มีหลายคนเกิดข้อสงสัย เกี่ยวกับการออมเงินเหรียญแล้วไปฝากกับทางธนาคารแล้ว เหตุใดธนาคารจึงมีท่าทีไม่อยากรับฝาก ทั้งๆที่เป็นเงิน ที่ใช้ซื้อขาย ได้เหมือนกับธนบัตร
อย่างกรณีของเด็ก 5 ขวบ นำเงินที่ได้จากการหยอดกระปุกมาฝากธนาคาร จำนวน 7,000 บาท แต่ธนาคารไม่รับฝาก ถูกปฏิเสธหน้าหงายเงิบ เนื่องจากเป็นเงินเหรียญทั้งหมด กลายเป็นที่วิจารณ์กันให้กระฉ่อน จนสุดท้ายธนาคารดังกล่าวถึงกับออกมาขออภัย เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ธนาคารปฏิเสธการรับฝากเงินเหรียญ แล้วจะเรียกว่าธนาคารทำไม ?
เสียงสะท้อนจากผู้ฝาก ที่ตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงไม่รับเหรียญฝากธนาคาร หรือเงินเหรียญไร้ค่าเสียแล้ว ซึ่งต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า การนับเหรียญแต่ละทีของพนักงานธนาคารก็ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ธนาคารบางสาขาพบว่ามีการติดเวลาไว้ให้สำหรับแลกเหรียญ อีกทั้งยังคิดค่านับเหรียญกับผู้ที่นำเงินเหรียญเข้าไปฝาก โดยแต่ละธนาคารจะตั้งหลักเกณฑ์และค่าธรรมเนียมการรับฝากเหรียญไว้ ดังนี้
ธนาคารกรุงเทพ คิดค่าธรรมเนียม 1 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่า
ธนาคารกรุงไทย ฝากเงินไม่เกิน 2,000 บาท ไม่คิดค่าบริการ ส่วนที่เกิน 2,000 บาท คิด 1 เปอร์เซ็นต์
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ฝากตั้งแต่ 100 เหรียญขึ้นไป คิด 2 เปอร์เซ็นต์
ธนาคารกสิกรไทย ฝากตั้งแต่ 501 เหรียญขึ้นไปคิด 1 เปอร์เซ็นต์
ธนาคารทหารไทย ฝากเกิน 100 บาท คิดค่าธรรมเนียม 2 เปอร์เซ็นต์
ธนาคารไทยพาณิชย์ ฝากเงินตั้งแต่ 200 เหรียญขึ้นไป คิดค่าธรรมเนียม 2 เปอร์เซ็นต์
ธนาคารออมสิน ฝากเหรียญตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป คิดค่าธรรเนียม 1 เปอร์เซ็นต์
ธอส. รับฝากหรือแลกตั้งแต่ 100 เหรียญขึ้นไป คิดค่าธรรมเนียม 3 เปอร์เซ็นต์

ข้อมูลเหล่านี้บางคนอาจจะยังไม่ทราบ เมื่อนำเหรียญไปแลกก็ถึงกับชะงัก เพราะการที่เรานำเงินไปฝากก็ต้องเสียค่าธรรมเนียม ทั้งที่ไม่ได้ไปขอกู้ยืมเงิน และเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยที่ได้จากการฝากเงินอันน้อยนิด กับนำเงินเข้าไปฝากให้เขาใช้หมุนเวียนแต่ยังมาคิดเงินกับคนที่นำเงินไปฝาก แบบนี้ก็รู้สึกแปลกดีเหมือนกัน
แต่อย่างไรก็ตาม ทางธนาคารไม่มีสิทธิ์ที่จะปฎิเสธการรับฝากเหรียญจากประชาชนได้ หากใครเจอธนาคารไม่รับฝากเหรียญ สามารถร้องเรียนไปได้ที่ ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) 1213 หรือ Emai Fcc@bot.or.th ได้ แต่หากไม่ถึงใจ การนำเรื่องเผยแพร่สู่โลกออนไลน์ ก็เป็นวิธีช่วยให้กระจายข่าวได้เป็นอย่างดี อย่างที่เกิดกับหนูน้อย 5 ขวบ จนสุดท้ายธนาคารก็งานเข้าซะเอง เพราะภาพลักษณ์ชื่อเสียงของธนาคารนั้นสำคัญ

ทั้งนี้ ใครที่เก็บสะสมเงินเหรียญอยู่เป็นถังเป็นกระปุก สามารถนำไปแลกเป็นธนบัตรได้ที่สำนั กบริหารเงินตรา กรมธนารักษ์ เพื่อการใช้จ่ายที่สะดวก ไม่ต้องหอบเหรียญให้หนัก แต่หากจะนำไปชำระหนี้แล้ว กฎกระทรวงมีการกำหนดไว้ว่า
เหรียญ 1 สตางค์ ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน 5 บาท
เหรียญ 5, 10, 25, 50 สตางค์ ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน 10 บาท
เหรียญ 1 บาท ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน 500 บาท
เหรียญ 5 บาท ชำระหนี้ได้ครั้งละ ไม่เกิน 500 บาท
เหรียญ 10 บาท ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท

สิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้กันไปตามกติกาทางสังคม ผู้ฝากจะรับเงื่อนไขหรือไม่ก็เป็นเรื่อง ของแต่ละบุคคล แต่การปฏิเสธโดยที่อ้างว่า ตู้เซฟเต็ม ไม่มีคนนับเหรียญ ไม่ใช่ช่วงเวลารับเหรียญนั้น หรือเหรียญมีตำหนิ นั้นธนาคารไม่สามารถปฏิเสธได้ สามารถร้องเรียนได้ทันที
เพชรพิริยะ
MThai News


