ปปช. อ้างไร้ข้อมูล เหตุไม่สอบไมค์ทองคำ

ป.ป.ช. เผยไม่สอบไมค์ห้องประชุม ครม. มีราคาแพงเกินจริง เพราะยังไม่มีคนร้องเรียน ไร้ข้อมูล เล็งคุยรัฐบาลกำหนดให้การขจัดปัญหาทุจริตคอรัปชั่นเป็นยุทธศาสตร์ชาติ

หลังจากเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ถึงกรณีการจัดซื้อไมโครโฟนที่ใช้ในห้องประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของสำนักนายกรัฐมนตรี ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะราคาไมโครโฟนดังกล่าวแพงเกินกว่าความจริง พร้อมตั้งข้อสงสัยและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ป.ป.ช. เข้าไปตรวจสอบโดยเร็วนั้น

ไมโครโฟน, ไมค์แพง, ป.ป.ช., ข่าววันนี้

ไมโครโฟนแพง

วานนี้ (10 ก.ย. 57) นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทาง ป.ป.ช. ยังเข้าไปตรวจสอบไม่ได้ เพราะยังไม่มีคนส่งเรื่องร้องทุกข์เข้ามา

แม้ว่าอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.จะสามารถเข้าไปตรวจสอบการทุจริตได้ทันที แต่ไม่ใช่ว่าจะทำได้เลย ทุกอย่างต้องมีข้อมูล แต่ทาง ป.ป.ช. กลับไม่มีข้อมูลเลย ต้องรอให้มีคนส่งข้อมูลมาก่อน ทั้งนี้การละเว้นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการการจัดซื้อพัสดุครุภัณฑ์สามารถทำได้ หากสิ่งที่กระทำมีความจำเป็น

ส่วนการเดินหน้าขจัดทุจริตคอรัปชั่นนั้น ทาง ป.ป.ช. อยากให้รัฐบาลกำหนดเรื่องการป้องกันทุจริตเป็นยุทธศาสตร์ชาติ โดยในเร็ววันนี้ ทางป.ป.ช. จะนำคณะกรรมการเข้าหารือกับรัฐบาลประยุทธ์ ถึงแนวทางการทำงานในเรื่องดังกล่าว เหมือนกับที่เคยทำมาแล้วในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

MThai news

ลูกเทวดา ? เด็กชายงอนแม่ ถูกบังคับทำการบ้าน แอบใต้หน้าต่างตึกสูง11ชั้น

เด็กจีนงอนแม่ ถูกบังคับทำการบ้าน แอบใต้หน้าต่างตึกสูง11ชั้น

สำนักข่าวเดลิเมล์ รายงานว่า ที่เมืองยิบิน ในมณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ได้เกิดเหตุการณ์สุดระทึก เมื่อเด็กชายเสี่ยวไก วัย12 ปี ได้ปีนออกจากหน้าต่างของห้องพักไปหลบซ่อนด้านนอกตึกสูง11ชั้น

เด็กจีนงอนแม่ ถูกบังคับทำการบ้าน แอบใต้หน้าต่างตึกสูง11ชั้น

เด็กจีนงอนแม่ ถูกบังคับทำการบ้าน แอบใต้หน้าต่างตึกสูง11ชั้น

โดยเสี่ยวนั่งอยู่บนเฉลียงเล็กๆที่ยื่นออกมาใต้หน้าต่างห้อง ซึ่งสาเหตุที่เขาทำแบบนั้นเพราะว่าเขาได้ทะเลาะกับแม่หลังจากที่แม่บังคับให้ทำการบ้านก่อนที่จะเปิดเทอม แต่เขาต้องการนอนต่อและไม่อยากไปโรงเรียน

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตึกได้เห็นเหตุการณ์และเป็นกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยจึงได้รีบแจ้งหน่วยฉุกเฉินและแจ้งแม่เขาให้ทราบ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยมาถึง เสี่ยวไกปฏิเสธที่จะกลับเข้าห้อง ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่า2ชั่วโมงในการเกลี่ยกล่อมเขา โดยแม่ได้ให้คำมั่นสัญญากับเสี่ยวไกว่า ต้อไปนี้จะไม่เอาชนะและบังคับเขาอีกแล้ว

เด็กจีนงอนแม่ ถูกบังคับทำการบ้าน

เด็กจีนงอนแม่ ถูกบังคับทำการบ้าน

เด็กจีนงอนแม่

เด็กจีนงอนแม่

บ๊ายบาย ! เตรียมโบกมือลาช่อง3 นับถอยหลังสู่จอดำ บนช่องทีวีเคเบิล-ดาวเทียม

ต้องยอมรับว่า ก่อนที่จะถึงยุคทีวีดิจิตอล ความนิยมของผู้ชมในการติดตามรับชมข่าวสาร ความบันเทิงบนจอแก้ว ช่อง 3 และ ช่อง 7 ต่างช่วงชิงเรตติ้งเรียกฆ่าโฆษณาแบบเต็มๆ มาเป็นเวลานาน เป็นเพราะฟรีทีวีที่มีจำนวนช่องอยู่จำกัด จึงดึงดูดความสนใจจากคนดูได้ไม่ยาก จนช่องเหล่านี้เป็นที่ติดตลาด มีฐานคนดูที่ใหญ่

888

หลังจากนั้น ทีวีช่องดาวเทียม เคเบิล เริ่มคึกคัก หลายช่องมีการนำเสนอรายการที่น่าสนใจ ทำให้ผู้ชมมีช่องทางในการรับชมมากขึ้น อีกทั้งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือน ก็สามารถดูรายการทีหลากหลายตามไสตล์ ไหนจะมีช่องทีวีดิจิตอลเกิดใหม่ ให้ดูกันแบบจุใจ

แต่ที่เป็นปัญหา กับกรณีของช่อง 3 หนึ่งในฟรีทีวี ทีมีการประมูลช่องทีวีดิจิตอลมาถึง 3 ช่องคือ วาไรตี้ 3 SD (มาตรฐาน) ช่อง 3 HD (คมชัดสูง) และช่อง 3 แฟมมิลี่ (เด็กและครอบครัว) แต่เป็นการบริหารงานของคนละบริษัท คือ บริษัท บีอีซีมัลติมีเดีย จำกัด บริหารช่องทีวีดิจิตอล ส่วนช่อง 3 อนาล็อก รับสัมปทาน อสมท ในนามบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่บริหารจัดการแต่ละช่องนั้นแยกบริษัทกัน

ด้วยเหตุที่บริหารงานกันคนละบริษัท ทำให้ช่อง 3 ไม่สามารถเอารายการจากช่อง 3 อนาล็อกมาออกอากาศทางดิจิตอล อาจเป็นเพราะเหตุผลทั้งค่าโฆษณา เลขช่อง จึงเกิดปัญหาขึ้น จะเห็นได้ว่าหลังมีการทดลองออกอากาศระบบทีวีดิจิตอล ช่อง 3 HD ก็ทำคนดูผิดหวังกับผังรายการที่ไม่น่าสนใจ อีกทั้งช่อง 3 อนาล็อกเดิมก็ไม่คมชัด ไม่สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาไปสู่ระบบทีวีดิจิตอล

หากช่อง 3 ต้องการดิ้นรนสู้ต่อ ก็ต้องขออนุญาต กสทช. ภายใต้เงื่อนไข โฆษณาได้ไม่เกิน 6 นาทีต่อชั่วโมง จากเดิมที่เคยโฆษณาในช่อง 3 อนาล็อก 12 นาทีต่อชั่วโมง และต้องเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ กสทช.อีก 2% ของรายได้ พร้อมจ่ายเงินสมทบกองทุนวิจัย และพัฒนาอีก 2% เท่ากัน

สำหรับใครที่สงสัยว่า แล้วเหตุใดช่อง 7 กับช่อง 9 สามารถออกอากาศคู่ขนานแบบธุรกิจได้ ก็เป็นเพราะบริหารงานภายใต้บริษัทเดียวกัน ส่วนช่อง ช่อง 5 ช่อง 11 และ TPBS ออกอากาศแบบคู่ขนานเพราะเป็นช่องให้บริการสาธารณะอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ช่อง 3 ก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อต่อสู้ไม่ให้จอดำ หายไปจากจอเคเบิล ดาวเทียม แม้ คสช.จะประกาศให้โทรทัศน์ทั้งอนาล็อก และดิจิทัล ออกอากาศได้ทุกโครงข่าย แต่จนถึงวาระสุดท้าย 1 กันยายน ครบกำหนด การบังคับใช้กฎมัสต์แคร์รี (ให้ “ฟรีทีวี” ต้องออกอากาศได้ทุกช่องทาง) กสท.มีมติ ห้ามผู้ประกอบการดาวเทียม เคเบิ้ล นำช่อง 3 ดั้งเดิมมาออกอากาศอีก

แนวทางแก้ปัญหาก็คือ ช่อง 3 ต้อง นำช่อง 3 อนาล็อกมาออกอากาศคู่ขนาน ทางดิจิตอล โดยขออนุญาตจาก กสทช. ขอใบอนุญาตทีวีดาวเทียมเพิ่มเติม แต่หากยังไม่ยอมทำ ก็ถือว่าเพราะทำผิดกฏ ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงเป็นระบบทีวีเป็นดิจิตอลผิดหลักการเปลี่ยนระบบของวงการโทรทัศน์ของไทย

ล่าสุด ผู้ประกอบการดาวเทียม เคเบิลทีวีทั้งหมดยินดีให้ความร่วมมือ จอดำช่อง 3 อนาล็อก ใน 15 วัน ถึงเวลานับถอยหลัง ช่อง 3 บนช่องดาวเทียม เคเบิล กลายเป็นจอดำ สามารถดูได้เพียงเสาหนวดกุ้ง และหากเป็นเช่นนั้น ช่องที่ครองใจผู้ชมมาเป็นเวลานานอาจจะต้องยอมเสียฐานคนดู เม็ดเงินโฆษณา เพราะต้องทำตามกฎกติกาที่กำหนดไว้

เพชรพิริยะ