยงน้องแกรมมี่

พ่อแม่ออสเตรเลียอยากรับเลี้ยงน้องแกรมมี่

 ทั้งนี้ ทั้งสองคนได้ให้สัมภาษณ์กับ รายการโทรทัศน์ของออสเตรเลีย ว่า พวกเขาไม่เคยสมรู้ร่วมคิดกับเอเยนซี่จัดหาคนอุ้มบุญ ที่ให้ น.ส.ภัทรมน จันทร์บัว เป็นคนรับน้องแกรมมี่ไปเลี้ยง  นายเดวิด ฟาร์เนลล์ กล่าวว่า เขาต้องการเด็กน้อยทั้ง 2 คน เขาและภรรยาไม่เคยบอกคุณภัทรมน ว่า คุณภัทรมนมีสิทธิ์ขาดสามารถเอาน้องแกรมมี่ไปเลี้ยงได้เลย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม เราบอกว่าเราต้องการให้เด็กทั้งสองคนเกิดมาก่อน และเราค่อยมาคิดกันทีหลัง

นอกจากนี้ นายฟาร์เนลล์ ยังปฏิเสธสิ่งที่คุณภัทรมนกล่าวอ้างว่า พ่อแม่ชาวออสเตรเลียทั้งสองคน ทอดทิ้งน้องแกรมมี่ และให้ความรักความอบอุ่นกับน้องปิปาห์มากกว่า นอกจากนี้ ทั้งสองสามีภรรยา ยังเอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้านตลอดทั้งสัปดาห์ เมื่อทั้งคู่รู้ว่านักข่าวต่างมาดักรอหน้าบ้านเพื่อรอสัมภาษณ์

ด้าน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่ รมว.ต่างประเทศ  ได้หารือกับ นางจูลี บิชอป รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย กรณีที่ชาวออสเตรเลียมาจ้างคนไทยเป็นผู้รับอุ้มบุญนั้น รัฐบาลออสเตรเลียยืนยันว่าไม่สนับสนุนการดำเนินการใด ๆ ที่เป็นเรื่องผิดกฎหมาย และไทยต้องจัดระเบียบเรื่องดังกล่าว แต่ถึงกระนั้น ยังมีคนออสเตรเลียที่จ้างคนไทยมาอุ้มบุญกว่า 100 ราย และทางออสเตรเลียอยากให้ไทยพิจารณาแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยคำนึงถึงด้านมนุษยธรรม เพราะหากเด็กคลอดออกมา ก็ต้องมีผู้รับเลี้ยงดูต่อไป

MThai News