ระทึก! โรงน้ำแข็งระเบิดเเอมโมเนียรั่ว

เกิดเหตุโรงงานผลิตน้ำแข็งกลางเมืองระยองระเบิด ส่งผลให้แอมโมเนียฟุ้งกระจาย ชาวบ้านถูกหามส่งโรงพยาบาลระยอง 6 คน วันที่ 20 สิงหาคม 2557 เมื่อเวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เกิดอุบัติเหตุระบบการผลิตน้ำแข็งของห้างหุ้นส่วน จำกัด น้ำแข็งสุจิระพัฒนา เลขที่ 234/103 ม.5 ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง ระเบิดเสียงดังสนั่น ส่งผลให้มีก๊าชแอมโมเนียรั่วไหล มีชาวบ้านได้รับผลกระทบ อาการระคายเคืองตา แสบจมูก ถูกนำส่งโรงพยาบาลระยอง 6 คน เทศบาลตำบลเชิงเนินได้ระดมรถดับเพลิงจำนวน 2 คัน ฉีดสเปย์น้ำไม่ให้แอมโมเนียฟุ้งกระจาย โดยมีนายเผชิญ เห่งยี้ นายกเทศบาลตำบลเชิงเนิน และนายปถินวิช ละอองแก้ว รักษาการ ปภ.จังหวัดระยอง มาติดตามสถานการณ์ 2 โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงควบคุมสถานการณ์ได้ โดยกลิ่นได้เบาบางลง เบื้องต้นสาเหตุเกิดจากขณะคนงานทั้ง 5 คน กำลังเดินเครื่องจักรเพื่อผลิตน้ำแข็งได้เกิดอุบัติเหตุวาวล์เครื่องจักรระเบิด ทำให้ก๊าชแอมโมเนียฟุ้งกระจาย คนงานวิ่งหนีคนละทิศละทาง โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ นายเผชิญ เห่งยี้ นายกเทศบาลตำบลเชิงเนิน กล่าวว่า เบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุข สำรวจผู้ที่ได้รับผลกระทบและเด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาล ที่อยู่ศูนย์เด็กเล็กเนิร์สเซอรี่ นภาลัย ที่ตั้งอยู่ด้านหลังของโรงน้ำแข็งดังกล่าวด้วย รวมทั้งได้ให้เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมรายชื่อชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด เพื่อนำรวบรวมเสนอให้กับทางโรงน้ำแข็งหาทางเยียวยาด้วย นอกจากนี้ การตรวจสอบโรงงานได้ขอความร่วมมือจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ ขอให้ส่งวิศวกรเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุการระเบิดดังกล่าว

4

ที่มา

สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์

นักบินอวกาศ งง แสงสีเขียวที่ไทยคืออะไร

นักบินอวกาศ ถ่ายภาพกรุงเทพฯ จากนอกโลก งง ไฟสีเขียวคืออะไร โพสต์ถามผ่านทวิตเตอร์

วันนี้(20 ส.ค.) มีรายงานข่าวว่า ที่ทวิตเตอร์  ‏@astro_reiซึ่งเป็นของนายรี้ด ไวส์แมน นักบินอวกาศของสหรัฐอเมริกา ได้โพสภาพถ่ายภาพกรุงเทพยามราตรีจากสถานีอวกาศ International Space Station พร้อมกับข้อความว่า

022

“..#Bangkok is the bright city. The green lights outside the city? No idea…”ซึ่งเขาสงสัยว่าไฟสีเขียวๆที่อยู่นอกเมืองนั้นเป็นไฟของอะไร

โดยชาวสังคมออนไลน์หลายคนที่เคยมาเที่ยวประเทศไทยได้บอกว่าไฟสีเขียวเป็นไฟของเรือประมงที่ใช้ล่อปลาหมึกตอนกลางคืนนั่นเอง ทั้งนี้ภาพดังกล่าวถูกถ่ายเมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา  โดยก่อนหน้านี้องค์การนาซ่า ได้เคยเผยแพร่คลิปเมืองหลวงต่างๆจากนอกโลกมาก่อนแล้ว และพื้นที่บริเวณกรุงเทพ ประเทศไทย ก็มีลักษณะเดียวกันกับภาพของรี๊ด คือมีแสงสีเขียวอยู่บริเวณทะเล

