สื่อนอกตีข่าว ถ้อยคำประยุทธ์ ถาม ใส่บิกินี่แล้วจะปลอดภัยหรือ?

สื่ออังกฤษแห่ตีข่าวถ้อยคำ ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ถามกลับคิดว่า ใส่บิกินี่แล้วจะปลอดภัยหรือ? หลังเกิดเหตุสลด 2 นักท่องเที่ยวอังกฤษถูกสังหารโหด เกาะเต่า ด้านรมต.ต่างประเทศ ร่อนสารถึงอังกฤษ ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุที่เกิดขึ้น เร่งตามจับคนร้ายให้เร็วที่สุด 

วันนี้ (18 ก.ย.) สื่อต่างประเทศหลายสำนัก โดยเฉพาะของอังกฤษได้มีการนำเสนอถ้อยแถลงของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ที่ได้พูดถึงเหตุการณ์ฆาตรากรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างการประชุมชี้แจงนโยบาลรัฐบาลต่อผู้บริหารระดับสูงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า

สำนักข่าวต่างประเทศ, ข่าวฆ่านักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า, ฆ่าหนุ่มสาวอังกฤษ, ฆ่านักท่องเที่ยว, ข่าวจังหวัดสุราษฎร์ธานี, เกาะเต่า, ข่าววันนี้

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

น่าสลดใจจริง ๆ ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติคิดว่าประเทศไทยสวยงามและปลอดภัยที่พวกเขาจะใส่บิกินี่ที่ไหนก็ได้ มันปลอดภัยจริง ๆ หรือที่จะใส่บิกินี่ แม้ว่าคุณจะไม่สวยก็เถอะ แต่สำหรับสายตาคนไทยแล้วสาวต่างชาติสวยหมด และชาวต่างชาติสามารถเดินไปที่ไหนก็ได้ในประเทศของพวกเขา ก็เลยคิดว่าการเดินไปทุกที่นั้นปลอดภัย แต่ที่นี่คือประเทศไทยซึ่งยังคงมีหลากหลายปัญหาจะต้องแก้ มีผู้คนหลากหลายรูปแบบ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องระมัดระวังตัวเอง

ปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวมีอยู่เสมอ พวกเขาคิดว่าประเทศของเราสวยงามและปลอดภัย ก็เลยทำอะไรที่อยากทำ พวกเขาใส่บิกินี่และเดินไปไหนก็ได้” พร้อมกับกล่าวเสริมอีกว่า “พวกเขาคิดว่าใส่บิกินี่แล้วจะปลอดภัยหรือ… เว้นแต่ว่าไม่สวย?

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าสร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยเป็นอย่างมาก พล.อ.ประยุทธ์ จึงได้มีคำสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ และกระทบความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของประเทศ

ขณะที่ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ส่งสารแสดงความเสียใจในนามรัฐบาลและประชาชนไทย ถึงนายฟิลิป แฮมมอนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ถึงเหตุการณืที่เกิดขึ้น โดยมีใจความว่า

รู้สึกเสียใจต่อการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวอังกฤษทั้งสองคน และขอส่งผ่านความเสียใจในนามของรัฐบาลและประชาชนไทย ไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิต ต่อความสูญเสียที่ไม่อาจแก้ไขได้ ทั้งนี้ ขอให้ความมั่นใจว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญสูงสุดต่อการรักษาความปลอดภัยให้กับชาวต่างชาติ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวและอาศัยอยู่ในไทย และบอกด้วยว่า พลเอกประยุทธ์ได้สั่งการให้มีการสืบสวนอย่างโปร่งใสและละเอียดถี่ถ้วนด้วย

MThai news

NCB แนะ อย่าเชื่อต้มตุ๋นอ้างปลดล็อกแบล็กลิสต์

เครดิตบูโรเร่งแจง อย่าหลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อทางอินเทอร์เน็ต ที่อ้างว่าสามารถรับทำบัตรเครดิต และธุรกรรมทางการเงิน ให้กับผู้ที่ถูกขึ้นบัญชีดำติดแบล็กลิสต์ได้นั้น ยันไม่เป็นความจริง วอนประชาชนอย่าหลงเชื่อ

8
นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ เครดิตบูโร กล่าวถึงกรณีข่าวโฆษณาชวนเชื่อทางอินเทอร์เน็ต ที่อ้างว่าสามารถรับทำบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล บ้าน รถยนต์ ให้กับผู้ที่ถูกขึ้นบัญชีดำติดแบล็กลิสต์ได้นั้น ว่าไม่เป็นความจริง วอนประชาชนอย่าหลงเชื่อ อาจถูกต้มตุ๋นได้

โดยข้อมูลต่างๆที่เกิดขึ้น ทางเครดิตบูโรไม่สามารถเปลี่ยนแปลง ลบทิ้งให้ต่างไปจากความเป็นจริงได้ และไม่มีใครสามารถปลดล็อกอะไรได้ตามที่มีการโฆษณาหลอกลวง ซึ่งการจะแก้ไขข้อมูลในเครดิตบูโรสามารถทำได้ในกรณีที่ข้อมูลนั้นไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงเท่านั้น โดยต้องมีหลักฐานชัดเจนที่พิสูจน์ได้ว่าข้อมูลไม่ถูกต้องจึงจะสามารถแก้ไขได้

นายสุรพล โอภาสเสถียร ยังกล่าวอีกว่า อยากให้ประชาชนระมัดระวัง และอย่าหลงเชื่อ ซึ่งการทำธุรกรรมทางการเงินหรือการขอสินเชื่อนั้น ควรติดต่อสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตโดยตรงจะปลอดภัยที่สุด อีกทั้งเตรียมร่วมกับศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการรณรงค์การให้ความรู้ทางการเงินและสื่อสารเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากใช้บริการ รวมทั้งความรู้เท่าทันการหลอกลวงทางการเงินจากกลุ่มมิจฉาชีพ เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อภัยทางการเงินในรูปแบบต่างๆ

หากประชาชนได้รับการโฆษณาชวนเชื่อ หรือได้รับการเสนอบริการในลักษณะดังกล่าวสามารถสอบถามหรือแจ้งข้อมูลได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) หมายเลข 1213 เพิ่มเติมได้ที่ www.1213.or.th หรือกรณีสอบถามปัญหาเรื่องเครดิตบูโรก็สามารถติดต่อได้ที่ Call Center ของเครดิตบูโร หมายเลข 0-2643-1250

MThai News

ก.ต.ลงดาบผู้พิพากษา 3ราย ให้ออกราชการ

ที่ประชุม ก.ต.ลงมติให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ 3 ราย ออกจากราชการ เหตุให้ประกันตัวคดียาบ้าเกินกว่าระเบียบกำหนด ก่อนจำเลยหลบหนี

ผู้พิพากษา, ศาลมีนบุรี, คดียาเสพติด, ข่าววันนี้

ผู้พิพากษา

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ได้มีการตรวจสอบพบว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.)มีมติให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ออกจากราชการ 3 คน ประกอบด้วย
นายเอกวิโรจน์ มณีธนวรรณ อดีต หน.ศาลจังหวัดมีนบุรี
นายประโลม คเชนทร์ อดีตผู้พิพากษาศาลจังหวัดมีนบุรี
และนายชูวงศ์ ละอองศิริวงศ์ ผู้พิพากษาอาวุโสศาลจังหวัดมีนบุรี

ซึ่งสาเหตุที่มีคำสั่งให้ผู้พิพากษาทั้ง 3 รายออกจากราชการนั้น เป็นเพราะให้ประกันตัวจำเลยคดีมียาบ้าไว้ในครอบครอง และเพื่อจำหน่าย 2000 เม็ด ซึ่งเกินกว่าที่ระเบียบกำหนด ขณะที่ผู้พิพากษาทั้งสามคนยังอยู่ศาล จ.มีนบุรี โดยนายชูวงศ์เป็นคนไต่สวน นายประโลมให้ประกัน ซึ่งจำเลยหลบหนี

ข้อมูลข่าวจาก isranews.org