นายก อบจ. นัดแต่งดำทั่วประเทศ ตอบโต้ ปนัดดา

 มล. ปนัดดากล่าวหา อบจ. ใช้งบฟุ่มเพือย ดื่มไวน์ขวดละแสน ด้าน นายก อบจ.นัด แต่งดำทั่วประเทศ ตอบโต้แนะควรระบุชื่อให้ชัด ไม่อย่างนั้นจะเกิดข้อแคลงใจประชาชน 

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (24 ส.ค.57) สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย(อบจ.) ได้ส่งแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ถึงองค์กรบริหารส่วนจังหวัด 76 แห่งทั่วประเทศ ขอให้ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่แต่งกายชุดสีดำมาปฏิบัติหน้าที่ในวันนี้ (25 ส.ค.) เพื่อเป็นการตอบโต้ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ได้ระบุผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้จ่ายฟุ่มเฟือยนั่งเครื่องบินชั้นนักธุรกิจ ดื่มไวน์แพงขวดละเป็นแสน ซื้อบ้านในยุโรปไว้ตากอากาศ

ปนัดดา ดิศกุล, องค์การบริหารส่วนจังหวัด, ดื่มไวน์ขวดละแสน, ข่าววันนี้

ปนัดดา ดิศกุล

โดยนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายก อบจ.สตูล กล่าวว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวรุนแรงมาก เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดโดยส่วนรวม ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะแสดงความเห็นถือว่าทำได้ แต่ควรจะระบุชื่อของคนๆ นั้นลงไป อย่าเหมารวม เพราะไม่อย่างนั้น ชาวบ้านเขาแคลงใจ และในเวลา 10.00 น. นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง

สำหรับข้อความที่ ม.ล.ปนัดดา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Panadda Diskul กล่าวหา อบจ. ใช้งบประมาณฟุ่มเฟือย ระบุว่า พบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) บางแห่งใช้จ่ายฟุ่มเฟือย มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นั่งเครื่องบินชั้น First Class ดื่ม Wine ขวดละแสน ซื้อบ้านพักต่างอากาศในต่างประเทศ ว่า พฤติกรรมเช่นนี้มีไม่น้อย ทำมากกว่านั่ง First Class ดื่ม Wine ขวดละแสน หรือซื้อบ้านพักต่างอากาศโดยใช้ชื่อคนอื่นด้วยซ้ำ

เจอเรื่องแบบนี้ตั้งแต่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด คนเหล่านี้หลงทางเข้าใจผิด นึกว่าโลกาภิวัตน์ทำทุกอย่างได้ตามอำเภอใจ มันผิดกฎหมายถ้าไม่ใช่เงินตัวเอง ผิดจริยธรรม หลงทางเช่นนี้มีแต่เสียกับเสีย สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ควรปฏิรูปตรงนี้ด้วย ใช้เงินแบบนี้มันไม่ถูกต้อง ก่อให้เกิดความสูญเสียต่องบประมาณท้องถิ่น

MThai news

ขอทานเงินล้าน ความลับแตก เพราะโดนปล้น

ฮือฮา ขอทานชรา เป็นเศรษฐีเงินล้านโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้  ความลับแตก เพราะโดนปล้น

วานนี้(24ส.ค.)สื่อออนไลน์หลายสำนักได้เผยแพร่ภาพและข่าวเกี่ยวกับ ขอทานคนหนึ่ง ในประเทศเวียดนาม ซึ่งเขายึดอาชีพนี้แต่เล็กจนโตและจนกลายเป็นเศรษฐีเงินล้านโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ จนกระทั่งความแตกเมื่อถูกโจรปล้นปลายปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่เองก็ปิดเรื่องเงียบออกติดตามทั้งทองรูปพรรณ เงินสดและสิ่งอื่นๆทยอยนำคืนให้แก่เจ้าตัว

3

เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมานายเหวียนวันกุ่ง ขอทานวัย 87 ปี ได้เงินและทองคืนจากโจร ประมาณ 53,961 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นเงินที่คนร้ายได้นำทองที่ปล้นไปขาย นอกจากนั้นนายกุ่งยังได้แหวนทองคืนอีก 57 วง กำไลแขนทอง กำไลข้อมือ สร้อยทองคำอีกนับสิบเส้น จากสถานีตำรวจภูธรตามโนง จ.โด่งท้าป

