คนนาฏศิลป์จวกยับ หนังหัวสยองหมิ่นหัวโขน

คนทำโขนไม่พอใจ  “ภาพยนต์เรื่อง”เศียรสยอง” นำเสนอเรื่องน่ากลัว ตามไล่ฆ่าคนซึ่งไม่เคยมีตำนานหรือกล่าวขานไว้ 

วันนี้(14ก.ย.)กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ สำหรับภาพยนต์เรื่อง”เศียรสยอง” หลังจากมีสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งได้แสดงความไม่พอใจเนื้อหาของภาพยนต์ที่มีการนำเสนอเรื่องราวในมุมที่ค่อนข้างน่ากลัว ซึ่งทางสมาชิกเฟซบุ๊คท่านนี้ได้โพสต์ภาพนิ่งของหนังพร้อมระบุข้อความบรรยายใต้ภาพว่า ภาพยนต์เรื่อง”เศียรสยอง“ไมชอบเลยที่คุณทำแบบนี้ พวกเรานับถือหัวโขนว่าเป็นครู เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เคารพบูชา เป็นงานศิลปะชั้นสูงสุดของช่างสิบหมู่ไทย หัวโขนไม่ใช่สิ่งเลวร้าย สือมาในทางน่ากลัว ตามไล่ฆ่าคน ซึ่งไม่เคยมีตำนานหรือกล่าวขานไว้แบบนี้มาก่อน คุณตีความยกเมฆขึ้นมาเองทั้งนั้น…จาก หัวอกคนทำโขน “

33

สำหรับเรื่องย่อของหนังเรื่องนี้มีอยู่ว่า เมื่อ 50 ปีก่อน ชายหนุ่ม (ผีพระเอก) ผู้รักในดนตรีไทยและมีความสามารถพิเศษรอบด้านทั้งโขน รำ ตีระนาด และอื่น เกี่ยวกับนาฎศิลป์ไทย ความใ่ฝ่ฝันที่อยากเป็นผู้นำ ผู้รอบรู้และเก่งในนาฎศิลป์ำไทย ปลุกวิญญาณแห่งเสียงและถ่วงท่าให้ทั่วทิศไทยได้ประจักษ์ในความสามารถตน แต่ชะตากรรมได้ทำให้ความใฝ่ฝันนี้มีอันสิ้นสุดลง โดยเขาได้ลักลอบคบหากับผู้หญิงคนเหนึ่ง ซึ่งเป็นคนรักของผู้มีอิทธิพลในถิ่นนั้น และในที่สุดทั้งคู่ก็โดนจับได้ สร้างความโกรธแค้นใ้ห้กับผู้มีอิทธิพลคนรักของหญิงสาวเป็นอย่างมาก หนุ่มชะตาขาดจึงโดนสั่งฆ่าอย่างน่าอเนจอนาถ

เมื่อเขาตายแล้วนั้น วิญญาณที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นและยังผูกพันอยู่กับนาฎศิลป์ ดนตรีไทยอย่างเหนี่ยวแน่น ความน่าสะพรึงกลัวได้เกิดขึ้นในดงฟ้อน ทำให้ผู้คนในดงฟ้อนนี้กระจักกระจายแยกย้ายถิ่นฐาน เหลือไว้เพียงความรกร้างและคำกล่าวขานถึงความน่ากลัวของวิญญาณชายหนุ่มในชุดโขน เป็นที่ร่ำลือจวบจนปัจจุบัน โดยบอกไว้ว่าใครก็ตามที่รักในดนตรีไทย นาฎศิลป์ไทย ไปบนบานศาลกล่าวให้สำเร็จในวิชาชีพนั้นก็จักสำเร็จ แต่ใครดูหมิ่นดูแคลนจักต้องมีอันเป็นไป ร่ำลือกันว่าช่วงชายหนุ่มตายไม่นานวิญญาณได้ออกหลอกหลอน

