เปิดโผ สมาชิกสภาปฏิรูป11ด้าน 173 คน

วันนี้(29 ก.ย.) มีรายงานข่าวได้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้คาดว่าได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาปฏิรูป (สปช.) ในส่วนที่มาจากคณะกรรมการสรรหา 11 ด้าน จำนวน 173 คน โดยมีรายชื่อแบ่งตามด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้

สภา

 1.ด้านการเมือง ได้แก่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า , นายชัยอนันต์ สมุทวณิช , พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคาร , นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ , นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีต ส.ว.กลุ่ม 40 ส.ว. , พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ , นายชัย ชิดชอบ , นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต ส.ว.กลุ่ม 40 ส.ว , นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ , นางตรึงใจ บูรณสมภพ , นายดำรงค์ พิเดช , พล.ร.อ.สุรินทร์ เริงอารมณ์

2.ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ นายอุดม เฟื่องฟุ้ง อดีตรองประธานศาลฎีกาและอดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) , พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตหัวหน้าสำนักงาน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ , นายคำนูณ สิทธิสมาน , นายวันชัย สอนศิริ , นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีต ส.ว.ปี 43 และอดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 50 , นายเข็มชัย ชุติวงศ์ ผู้ตรวจสำนักงานอัยการสูงสุด , นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์

3.ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ได้แก่ นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ , นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ , นายประมนต์ สุธีวงศ์ , นางสาวถวิลวดี บุรีกุล , นายพลเดช ปิ่นประทีป , นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาส , พล.อ.วัฒนา สรรพานิช , พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ , น.ส.อรพินท์ สพโชคชัย , นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ

4.ด้านการศึกษา ได้แก่ นายอมรวิชช์ นาครทรรพ , นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ , นายมีชัย วีระไวทยะ , นางทิชา ณ นคร , นายกมล รอดคล้าย , พล.ท.พอพล มณีรินทร์ , พล.อ.วุฒินันท์ ลีลายุทธ , นายสมเกียรติ ชอบผล , นายเขมทัต สุคนธสิงห์

5.ด้านการปกครองท้องถิ่น ได้แก่ นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย , นายจรัส สุวรรณมาลา อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ , นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า , นายวัลลภ พริ้งพงษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น , พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย , พล.ต.อดุลย์ศักดิ์ บุญวัฒนะกุล

6.ด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ นายเกริกไกร จีระแพทย์ อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ , นายธวัชชัย ยงกิตติกุล , นายพิสิฐ ลี้อาธรรม อดีต รมช.คลัง , นายมนู เลียวไพโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม , นายสมชัย ฤชุพันธุ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง น้องชายนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งเข้าไปเป็นคณะ คสช. , นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล

7.ด้านพลังงาน ได้แก่ นายทองฉัตร หงศ์ลดารมย์ , นายคุรุจิต นาครทรรพ , นายมนูญ ศิริธรรม , นายดุสิต เครืองาม น้องชาย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ , น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว. กลุ่ม 40 ส.ว. , นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ , นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล อดีตผู้บริหารบางจาก , พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช , นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล และ นายพรายพล คุ้มทรัพย์

8.ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ นายประเสริฐ ศัลย์วิวรรธน์ , นางสาวทัศนา บุญทอง , นายปราโมทย์ ไม้กลัด , นายบัณฑูร เศรษศิโรจน์ , นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ , นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ , นาวาอากาศเอกไพศาล จันทรพิทักษ์ , นางพรพันธุ์ บุณยรัตนพันธุ์ , พล.ร.อ.ชาญชัย เจริญสุวรรณ

9.ด้านสังคม ได้แก่ นายกิตติภณ ทุ่งกลาง , นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง , นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ , นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ , นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ , นางสาวสารี อ๋องสมหวัง , นายวินัย ดะลันห์ , พล.ต.เดชา ปุญญบาล , นางกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติพัฒนา จ.ยะลา , นายอำพล จินดาวัฒนะ

10.ด้านสื่อสารมวลชน ได้แก่ พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร , นายมานิจ สุขสมจิตร , นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ , นายบุญเลิศ คชายุทธเดช , นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ , นายจุมพล รอดคำดี , นายพนา ทองมีอาคม , นางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด , นางเตือนใจ สินธุวณิก

