คลิปนาทีชีวิต! โจรโหดปล้นร้านค้า จ่อยิงหัวเรียงตัว

นาทีชีวิต!  โจรสุดโหดปล้นร้านค้า จ่อยิงหัวเรียงตัว ตำรวจคาดคนร้ายคือลูกจ้างเก่าที่ถูกไล่ออก

จากกรณีเมื่อวันที่ 12 ก.ย. เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ ภายในร้านเบสโฟมไทยแลนด์ หลังตลาดเฉินหลง ซอยเนินพลับหวาน หมู่ 5 ใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี คนร้ายได้ยิงเจ้าของร้านคือ น.ส.ศิริรัตน์ ยอดวงษ์ อายุ 30 ปี และนางลูกชิ้น กรอบธัญกิจ อายุ 63 ปี มารดา กับน.ส.ชาลิสา ธรรมนิยม อายุ 33 ปี ลูกจ้าง ทั้ง 3 คนอยู่ในสภาพถูกกระสุนปืนยิงเฉี่ยวศีรษะเลือดอาบได้รับบาดเจ็บ ทางเจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล โดยที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบหัวกระสุนปืน .22 ตกอยู่ 3 หัวและมีคราบเลือดเปรอะเปื้อนจำนวนมาก

9

น.ส.ศิริรัตน์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ มีคนร้าย 2 คนสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ แต่งกายรัดกุมขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าโซนิกสีเหลือง ซ้อนท้ายกันมาจอดหน้าร้าน ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะชักอาวุธปืนไม่ทราบขนาดออกมาจี้ตนกับมารดาและลูกจ้าง ให้เข้าไปในร้านและขู่ไม่ให้ส่งเสียงร้องบังคับให้เปิดตู้เซฟ กวาดสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท แหวนทองครึ่งสลึง 1 วง มือถือไอโฟน 1 เครื่องและเงินสดอีก 20,000 บาท จากนั้นบังคับให้นอนเรียงแถวแล้วใช้ปืนยิงใส่ 4 นัดแต่กระสุนแค่เฉี่ยวศีรษะจึงบาดเจ็บไม่มากนัก ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งไปขึ้นขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป หลังตั้งสติได้จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทั้งนี้ พ.ต.ท.อธิคม อภิชยนุกูลกิจ เผยว่า เหตุที่คนร้ายยิงพลาดคาดน่าจะมาจากความรีบร้อน ตำรวจพุ่งเป้าไปที่ “นายแทน” อดีตลูกจ้างเก่า ที่เพิ่งถูกไล่ออก หลังถูกจับได้ว่าแอบขโมยของในร้าน กล้องวงจรปิดในร้าน 6 ตัวสามารถจับภาพพฤติกรรมของคนร้ายได้อย่างชัดเจน และประสานชุดสืบสวนนำภาพวงจรปิดเป็นข้อมูล ลงพื้นที่หาข่าวเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี

MThai News

เปิดรายชื่อ10อัยการ สอบเพิ่ม3ประเด็น ยิ่งลักษณ์จำนำข้าว

เปิดรายชื่อ 10 อัยการ พิจารณาสอบสวนเพิ่ม 3 ประเด็นคดี อดีตนายกฯ ” ยิ่งลักษณ์” จำนำข้าว

ความคืบหน้าการตั้งคณะทำงานร่วมอัยการและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบสวนเพิ่มเติม 3 ประเด็นคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ละเลยไม่ยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวที่ก่อความเสียหายแก่รัฐ กว่า 5 แสนล้านบาท ว่า นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด ได้แต่งตั้งผู้แทนฝ่ายอัยการ รวม 10 คน เพื่อเป็นคณะทำงานร่วมคดีดังกล่าวแล้ว หลังจากอัยการสูงสุดมีความเห็นเมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมาให้สอบสวนเพิ่มเติม พร้อมส่งหนังสือแจ้ง ป.ป.ช. ตั้งคณะทำงานร่วมภายใน 14 วัน เพื่อดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอน

8

ทั้งนี้ สำหรับผู้แทนอัยการ 10 ราย ประกอบด้วย

1. นายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ รองอัยการสูงสุด
2. นายกิตติ บุศยพลากร ผู้ตรวจการอัยการ
3. นายชุติชัย สาขากร อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปกครอง รักษาราชการแทนอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ
4. นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน
5. นายภาณุพงษ์ โชติสิน รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ
6. นายกิตินันท์ ธัชประมุข รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน
7. น.ส.ปราณี รัตนชัยวงศ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 5
8. นายวิทูร สุรวัฒนานันท์
9. นายรุ่งโรจน์ แจ่มพิทยากรณ์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานคดีพิเศษ 5
10. นายธรรมรงค์ชัย วงษ์สวัสดิ์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานการสอบสวน 2

สำหรับ นายวุฒิพงศ์ นั้น เคยเป็นหัวคณะทำงานชุดที่อัยการสูงสุดตั้งขึ้นพิจารณาสำนวนในครั้งแรก ขณะที่คณะทำงานร่วมอัยการชุดนี้ บางส่วนก็เคยเป็นคณะทำงานที่อัยการสูงสุดตั้งขึ้นพิจารณาสำนวนในครั้งแรกเช่นกัน

โพลชี้คสช.ทำงานจริงจังกว่ารบ.-สงสัยไมค์แพงจี้ยกเลิก

มาสเตอร์โพล เผย แกนนำชุมชน มอง คสช. ทำงานจริงจังกว่ารัฐบาล ขณะยังสงสัยกรณีไมค์ทำเนียบแพง จี้ ยกเลิกซื้อ

มาสเตอร์โพล ชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน ได้สำรวจแกนนำชุมชนคิดอย่างไรต่อการทำงานในรูปแบบ คสช. กับการทำงานในรูปแบบรัฐบาล และความคิดเห็นต่อการจัดระเบียบชายหาด รวมถึงกรณีไมค์แพงที่ทำเนียบรัฐบาลโดยศึกษาตัวอย่าง 600 ชุมชนทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2557 พบว่า ร้อยละ 84.6 การทำงานแบบ คสช. ดูจริงจังมากกว่ารัฐบาล แต่ ร้อยละ 27.5 เป็นสิ่งที่อยากให้ คสช. ระวังหลุมพรางที่อยู่ในระบบราชการ ทำให้ล่าช้าต่อการแก้ปัญหาประชาชน

7

ส่วนเรื่องที่เป็นห่วงและยังสงสัยถึง ร้อยละ 50.8 คือ กรณีสั่งซื้อไมค์โครโฟนตัวนับแสนบาทที่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการจัดซื้อ ขณะที่การจัดระเบียบชายหาด พบว่า ร้อยละ 82.6 แกนนำอยากให้ คสช. เร่งแก้ไขปัญหา เพราะนักท่องเที่ยวถูกคุกคาม เป็นการทำลายภาพลักษณ์ประเทศไทย