3

MThai News

ฆ่าโหด2ผัวเมีย หมกห้องพักระยองตร.คาดชู้สาว

ฆ่าโหดสองผัวเมีย ห่อผ้ามัดอำพรางหมกศพขึ้นอืดในห้องเช่า ตำรวจมุ่งผัวเก่าลงมือเร่งติดตามไล่ล่า

ร.ต.ท.ไกรยง คำรินทร์ ร้อยเวร สภ.ปากน้ำประแสร์ อ.แกลง จ.ระยอง ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ในห้องเช่าไม่มีเลขที่ในซอยวัดกองดิน ม.1 ต.กองดิน อ.แกลง จ.ระยอง พบศพหญิงชื่อ น.ส.สุจิน จิตรน้อม อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 ม.3 ต.หนองน้ำใส อ.วัฒนานคร จ.สระแก้วศพถูกห่อมุ้งผ้าขาวม้ามัดด้วยเชือกไนล่อนมีน้ำหอมปรับอากาศวางอยู่บนตัวศพ

2

ซึ่งสภาพถูกตีด้วยของแข็งที่บริเวณศีรษะและใบหน้า ท้องถูกอาวุธมีดแทงจำนวนหลายแผล และใช้เชือกไนล่อนรัดคอสภาพศพขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นคละคุ้ง ติดกันพบศพชายทราบชื่อ นายอุทัย งามละมัย อายุ 35 ปี คน อ.เมือง จ.ระยอง สภาพศพถูกห่อด้วยผ้าห่มใช้เชือกไนล่อนมัดไว้ ศพถูกตีด้วยของแข็งที่บริเวณศีรษะจนเป็นแผลฉกรรจ์ ที่คอถูกเชือกไนล่อนรัดคอสภาพขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน

พ.ต.ท.บัณฑิต ธรรมอนันต์ รอง ผกก.สส. คาดว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน เพราะมีการต่อสู้และใช้อาวุธมีดและค้อนฆ่าน.ส.สุจิน จิตรน้อม และ นายอุทัย งามละมัย จนเสียชีวิตและได้ห่อศพไว้ด้วยผ้า เบื้องต้นทราบว่าน.ส.สุจิน มีครอบครัวมาก่อน และได้เลิกรากับสามีเก่ามาก่อนจะมาทำงานที่บริษัทฯ ดังกล่าว คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นอดีตสามี และมีปัญหาเรื่องครอบครัวถึงได้ลงมือก่อเหตุ

สามารถFBชมนโยบายประยุทธ์-ยิ่งลักษณ์

“สามารถ” เฟซบุ๊ก นโยบายไม่หาเสียง ของ พล.อ.ประยุทธ์ ต่างจาก นโยบายหาเสียงของ “ยิ่งลักษณ์ อย่างไร

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เปรียบเทียบนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้แถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กับรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ว่า รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ แถลงว่า จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและคมนาคมโดยเริ่มโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร และรถไฟฟ้าเชื่อมกรุงเทพฯ กับเมืองบริวารเพิ่มเติม เพื่อลดเวลาในการเดินทางของประชาชน และเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตั้งฐานให้รัฐบาลต่อไปทำต่อได้ทันที

1

ในขณะที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย แถลงว่า เร่งรัดโครงการรถไฟฟ้า 10 สายทาง ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ให้สามารถเริ่มก่อสร้างได้ครบใน 4 ปี โดยเก็บค่าบริการ 20 บาทตลอดสายทั้งระบบ รวมทั้งเร่งพัฒนาระบบตั๋วร่วมบัตรเดียวและพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อยให้มีโอกาสได้ที่อยู่อาศัยในราคาและค่าเช่าถูกตามบริเวณใกล้สถานีรถไฟฟ้า ซึ่งนโยบายเหล่านี้ เป็นผลจากการพยายามหาเสียง แต่ไม่สามารถทำจริงได้เลย