หวิดตายหมู่! บัสรับ-ส่งพนง.พลิกคว่ำ ถ.ท่าเรือ-ภาชี

วันนี้(22 ส.ค.)เวลา 07.30 น. ร.ต.ท.พรหมศรันย์ แป้นจันทร์ ร้อยเวร สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบัสรับส่งพนักงานพลิกคว่ำ บนถนนสาย ท่าเรือ-ภาชี ม. 5 ต.ดอนหญ้านาง มีผู้บาดเจ็บจำนวนหลายราย

จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุพบรับส่งพนักงานบริษัทฟูจิโกกิ นิคมอุตสาหกรรมหนองปลากระดี อ.หนองแค จ.สระบุรี หมายเลขทะเบียน 30-1181 ลพบุรี พลิกคว่ำตะแคงอยู่บนถนน มีผู้บาดเจ็บเป็นพนักงานโรงงานจำนวน 30 ราย เป็นชาย 4 ราย และหญิง 26 ราย จนท.ช่วยกันนำส่งรพ.ท่าเรือ 20 ราย และรพ.ภาชี 10 ราย ทั้งหมดอาการปลอดภัย ส่วนใหญ่แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้เกือบทั้งหมด

20

ภาพจาก NationWeekend

พนักงานที่นั่งมากับรถ เผยว่าก่อนเกิดมีรถบัสอีกคันวิ่งแซงขึ้นมา คนขับน่าจะเกิดอาการตกใจหักพวงมาลัยจนรถเลี้ยวไปทางด้านซ้ายจนเกือบจะพุ่งลงไปข้างทาง ก่อนที่คนขับจึงหักพวงมาลัยกลับทำให้รถเกิดเสียหลักพลิกคว่ำทันที เนื่องจากถนนลื่นด้วย แต่โชคดีที่ตนบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและไม่มีใครเสียชีวิต

ด้าน ร.ต.ท.พรหมศรันย์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่ารถคันดังกล่าวไปรับพนักงานที่ตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้าไปยัง อ.ท่าเรือ ปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก่อนหน้านั้นมีฝนตก ทำให้ถนนลื่น แล้วเกิดเสียหลักพลิกตะแคงกลางถนนมีผู้บาดเจ็บ อาการปลอดภัย ส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บเช่นกันอยู่ที่รพ.ท่าเรือ จะได้ดำเนินคดีในข้อหาขับรถประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บต่อไป

MThai News

20-1

มาเลเซีย จัดพิธีศาสนารับร่างเหยื่อ MH17

มาเลเซียจัดพิธีรับร่างเหยื่อ MH17 วันนี้ หลังถูกส่งกลับจากเนเธอร์แลนด์ 20 ราย ทางการเตรียมดำเนินการทางกฎหมายต่อ

สื่อต่างประเทศรายงานทางการมาเลเซีย จัดพิธีไว้อาลัยแก่ผู้โดยสารและลูกเรือเหยื่อเคราะห์ร้ายจากเหตุเครื่องบิน MH17 ของสายการบินมาเลเซียที่ถูกยิงตกในพื้นที่สู้รบทางตะวันออกของยูเครนเมื่อ วันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

560654-01

ซึ่งล่าสุดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวถูกส่งกลับมาถึงประเทศมาเลเซียแล้ว เมื่อเช้านี้เวลาประมาณ 10.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น หลังผ่านการตรวจพิสูจน์สัญลักษณ์ จากเนเธอร์แลนด์ รวม 20 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตชาวมาเลเซียบนมีทั้งหมด 43 รายรวมลูกเรือ จากผู้โดยสารบนเครื่องบินที่ประสบเหตุทั้งสิ้น 298 คน

ทั้งนี้ ทางการมาเลเซีย เตรียมดำเนินการด้านกฎหมายเพื่อเรียกร้องให้มีการดำเนินการกับผู้ก่อเหตุโศกนาฏกรรมครั้งนี้ และเรียกร้องความเป็นธรรมแก่ผู้ประสบเหตุทั้งหมด

จี้สอบ ‘สนช.’ เสนอ ‘ประยุทธ์’ นั่งนายกฯขัดรัฐธรรมนูญ

ศรีสุวรรณ ร้อง ผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบ สนช. เสนอ หัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรี ขัดรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว มาตรา 6 ที่เข้าข่ายมีผลประโยชน์ทับซ้อนกัน 

วันนี้(22ส.ค.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กรณีเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกรัฐมนตรี

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เนื่องจากที่สนช.ทั้ง 194 คน เห็นชอบเลือกพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯเข้าข่ายเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) 2557 ตามมาตรา 6 ที่เข้าข่ายมีผลประโยชน์ทับซ้อนกัน เพราะ สนช.มาจากการคัดเลือกและถวายคำแนะนำของหัวหน้า คสช. ซึ่งในสนช.ก็มีข้าราชการทหารในและนอกประจำการเกินกว่าครึ่ง

ดังนั้นการที่ สนช.เสนอชื่อและให้ความเห็นชอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯก็ย่อมเข้าข่าย เกี๊ยเซียะหรือผลัดกันเกาหลัง ถือได้ว่าการเข้ายึดและควบคุมอำนาจการปกครองประเทศของ หัวหน้า คสช.เป็นเพียงเพื่อต้องการดำรงตำแหน่งนายกฯ

นายศรีสุวรรณ ระบุว่า รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวได้วางระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจหรือถ่วงดุลระหว่างคสช. และนายกฯ ที่กำหนดให้ คสช.เสนอให้สนช.มีมติทูลเกล้าฯให้นายกฯ พ้นจากตำแหน่งได้

ดังนั้นหากหัวหน้าคสช.และนายกฯ เป็นคนๆเดียวกัน เมื่อนายกฯทำความผิดหัวหน้าคสช.จะเสนอชื่อตนเองให้พ้นจากตำแหน่งนายกฯได้อย่างไร เพราะเป็นบุคคลเดียวกัน จึงเป็นการขัดต่อหลักการพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

นอกจากนั้น แม้ว่าจะมีนายกฯและครม. ขึ้นมาบริหารประเทศแต่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวยังกำหนดอำนาจหน้าที่ของหัวหน้า คสช. ไว้ต่อเนื่องแทบทุกด้าน โดยสามารถรายงานให้ประธาน สนช.และนายกฯ รับทราบอำนาจในการสั่งการระงับหรือยับยั้งการกระทำใดๆ ดังนั้นในเมื่อหัวหน้า คสช. และนายกฯเป็นคนเดียวกัน จึงเปรียบเหมือนการส่งรายงานมือซ้ายไปให้มือขวารับ

หากภายหลังจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยอมลาออกจากตำแหน่งหัวหน้า คสช. เพื่อมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น ตนจะดำเนินการถอนการยื่นตรวจสอบทันที และหากมีคนใน คสช. ดำรงตำแหน่งคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ก็จะเร่งดำเนินการต่อผู้ตรวจการเช่นเดียวกัน

MThai News