มูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี พาเด็กสาว 16 ปี ร้องกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับเจ้าของร้านคาราโอเกะย่านปทุมธานี หลังสมัครเป็นสาวเสิร์ฟ แต่กลับถูกทำร้ายร่างกาย และบังคับให้ค้าประเวณี
วันนี้ (8 ก.ย.) เจ้าหน้าที่มูลนิธปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี นำนางสาวแอน (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี พร้อมผู้ปกครอง เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับพันตำรวจเอกประสพโชค พร้อมมูล รองผู้บังคับการกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับเจ้าของร้านอาหารและคาราโอเกะแห่งหนึ่ง ย่านสะพานนวลฉวี อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี

หลังนางสาวแอน (นามสมมุติ) เข้าไปสมัครงานเพื่อทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ แต่กลับถูกบังคับให้ค้าประเวณี จนเด็กทนไม่ไหว หลบหนีออกจากร้านดังกล่าว แต่ทางร้านส่งคนออกติดตาม นำตัวกลับไปคุมขังที่ร้าน และทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
จากการสอบถามนางสาวแอนให้การว่า เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อนวัย 17 ปี ซึ่งเป็นพนักงานอยู่ในร้านดังกล่าว ได้มาชักชวนให้ตนไปสมัครงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ ซึ่งตนขอให้น้าสาวพาไปสมัคร โดยทางร้านได้ตกลงอัตราค่าจ้างวันละ 100 บาท ต่อมาไม่นานกลับถูกทางร้านพูดจาโน้มน้าวให้ค้าประเวณี
ซึ่งจะได้รับค่าตัวครั้งละ 2,000 บาท โดยตนจะได้ส่วนแบ่ง 700 บาท แต่หลังจากทำครั้งแรก ก็ถูกบังคับให้รับแขกหรือค้าประเวณีอีกสองครั้ง ด้วยความไม่เต็มใจ จึงหลบหนีออกมาเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่ทางร้านกลับส่งคนออกตามหาและลากตัวกลับไปทำร้ายร่างกายจนหัวแตก และขังไว้ในห้องพักชั้น 3 ของร้าน พร้อมทั้งยึดโทรศัพท์มือถือของตนกันไม่ให้โทรหาญาติ
แต่ด้วยความกลัวว่าจะถูกทำร้ายร่างกายอีก ตนจึงตัดสินใจหลบหนี โดยพยายามปืนหน้าต่างห้องพักหวังปืนลงมาชั้นล่าง แต่พลาดตกลงมาแขนหัก ทางร้านจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลปทุมธานี โดยในระหว่างที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลวันแรก เจ้าของร้านส่งคนมาเฝ้าตลอดเวลา แต่ในวันที่ 2 ตนอาศัยช่วงที่คนคุมไม่อยู่ หลบหนีอีกครั้ง หวังกลับไปหาน้าสาว แต่ทางโรงพยาบาลจับได้ ตนจึงตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลฟัง ทางโรงพยาบาลจึงส่งข้อความผ่านเฟชบุ๊คไปหาน้าสาวให้มารับตัวตน และหลังจากน้าสาวรู้เรื่อง จึงพาเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของร้านและพนักงาน ที่สภ.เมืองปทุมธานี
โดยหลังจากเข้าแจ้งความ เจ้าของร้านได้พยายามโทรศัพทมาเจราจา เพื่อให้ยอมความ และขอให้ตนกลับคำให้การ จึงเกิดความกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเดินทางเข้าขอความช่วยเหลือจากมูลนิธปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี พร้อมทั้งยืนยันจะดำเนินการกับเจ้าของร้านอาหารดังกล่าวให้ถึงที่สุด
MThai News
ขอบคุณภาพและข้อมูล : สายตรงภาคสนาม