11.ด้านอื่นๆ ได้แก่ นายเทียนฉาย กีระนันท์ อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา , พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ , พล.ร.อ.อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ , พล.ร.อ.ศุภกร บูรณดิลก , พล.อ.ภูดิศ ทัตติยโชติ , นายเกษมสันต์ จิณณวาโส , นางพรรณี จารุสมบัติ น้องสาว นายพินิจ จารุสมบัติ อดีต ส.ส.และรัฐมนตรีหลายกระทรวง

MThai News

ผู้นำอินเดีย เดินหน้าผลักดันประเทศ สู่เวทีมหาอำนาจโลก

นาย นเรนทรา โมดิ ผู้นำอินเดีย กล่าวสุนทรพจน์แผนการก้าวเข้ามาสู่การเป็น 1 ในมหาอำนาจโลกหรือ “Make in India” ต่อชาวอินเดียที่สนามกีฬาเมดิสัน สแควร์ การ์เดนในสหรัฐฯ โดยได้รับการตอบรับจากชาวอินเดียในสหรัฐฯ และ แคนาดาเป็นอย่างดี

วันนี้ (29ก.ย.)สำนักข่าวเอ็นดีทีวีของอินเดีย รายงานการเดินทางไปยังสหรัฐฯ เพื่อกล่าวสุนทรพจน์ของ นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีแห่งอินเดีย ในแคมเปญ “Make in India” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวที่จะทำให้อินเดียกลายเป็นจุดหมายของการลงทุนทั่วโลก

10418916_10152726614965798_3897301812863266683_n

นายโมดี ยังไม่ได้วางรูปแบบวิธีการในแต่ละขั้นตอนที่ถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นมากในการดึงดูดนักลงทุน แต่นายโมดีได้ให้คำมั่นว่า ในอนาคตการลงทุนในอินเดียจะเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น การกำกับดูแลจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และการตัดสินใจต่างๆจะรวดเร็วขึ้น รวมไปถึงข้อกำหนดกฎหมายและนโยบายทางด้านสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งเหมาะสำหรับบริษัทเอกชนทั้งในประเทศและทั่วโลก 10 ประเด็นสำคัญ ‘Make in India’ ดังนี่
1.FDI ในมุมมองใหม่
การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (the world foreign direct investment) หรือ FDI จะเป็นการสร้างโอกาสแต่ทั้งนี้จะต้องอยู่สร้างความรับผิดชอบและคำนึงถึงประชาชนชาวอินเดียด้วย ซึ่ง FDI ในแนวความคิดของนายกฯโมดี คือ  “Fist develop India” หมายถึงการเน้นพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวอินเดียในอันดับแรก โดยเริ่มจากการสร้างโอกาสในการจ้างงาน
2.อย่าปฏิบัติต่ออินเดียเหมือนเป็นตลาด
นักธุรกิจทั่วโลกมักจะคิดว่าอินเดียเป็นตลาดขนาดใหญ่ แต่อินเดียยังขาดกำลังซื้อ ถ้านักลงทุนเหล่านั้นยังคงมองว่าอินเดียเป็นเพียงตลาด อาจจะทำให้พวกเขาสูญเสียโอกาสได้ หากความเป็นอยู่ของชาวอินเดียควรได้รับการใส่ใจและมีความเป็นอยู่ดีขึ้น  กำลังซื้อของชาวอินเดียก็จะมากขึ้นตามไปด้วย
3.อย่าตีจากอินเดีย
ความเชื่อมั่นกลายเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่บังคับให้หลายบริษัทออกจากอินเดียในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา  โดยความเชื่อมั่นนั้นถูกทำลายลง เมื่อนโยบายเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งนายกฯโมดี ไม่ต้องการให้นักลงทุนหรืออุตสาหกรรมใดๆต้องออกจากอินเดียไปอีก

