สุดอัปยศ พี่ชายข่มขืนน้องสาวแท้ๆ ประชดพ่อ

เจ้าหน้าตำรวบจับกุมชายวัยรุ่นอายุ 17ปี หลังก่อเหตุข่มขืนน้องสาวแท้ๆ อ้างประชดพ่อ เพราะถูกตำหนิบ่อยครั้ง

วานนี้ (29 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กุดจับ จ.อุดรธานี ได้นำกำลังเข้าควบคุมตัว นายแทน (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราน้องสาวแท้ๆ วัย 12 ปี หลังจากหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากครูที่โรงเรียนแห่งหนึ่งว่า มีเด็กนักเรียนหญิงถูกจี้จับตัวไปจากโรงเรียน จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ ครูประจำชั้น ป.6/1 ให้การว่า ขณะเกิดเหตุกำลังให้เด็กนักเรียนทำแบบฝึกหัดอยู่ในห้องเรียน ก่อนจะพบ นายแทน ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในโรงเรียนตะโกนเรียกให้ ด.ญ.กรีน (นามสมมติ) อายุ 12 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวออกมาหา ก่อนจะใช้มีดปลายแหลมจี้ขึ้นซ้อนท้ายรถและขับออกไป

3

ครูประจำชั้นระบุว่า นายแทน เป็นพี่ชายแท้ๆ ของ ด.ญ.กรีน ขณะเกิดเหตุไม่มีใครกล้าเข้าไปขัดขวาง เนื่องจาก นายแทน ถืออาวุธมีดเอาไว้อยู่ จึงได้แจ้งเจ้าหนาที่ให้มาตรวจสอบ ขณะที่ระยะหลังๆ ด.ญ.กรีน มักจะขาดเรียนอยู่บ่อยครั้ง ครูเคยไปหาที่บ้านแต่ก็ไม่พบผู้ปกครอง ทราบเพียงว่า นายแทน ไม่ยอมให้น้องสาวไปโรงเรียน

หลังจากได้รับแจ้งร้องทุกข์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนพยายามแกะรอยตาม นายแทน จนกระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง ด.ญ.กรีน ได้กลับมาถึงบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสอบถาม เด็กหญิงสารภาพว่าถูกพี่ชายพาไปข่มขืนที่กระท่อมป่าสวนยาง ก่อนจะถูกปล่อยตัวกลับมา เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังตามไปจับกุมได้ในที่สุด

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายแทน ยอมรับสารภาพว่า ก่อเหตุข่มขืนน้องสาวแท้ๆ จริง ครั้งล่าสุดนี้เป็นครั้งที่ 6 เนื่องจากเพิ่งพ้นโทษออกมาจากคุก กลับบ้านมาก็โดนพ่อตำหนิทุกวัน ด่าทอว่า “ลูกไม่เอาไหน” ย้อนกลับไปหาแฟนสาวก็พบว่ามีแฟนใหม่ไปแล้ว ตนเห็นน้องสาวอยู่บ้านเพียงลำพัง จึงลงมือก่อเหตุข่มขืนน้องสาว อ้างว่าเพื่อประชดพ่อ พร้อมกับขู่ฆ่าน้องสาวห้ามนำเรื่องไปบอกใคร

นายแทน ยังสารภาพอีกว่า หลังจากก่อเหตุครั้งแรกก็จะไปดักรอน้องสาวระหว่างทางไปโรงเรียน ก่อนจะบังคับขู่เข็ญและพาไปข่มขืนอีกหลายครั้ง ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าตนเพิ่งถูกพ่อด่าอีก ด้วยความโมโหจึงขับจักรยานยนต์ไปเรียกน้องสาวถึงในโรงเรียนและพาไปข่มขืน จนกระทั่งถูกจับกุมได้ในที่สุด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายแทน ไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ฐานก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยา โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม อีกทั้งยังทำการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของ นายแทน พบว่า เพิ่งพ้นโทษคดีทรัพย์ออกมาได้เดือนเศษ ก่อนหน้านี้เคยอยู่ในสถาานพินิจหลายครั้ง

MThai News

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ข่าวสดออนไลน์

ชาวนครพนมตื่น! กลุ่มเมฆดำทะมึนก่อนฝนเท

ชาวนครพนม ตื่นปรากฏการณ์กลุ่มเมฆดำทะมึน ลอยข้ามโขงเข้าสู่ตัวเมือง ก่อนฝนตกหนัก

เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ประชาชนชาวจังหวัดนครพนม ได้ให้ความสนใจต่อภาพกลุ่มเมฆฝนบนท้องฟ้าเหนือตัวเมืองนครพนม เกิดขึ้นในลักษณะเป็นกลุ่มเมฆหนาทึบและดำก้อนใหญ่ ไหลข้ามแม่น้ำโขง จากแขวงคำม่วน สปป.ลาว ไหลเข้าสู่ตัวเมือง ผู้คนสามารถมองได้ด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจน

ทำให้ประชาชนชาวต่างบันทึกภาพเก็บไว้แล้วแชร์ส่งต่อกันในโซเชียลเน็ตเวิร์คโดยเฉพาะในเฟซบุ๊กเป็นจำนวนมาก และมีการวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยทางธรรมชาติก็ได้ เนื่องจากที่ผ่านมา ไม่เคยเกิดกลุ่มเมฆประหลาดนี้มาก่อน หลังจากนั้นได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก

กลุ่มเมฆดำทะมึน

กลุ่มเมฆดำทะมึน

เมฆประหลาดนครพนม

เมฆประหลาดนครพนม

เมฆประหลาด

เมฆประหลาด

เมฆประหลาดในนครพนม

เมฆประหลาดในนครพนม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง  เมฆคล้ายเทือกเขา ทอดยาวที่กรุงเทพฯ เมฆคล้ายเทือกเขา ทอดยาวที่กรุงเทพฯ นักดูเมฆ อธิบายปรากฎการณ์เมฆประหลาด ลางร้ายหรือธรรมชาติ ? นักดูเมฆ อธิบายปรากฎการณ์เมฆประหลาด ลางร้ายหรือธรรมชาติ ? เมฆประหลาด โผล่ลำปาง ชาวบ้านหวั่นภัยจากธรรมชาติ เมฆประหลาด โผล่ลำปาง ชาวบ้านหวั่นภัยจากธรรมชาติ

จับผับสุขุมวิทเด็ก66 คน-ค้นบ่อนพนัน รวบ17นักพนัน

สนธิกำลังทหารตำรวจบุกตรวจสถานบริการถนนสุขุมวิท 70/1 พบไม่มีใบอนุญาต ปล่อยเยาวชนใช้บริการ 66 ราย ยึดของกลางค้ายาเสพติด จำนวนหนึ่ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารบุกจับบ่อนพนัน ถ.จันทน์ เขตบางคอแหลม รวบนักพนัน 17 ราย ยึดของกลางอื้อ

พันเอกนพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ รองผู้บังคับการ กรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ พันตำรวจเอก คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางนา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. สนธิกำลังกว่า 100 นาย เข้าตรวจสอบสถานบันเทิง บานาน่าคลับ ภายในซอยสุขุมวิท 70/1 เขตบางนา

11

หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีการลักลอบขายยาเสพติด และเปิดให้เยาวชนเข้าใช้บริการ โดย จากการตรวจค้น พบนักท่องเที่ยว 137 คน เป็นเยาวชนอายุ 16-20 ปี จำนวน 66 คน ไม่พกบัตรประชาชนจำนวน 15 ราย จากการตรวจปัสสาวะ หาสารเสพติดพบปัสสาวะมีสีม่วง 5 คน นอกจากนี้ ยังจับกุมนักเที่ยวที่ลักลอบขายยาเสพติดภายในร้าน ได้อีกจำนวนหนึ่ง

พร้อมยึดของกลางยาเสพติดประเภทต่างๆอาทิ ยาอี (8 เม็ด) /ยาเค (10 ห่อ)/ ยาแก้ไอ (4เม็ด) และ ยาพามาดอล ซึ่งเป็นยากล่อมประสาท 14 เม็ด นอกจากนั้นยังพบอุปกรณ์เล่นการพนันไฮโล และบารากู่อีกจำนวนหนึ่ง ส่วนสถานบริการแห่งนี้ ไม่มีใบอนุญาตให้เปิดสถานบริการ และพบเพียงผู้จัดการร้าน จึงได้คุมตัวมาสอบสวน พร้อมสั่งปิดร้าน และดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะที่ เวลา 03.50 น.เจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยเฉพาะกิจ รักษาความสงบที่1 กองพันทหารม้าที่3 รักษาพระองค์ เข้าตรวจสอบบ้านพักหลังหนึ่งในซอยจันทน์ 51 เขตบางคอแหลม หลังได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีการเปิดลักลอบเล่นการพนัน และมีนักพนันเล่นอยู่ภายในบ้านจำนวนมาก

จากการตรวจสอบ พบว่าบ้านหลังนี้กั้นรั้วสังกะสีสูง และมีรั้วมิดชิดพร้อมทั้งติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ตั้งแต่หน้าบ้าน เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจพังประตูเข้าไปภายใน จึงพบนักพนันกำลังเก็บสิ่งของ และเตรียมที่จะหลบหนี แต่สามารถจับกุมนักพนันไว้ได้ 17 คน พร้อมกับยึดเงินสดได้กว่า สามแสนหกหมื่นหกพันบาท อุปกรณ์เสพยาเสพติด อุปกรณ์เล่นการพนัน และทรัพย์สินอื่นๆ อีกหลายรายการ

ทั้งนี้ สามารถควบคุม นายวัชระ แย้มกระจ่าง ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน ที่เปิดให้เล่นการพนัน เบื้องต้นอยู่ระหว่างการควบคุมตัวไปสอบสวนและเตรียมแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป