ไม่สั่งห้าม มธ.เสวนา รธน.ชั่วคราว-นศ.ยืนยันจัดต่อ พร้อมรับผิด

อำนวย ปัด ไม่สั่งห้ามเสวนาที่ มธ.-ด้าน มธ.จัดเสวนาต่อไป

จากกรณีที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย มีกำหนดการจัดเสวนา “ห้องเรียนประชาธิปไตย : บทที่ 1 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 และต่อมา พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ได้มีคำสั่งห้ามจัดเสวนาวิชาการในเรื่องนี้
Profile picture
ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามไปยัง พล.ต.ต.อำนวย ถึงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ซึ่ง พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ตนไม่มีอำนาจในการสั่งห้าม แต่จะเป็นบุคคลอื่นหรือใครนั้นจะต้องมีการตรวจสอบอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ทางนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุ จะดำเนินการจัดเสวนาวิชาการเรื่องรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ต่อไป และพร้อมที่จะรับผิดชอบหากเกิดปัญหาใด ๆ ขึ้น

14074790321407479377l

คนสนิทยัน “ยิ่งลักษณ์” กลับไทย 10 สค. ตามที่ขอ คสช.

แหล่งข่าวใกล้ชิดนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่านางสาว ยิ่งลักษณ์ รักษาคำพูด และจะเดินทางกลับประเทศไทยแน่นอน พร้อมลูกชาย ในวันที่ 10 สค. ตามที่ได้ร้องขอต่อ คสช. ไว้

แหล่งข่าวใกล้ชิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กำหนดการในการเดินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิม คือจะกลับถึงประเทศไทยในวันที่ 10 สค. นี้ ตามที่ได้ขออนุญาตจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.

10

โดยที่น.ส.ยิ่งลักษณื จะเดิยทางกลับจากลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ด้วยสายการบินไทย พร้อม ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ น้องไปป์ บุตรชาย แต่ในเบื้องต้นยังไม่มีการระบุเที่ยวบินในการเดินทางกลับเท่านั้น

MThai News

ด่วน!! ก.ต.ไล่ออก อดีตรองปธ.ศาลฎีกา ให้ประกันจำเลยคดีข่มขืน-ค้ายา

คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ลงมติ ไล่ออก-ให้ออก อดีตรองประธานศาลสูง หน.คณะในศาลฎีกา อดีตประธานศาลอุทธรณ์ รวม 4 นาย  กรณีให้ประกันจำเลยคดีข่มขืน-ยาเสพติดไม่ชอบ

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว ว่า ในการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม(ก.ต.)เมื่อเร็วๆนี้ ได้พิจารณาลงโทษทางวินัยผู้พิพากษาชั้นใหญ่ 7 นาย ที่ถูกกล่าวหาว่าให้ประกันตัวจำเลยในคดีข่มขืนกระทำชำเรา และคดียาเสพติดผิดระเบียบและกฎหมาย ซึ่งก.ต.มีมติให้ลงโทษผู้พิพากษาแต่ละรายดังนี้

30

1.ให้ นายองอาจ โรจนสุพจน์ ผู้พิพากษาอาวุโส อดีตรองประธานศาลฎีกา,นายสิงห์พล ละอองมณี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา พ้นจากตำแหน่ง(ไล่ออก)ตาม พ.ร.บ.ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม มาตรา 32(7)

2.ให้ นายอดิศักดิ์ ทิมมาศย์ ผู้พิพากษาอาวุโส อดีตประธานศาลอุทธรณ์ ,นายสิทธิชัย พรหมศร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา พ้นจากตำแหน่ง(ให้ออก)ตาม พ.ร.บ.ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม มาตรา 32 (7)

3.ให้งดเลื่อนขั้นเงินเดือน ผู้พิพากษาศาลฎีกา 2 นาย ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 76 (4)

4.ให้ภาคทัณฑ์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1(อดีตรองอธิบดีศาลอาญา)ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 76 (5)

แหล่งข่าวกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยผู้พิพากษากลุ่มนี้ ประธานศาลฎีกาได้สั่งให้พักราชการนายองอาจ โรจนสุพจน์ อดีตรองประธานศาลฎีกา,นายสิงห์พล ละอองมณี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ซึ่งเป็นอำนาจของปรธานศาลฎีกา ตาม พ.ร.บ.ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมมาตรา74 ที่ระบุว่า เมื่อข้าราชการตุลาการผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน หรือถูกฟ้องคดีอาญา ถ้า ก.ต. เห็นว่าจะให้อยู่ในหน้าที่ราชการระหว่างสอบสวนหรือพิจารณาจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ประธานศาลฎีกาจะสั่งให้พักราชการก็ได้

แหล่งข่าวกล่าวว่า การให้ไล่ออก-ให้ออกผู้พิพากษาจากการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ถือเป็นการลงโทษทางวินัยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งและเป็นผู้พิพากษาที่มีตำแหน่งสูงซึ่งศาลยุติธรรมมีนโยบายชัดเจนในเรื่องนี้ซึ่งจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าทีของศาลยุติธรรมมากขึ้นว่า เป็นไปอย่างซื่อสัตย์สุจริต เป็นไปตามระเบียบแบบแผนและรอบคอบ

“หลังจกที่ ก.ต.มีมติให้ไล่ออกนายสมศักดิ์ จันทกุล ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2553 ซึ่งถูกกล่าวหาในทำนองเดียวกัน ในเรื่องการให้ประกันตัวจำเลย ก็เริ่มมีการสอบสวนข้อเท็จจริงผู้พิพากษาที่เกี่ยวข้องเรื่อยมา”แหล่งข่าวกล่าว

MThai News