4.รัฐบาลช่วยสร้างความเชื่อมั่นทางการลงทุน
นักลงทุนทุกคน ต้องการความเชื่อมั่นในการลงทุนเป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องการเติบโตทางธุรกิจและกำไร เป็นเรื่องรองลงมา ซึ่งรัฐบาลใหม่จะเข้ามาช่วยดูแลในด้านนี้เพื่อยกระดับความมั่นใจให้กับนักลงทุน
5.การปรับปรุงความคล่องตัวในการทำธุรกิจ
จากการจัดอันดับของธนาคารโลก ธนาคารอินเดียอยู่อันดับที่ 134 จาก189 ประเทศทั่วโลก  ในด้านความสะดวกและความคล่องตัวในการทำธุรกิจ ซึ่งรัฐบาลจะปรับปรุงอย่างเร่งด่วนเพื่อก้าวกระโดดไปสู่อันดับที่ 50 ของการจัดอันดับดังกล่าว
6.อินเดียจะเป็นสถานที่ดีที่สุดของการลงทุนในเอเชีย
ขณะนี้โลกกำลังจับตามองมายังการลงทุนในเอเชีย ซึ่งเป็นโอกาสที่อินเดีย จะใช้จุดแข็งที่เป็นเอกลักษณ์ ในด้านการผสมผสานกันอย่างลงตัวของประชาธิปไตย สภาพสังคมที่หลากหลาย และความต้องการที่มหาศาล ซึ่งจะดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาเองโดยไม่ต้องเชื้อชวน
7.การกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพและง่ายขึ้น
“ดิจิตอล อินเดีย” จะผลักดันให้อินเดียมีการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การลงทุนและอุตสาหกรรมจะไม่เข้ามาถ้าไม่มีแรงจูงใจที่มากพอ ซึ่งการเจริญเติบโตและพัฒนาโครงสร้างทางธุรกิจ เป็นสิ่งที่จำเป็น
8.กำลังคนที่มีทักษะ
อินเดียยังต้องการกำลังคนที่มีทักษะและมีฝีมือ ถ้าอินเดียสามารถพัฒนาทักษะได้อย่างเหมาะสมและมีคุณภาพ ก็จะสามารถบรรลุในเรื่องของการพัฒนาที่ยั่งยืนได้
9. เรียนรู้จากตะวันตก และปรับใช้ในสไตล์ตะวันออก
อินเดียต้องการที่จะบริหารจัดการแบบสไตล์ตะวันออก แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องเรียนรู้และปรับใช้จากแนวทางการปฏิบัติจากโลกฝั่งตะวันตกด้วย

10.โครงสร้างพื้นฐาน                                                                                                                                                          อินเดียต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่ดีสำหรับการเติบโตในอนาคต ซึ่งไม่ใช่เพียงเฉพาะระบบคมนาคมเท่านั้น แต่รวมไปถึงพลังงานไฟฟ้า ก๊าซ น้ำและระบบใยแก้วนำแสงอีกด้วย

10354944_10152726615025798_1328267318208880169_n

10632572_10152726615205798_8991479126458336696_n

10421235_10152726616900798_3897481094449385588_n

Mthai News

เรียบเรียงโดย พิพัฒน์ ด่านกลาง

ชาวกระบี่ประท้วงไม่เอาท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน

กฟผ. จัดรับฟังความคิดเห็น สร้างท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน ชาวกระบี่ประท้วงอ่านแถลงการณ์ไม่เห็นด้วย ก่อนสลายการชุมนุม

ที่ ศาลาประชาคมอำเภอเหนือคลอง จ.กระบี่ นายกริช รังสิเสนา ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (Public Review) ครั้งที่ 3 โครงการท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว จ.กระบี่ เพื่อใช้กับโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 800 เมกะวัตต์

568910-04

โดยมี นายเผ่าพงษ์ เต็มสัมฤทธิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ. นายวิวัฒน์ สิริเกียรติกุล ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าภาคใต้ (อฟภ.) และผู้แทน บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด บริษัทที่ปรึกษาของโครงการ มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 1,500 คน

อย่าง ไรก็ตาม การจัดเวทีครั้งนี้ ได้มีกำลังทหารตำรวจ และฝ่ายปกครองรวมกว่า 500 คน คอยดูแลความสงบอย่างเข้มข้น มีการตั้งเครื่องสแกนโลหะ ห้ามผู้มาร่วมนำอาวุธ รวมทั้งป้ายเข้าไปภายในอย่างเด็ดขาด

นายเผ่า พงษ์ กล่าวว่า การจัดประชุมครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียทั้ง 7 กลุ่ม ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะได้อย่างเติมที่ เพื่อให้การรับฟังความคิดเห็นและการทบทวนร่างรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพครบถ้วนมากที่สุด

โดยการเปิดเวทีในครั้งนี้ได้มีผู้ไม่เห็น ด้วย แสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย ขณะเดียวกันมีชาวบ้านจากหลายพื้นที่ เช่น เกาะลันตา และในอ.เหนือคลอง เป็นที่สร้างท่าเรือและโรงไฟฟ้า เดินทางมาแสดงสัญลักษณ์ไม่เห็นด้วย ขณะที่แกนนำได้อ่านแถลงการณ์ในนามเครือข่ายปกป้องกระบี่จากถ่านหินและเครือ ข่ายปกป้องพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ก่อนที่จะแยกย้ายกันเดินทางกลับในเวลาต่อมา

568910-02 568910-03