นายกุ่งซึ่งเป็นราษฎรอาศัยอยู่ในอำเภอนี้มาตั้งแต่เกิดบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้เขาได้รับเงินคืนแล้ว 9.811 ล้านด่ง รวมกับจำนวนใหม้ในสัปดาห์นี้ก็เป็น 227.41 ล้านด่ง

เขาให้การกับตำรวจว่า ทองที่ถูกปล้นเอาไป มีจำนวนทั้งหมด 25 ทีล (มาตราชั่งทองเวียดนาม) คิดราคารวมกันได้กว่า 40,000 ดอลลาร์หากคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณณ 1,280,000 บาท  เขาเก็บทองไว้กับตัวเสมอๆ

จนกระทั่งวันที่ 21 ธ.ค.ปีที่แล้ว มีโจรกลุ่มหนึ่งใช้มีดเป็นอาวุธบุกจี้เอาเงินสด พร้อมกับทองและสิ่งของมีค่าทุกอย่างไปหมด เขาจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัยจำนวน 5 คน เป็นวัยรุ่นทั้งหมดและแจ้งข้อหาปล้นสะดมโดยใช้อาวุธ จากนั้นได้ขยายผลการสอบสวนสืบสวน ทำให้สามารถติดตามทองและเงินสดกลับไปให้นายกุ่งได้ แม้จะยังไม่ครบถ้วนก็ตาม

ตำรวจกล่าวว่านายกุ่งเคยอาศัยอยู่กับครอบครัวในอำเภอนี้ แต่พ่อแม่แยกทางกัน เขาจึงหนีออกจากบ้านตั้งแต่ยังเล็ก และเที่ยว ขอทาน ไปทั่วทั้งจังหวัด จากนั้นนำเงินที่ได้ไปเปลี่ยนเป็นทองคำและเก็บไว้กับตัวเองตลอดมา โดยไม่มีผู้ใดสงสัยอะไร

MThai News

ยกนิ้วให้! ทหารบุกโรงพัก ทวงเงิน ตร.รีดไถนักท่องเที่ยว

แชร์ว่อน ภาพทหารบุกโรงพักหลังได้รับเรื่องร้องเรียน จากนักท่องเที่ยว ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแพ ตั้งด่านตรวจรีดไถเงิน

วานนี้ (24 ส.ค.) ในสังคมออนไลน์มีการแชร์ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ ราตรี แมงกาเบี้ย ซึ่งโพสต์ภาพทหารและบรรยายเหตุการณ์ว่า ทหารได้เข้าไปไกล่เกลี่ยกับตำรวจหลังตั้งด่านตรวจและเรียกปรับนักท่องเที่ยวเป็นเงินถึง 2,000 บาท ซึ่งสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ระบุว่า”ชุดเคลื่อนที่เร็วร้อย.รส. 3 พลพัฒนา 1 (พันพัฒนา 1) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากสมุทรสาครว่า ขณะเดินทางผ่าน อ.บางแพ จ.ราชบุรี ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแพ ตั้งด่านตรวจรีดไถเงินจำนวน 2,000 บาท ข้อหาไม่พกบัตรประชาชน จึงมาแจ้งที่จุดตรวจ ปตท.เขต 5 ชุดเคลื่อนที่เร็ว จึงได้พานักท่องเที่ยวไปไกล่เกลี่ยที่ สภ.บางแพ และเรียกเจ้าหน้าที่ คนที่ได้กระทำเกินหน้าที่มาว่ากล่าวตักเตือน และคืนเงินให้นักท่องเที่ยว 2,000 บาท และค่าทำขวัญอีก 2,000 บาท รวม 4,000 บาท และขอโทษนักท่องเที่ยว”

ตำรวจรีดไถนักท่องเที่ยว

ตำรวจรีดไถนักท่องเที่ยว

ล่าสุด พ.ต.อ.ชวลิต สุขสุวรรณ ผกก.สภ.บ้านแพ กล่าวว่า เรื่องที่ถูกแชร์ภาพออกไปเป็นเรื่องจริง หลังเกิดเรื่องได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าว พร้อมกับสั่งตำรวจที่เกี่ยวข้องย้ายไปช่วยราชการที่อื่นก่อน เพื่อความโปร่งใสในการสอบสวน โดยการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าวถือว่า เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะข้อหาไม่พกบัตรประชาชน มีฐานปรับเพียง 200 บาทเท่านั้น

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ค  ราตรี แมงกาเบี้ย