MThai News

ชูวิทย์ เชื่อ งบปี58 กระจายสุข ให้ข้าราชการ พ่อค้า นักการเมือง

ชูวิทย์ เชื่อ งบปี58 เป็นการกระจายสุข ให้ข้าราชการ พ่อค้า และนักการเมือง แนะจะปฏิรูปควรเริ่มทำตั้งแต่งบประมาณ หากไม่อยากให้เหมือนที่ผ่านๆ มา 

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @ชูวิทย์ No.5 แสดงความเห็นถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ได้ลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2558 วงเงิน 2.575 ล้านล้านบาท โดยเชื่อว่า งบประมาณดังกล่าวเป็นการเพื่อกระจายความสุขให้แก่ข้าราชการ พ่อค้า และนักการเมือง

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, งบประมาณปี2558, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, ข่าวชูวิทย์, ข่าววันนี้

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

ร้อยชักสามสิบ

แต่โบราณเรามีการเก็บภาษีตามราคาสินค้าร้อยละ 3 คนทั่วไปในสมัยนั้นเรียกว่า “ภาษีร้อยชักสาม” ขณะที่งบประมาณแผ่นดินปี 2558 เข้าสภา เพื่อให้บรรดา สนช. มือใหม่ผ่านเป็นกฎหมาย ทันความต้องการใช้เงินภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ เพราะตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 จะได้ใช้เงินของปีงบประมาณใหม่

ข้าราชการเป็นผู้จัดทำโครงการต่าง ๆ นานาที่เรียกว่า “งบลงทุน” ไม่ว่าจะก่อสร้างสารพัดโครงการ เช่น งบบูรณาการน้ำ ขุดลอกคูคลอง สร้างบ่อน้ำ สร้างฝาย สร้างเขื่อน ทำถนน เกี่ยวข้องผูกพันหลายกระทรวง ทบวง กรม ตั้งแต่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงคมนาคม ทำแล้วทำอีกไม่มีเลิก ปีงบประมาณใหม่ก็หาเรื่องทำใหม่ หรือแม้แต่งบประชุมสัมมนาของแต่ละกระทรวง มีกันตลอดทั้งปี ไปประชุมก็เหมือนไปเที่ยว มีทั้งค่าอาหาร ที่พัก เบี้ยเลี้ยงให้ ขากลับยังมีของฝากติดไม้ติดมือกันมาอีก

ข้าราชการสุมหัวกับพ่อค้าแต่งงบประมาณ แล้วคำนวณเปอร์เซ็นต์คอมมิชชั่น ชงให้รัฐมนตรีที่แท็กทีมหน้าห้อง ข้างห้อง หน้าโต๊ะ หลังบ้าน กินต่อเป็นขบวนการ “จัดสรรความสุข” เจือจุนไปถึงคณะกรรมาธิการงบประมาณ ที่เรียกว่า “งบแปรญัตติ” แบ่งให้กรรมาธิการแต่ละคน กรรมาธิการคนไหนพูดมาก ติงมาก ตั้งข้อสังเกตมาก ก็ใช้เงินปิดปากมากหน่อย คนไหนไม่พูดก็ได้งบตามน้ำ

“ร้อยชักสามสิบ” เป็นอัตรากระจายความสุขระหว่างข้าราชการ พ่อค้า และนักการเมือง ข้าราชการ เก็บไว้ใช้ยามตกทุกข์ได้ยาก เผื่อไว้น้ำบ่อหน้า พ่อค้า เผื่อเหลือเผื่อขาด ฝ่ายไหนขึ้นมามีอำนาจก็จ่าย นักการเมือง เหลือเป็นเงินทอนเอาไว้ใช้ตอนเลือกตั้ง

แต่ก่อนเรียก “ร้อยชักสาม” เดี๋ยวนี้พัฒนาเป็น “ร้อยชักสามสิบ” จะเหลือตกไปถึงประชาชนเป็นผลสัมฤทธิ์สักกี่มากน้อย? อย่างนี้ไม่ใช่ “คืนความสุข” แต่เป็นการ “กระจายความสุข” หากจะปฏิรูป เริ่มตั้งแต่งบประมาณประเทศเสียก่อนเลยเป็นยังไง ไม่อย่างนั้น คนจีนแถวเยาวราชเขาเรียกว่า “แป่เอียะ” แปลว่า เหมือน ๆ กัน ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหน

MThai news