ชูวิทย์ ซัดไมค์ทองคำ เสียงดีจนกรรมการ เดอะวอยซ์ ต้องแย่งกันกดปุ่ม ?

ชูวิทย์ ซัด ไมค์ทองคำ พูดแล้ว เดอะวอยซ์ต้องแย่งกันกดปุ่ม ? เสียงไมค์ที่ดีจริงคือเสียงสะท้อนของประชาชน

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คว่า สมัยก่อนเมื่อตนอยู่ในสภาก็เคยพูดเรื่องนาฬิกาเรือนละเจ็ดหมื่นห้า ตู้น้ำราคาเกือบแสน เก้าอี้หลุยส์ราคาเป็นล้าน เหตุผลเพราะการจัดซื้อจัดจ้างของระบบราชการไทยต้องมีเปอร์เซ็นต์ ค่าน้ำชา เบี้ยบ้ายรายทาง

วิธีการที่ใช้กันโดยทั่วไปคือ

1.ล็อคเสปคให้กับบริษัทเอกชนที่เจรจาต้าอ่วยกันมาแล้ว จากสิบเจ้าเหลืออยู่ไม่ถึงสามเจ้า คู่แข่งโนเนมเดินทะเล่อทะล่าเข้ามาอย่าหวังจะได้
2.บริษัทเอกชนต้องมีเส้นสายคอนเน็คชั่น เข้าหาผู้ใหญ่ที่มีอำนาจอนุมัติ ของไม่ดีกลายเป็นของดี ของดีกลายเป็นของแพง
3.ระเบียบหยุมหยิมตามประสาราชการที่จะต้องเรียนรู้ บริษัทยักษ์ใหญ่อาจตกม้าตาย แพ้บริษัทตึกแถว ที่พวกหัวใสไปจัดตั้งไว้ล่วงหน้า
4.เรื่องซ่อมบำรุง ประกัน จะต้องมี เพราะบางหน่วยงานซื้อมาแล้วของยังไม่ทันใช้ หมดเงินเป็นพันๆล้านก็เคยเห็นมาแล้ว เช่น มอเตอร์ไซค์ไทเกอร์ของตำรวจ หรือ รถดับเพลิงของกทม.

10687164_785203474859717_2231725432998574570_n

ไม่รู้ว่าไมค์ราคาแสนสี่มันจะเสียงดีสักแค่ไหน? พูดออกมาแล้วเสียงทุ้มเหมือนกลั้วฟองเบียร์ เอาไปร้องเพลงในรายการเดอะวอยซ์กรรมการต้องแย่งกันกดปุ่มหรือเปล่า? สรุปจะพูดเอาเนื้อหาสาระหรือจะเอาเสียงใส?
ถึงขนาดนี้ควรจะดูตัวเองแล้วเปรียบเทียบถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน คงไม่ต้องใช้ไมค์ถึงตัวละแสนสี่ เพราะเสียงที่ดีคือเสียงที่สะท้อนปัญหาของประชาชน ไม่ได้อยู่ที่มูลค่าไมโครโฟน

ใช้เงินแบบนี้เดี๋ยวเขาจะหาว่าเป็น “สามล้อถูกหวย”เห็นได้ชัดว่าประเทศไทยยังยึดติดกับวิธีการเดิมๆ แค่เริ่มต้นก็เจอปัญหาเดิมๆเสียแล้ว นี่สิครับควรปฏิรูป เพราะเป็นสิ่งที่ประชาชนเห็นและสัมผัสได้

ส่วนหม่อมหลวงปนัดดา แรกๆพูดออกไมค์เสียงนุ่มทุ้มว่าไมค์ตัวนี้แจ๋ว เสียงดี มาตรฐานโอบาม่าใช้ หลังๆกลายเป็นเสียงอ้อมแอ้ม โยนไปโยนมาว่ายังไม่ได้จัดซื้อ สงสัยบริษัทนำมาให้ใช้ก่อน สักพักคงกลายเป็นเสียงเงียบ คราวนี้ต่อให้เอาไมค์ราคาเป็นล้านมาจ่อปาก เสียงคงไม่ดัง

