2 สามีภรรยาชาวออสเตรเลีย โต้กลับแม่อุ้มบุญ อ้างถูกบิดเบือนข้อเท็จจริง
รายงานของบันบิวรี่ ระบุว่า เด็กฝาแฝดทั้งสองคน ได้คลอดที่โรงพยาบาลใหญ่ระดับอินเตอร์ในประเทศไทย แต่แม่อุ้มบุญได้ย้ายไปยังโรงพยาบาลอื่น ข้อตกลงเรื่องการอุ้มบุญจึงกลายเป็นโมฆะ ทำให้พ่อแม่ชาวออสเตรเลีย ไม่มีสิทธิตามกฎหมายในการเอาตัวทารกทั้งคู่ไป
แต่ในที่สุดแม่อุ้มบุญ ก็ยอมมอบเด็กผู้หญิงไป ส่วนพ่อแม่โดยสายเลือดได้แต่หัวใจสลายที่ไม่สามารถเอาลูกชายไปด้วยได้ และไม่ต้องการจะยกลูกให้ แต่การอยู่ต่อก็เสี่ยงที่จะต้องสูญเสียลูกสาวด้วยเช่นกัน

สำหรับข้อกล่าวหาที่ว่า พวกเขาไม่สนใจน้องแกรมมี่ ตอนที่ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลไม่เป็นความจริง เพราะพวกเขาซื้อของขวัญไปฝากเด็กทั้งคู่ และยังสวดอ้อนวอนให้แกรมมี่รอดชีวิต แต่แพทย์ได้แจ้งว่า เด็กชายแกรมมี่ป่วยหนัก ไม่ใช่เพราะโรคดาวน์ ซินโดรม แต่เป็นเพราะโรคหัวใจและติดเชื้อที่ปอด
จากรายงานข่าวระบุว่า ครอบครัวนี้ได้อยู่ในประเทศไทยประมาณ 2 เดือน แต่เกิดมีเหตุการณ์ยึดอำนาจ ทำให้พวกเขารู้สึกว่าไม่มีทางเลือก จึงต้องกลับไปโดยไม่ได้เอาแกรมมี่ไปด้วย
แพทยสภา-ราชวิทยาลัยสูติฯเตรียมฟันแพทย์ทำอุ้มบุญ
ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า ในวันที่ 7 ส.ค. 2557 จะนำเรื่องการตรวจจับคลินิกรับทำอุ้มบุญย่านเพชรบุรีตัดใหม่ และกรณีการช่วยเด็กอุ้มบุญ9 คน ที่ย่านลาดพร้าวเข้าที่ประชุมกรรมการแพทยสภา เบื้องต้นเชื่อว่าครั้งนี้จะมีการลงโทษเอาผิดแพทย์จากกรณีการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์เป็นรายแรก โดยเมื่อแพทยสภาได้รับรายชื่อแพทย์ที่เข้าข่ายกระทำความผิดจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.)แล้วจะนำเข้าสู่การพิจารณาของกรรมการจริยธรรม จะมีการไต่สวนและตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ากระทำผิดจริงจะมีโทษสูงสุดถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม
“ขณะนี้ในเรื่องการทำอุ้มบุญ แพทย์และสถานพยาบาลที่ทำการอุ้มบุญจะมีความผิดแน่นอนตามข้อบังคับแพทยสภา แต่ในส่วนของหญิงที่รับอุ้มบุญยังไม่มีกฎหมายใดกำหนด ดังนั้น เห็นด้วยและสนับสนุนให้มีการออกพรบ.การตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ…. ซึ่งมีการยกร่างไว้ตั้งแต่ปี 2551 โดยพรบ.นี้จะทำให้สามารถเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำอุ้มบุญทั้งหมดตั้งแต่หญิงรับทำอุ้มบุญ เอเจนซี่และส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ไม่เฉพาะแพทย์ที่ผิดตามข้อบังคับแพทยสภาที่มีอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น”ศ.นพ.สมศักดิ์กล่าว
ด้านนพ.กำธร พฤกษานานนท์ ประธานอนุกรรมการเวชศาสตร์เจริญพันธ์ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ระบุว่าแพทย์ที่ปฎิบัติจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะตลอดการทำอุ้มบุญทั้งการเก็บไข่ เก็บสเปร์ม และการฉีดตัวอ่อนเพื่ออุ้มบุญ แพทย์จะต้องพบทั้งพ่อแม่ที่แท้จริงและแม่อุ้มบุญอยู่แล้ว หากสงสัยสามารถสอบถามกลับไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพ่อแม่เป็นชาวต่างเชื้อชาติ ภาษา
อย่างกรณีน้องแกรมมี่ สามารถสงสัยได้ เพราะตามประกาศแพทยสภากำหนดให้ทำการอุ้มบุญได้เฉพาะกรณีเป็นญาติทางสายเลือดเท่านั้น และกลุ่มราชวิทยาลัยสูตนรีฯ ยืนยัน ตามประกาศแพทยสภาว่าการทำอุ้มบุญต้องทำในเครือญาติ หรือคนสายเลือดเดียวกันเท่านั้น
MThai News