ตนก็ขอเป็นฝ่ายค้านนอกสภาแล้วกัน ติเพื่อก่อ บางคนบอกให้ตนเงียบ ตนจะเงียบทำไมล่ะครับ? เมื่อตนมีปากไว้พูด และที่พูดไป หากไม่ใช่เรื่องจริง ก็ช่วยบอกหน่อย

‘หนังโป๊ปริศนา’ ฉายกลางโรงอาหาร รร.มัธยม

เกิดเหตุหนังวาบหวิวถูกฉายขึ้นจอช่วงพักกลางวันกลางโรงอาหาร ในโรงเรียนมัธยมของจีน นักเรียนแห่ถ่ายคลิปก่อนแชร์เพียบ

เว็บไซต์ข่าว “นิวส์ 163” ในประเทศจีน รายงานว่า ที่โรงเรียนมัธยม “จูไห่ ยีจงเสวีย” ในเมืองจูไห่ เกิดเหตุโทรทัศน์ในโรงอาหารเปิดฉายภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่ที่มีเนื้อหาลามกอนาจารในช่วงเวลากลางวันให้เด็กนักเรียนดู

18

ทำให้เด็กนักเรียนต่างพากันงุนงง โดยที่นักเรียนหลายคนได้นำโทรศัพท์มือถือของตนขึ้นมาถ่ายภาพ และบันทึกวิดีโอไว้ ก่อนโพสต์ลงในโปรแกรมสนทนา “วีแชท” เพื่อแชร์สู่โลกโซเชียล

ครูที่สอนอยู่ในโรงเรียนดังกล่าว ทราบเรื่องเมื่อเห็นข้อความที่ถูกโพสต์ทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยเหล่านักเรียนได้ส่งข้อความให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครองและเพื่อนๆของพวกเขาทราบอย่างรวดเร็ว

หลังจากเกิดเหตุ ทางโรงเรียนได้ขอร้องให้นักเรียนทุกคนลบภาพและวิดีโอทั้งหมดทิ้ง ส่วนสาเหตุคาดว่ามาจากนักเรียนรายหนึ่งอัพโหลดวิดีโอดังกล่าวขึ้นสู่โปรแกรมของโทรทัศน์ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ

ในขณะที่ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ภายในโรงเรียนไม่มีใครทราบเรื่องดังกล่าว เนื่องจาไม่มีผู้ใดปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่โรงเรียนในขณะนั้น

MThai

มติปปช.ตั้ง10คกก. ร่วมอสส.ดูคดียิ่งลักษณ์โกงข้าว

ป.ป.ช. มีมติแต่งตั้งคณะทำงานร่วมอัยการสูงสุดประชุมรวบรวมข้อมูล ดูคดี “ยิ่งลักษณ์” ทุจริตโครงการรับจำนำข้าว – “สรรเสริญ” นั่งประธาน

นาย สรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ส่งสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีกล่าวหา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น

po000049

กรณีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดจากการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวของ รัฐบาล เพื่อให้อัยการสูงสุดฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการ เมืองนั้น ต่อมาอัยการสูงสุดได้มีหนังสือแจ้งข้อไม่สมบูรณ์พอที่จะฟ้องคดีและได้ตั้ง คณะทำงานผู้แทนอัยการสูงสุด โดยมี นายวุฒิพงษ์ วิบูลย์พงศ์ รองอัยการสูงสุดและคณะรวม 10 คน เป็นผู้แทนอัยการสูงสุด

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติแต่งตั้งผู้แทนคณะกรรมการ ป.ป.ช. จำนวน 10 คน เป็นคณะทำงานร่วมระหว่างคณะกรรมการ ป.ป.ช. และอัยการสูงสุด โดยมีตนเอง เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งหลังจากแต่งตั้งคณะทำงานร่วมแล้วจะมีการประชุมคณะทำงานร่วม เพื่อพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ และรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์ แล้วส่งให้อัยการสูงสุดเพื่อฟ้องคดีต่อไป แต่หากไม่อาจหาข้อยุติได้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจฟ้องคดีเอง หรือแต่งตั้งทนายความให้ฟ้องคดีแทน

นาย สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ยังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนได้ว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จเมื่อใด แต่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะเป็นคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน